
'คมชัดลึกอวอร์ด10'โปร่งใสกรรมการเปิดใจการตัดสิน
'คมชัดลึกอวอร์ด10' โปร่งใส กรรมการเปิดใจการตัดสิน : สกู๊ปบันเทิง
ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับงานประกาศรางวัลคุณภาพของคนบันเทิง "คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10" ที่จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ (ซอยรางน้ำ) โดยครั้งนี้ครบกำหนดหนึ่งทศวรรษของงาน ทาง "คม ชัด ลึก" เลยจัดงานให้พิเศษกว่าทุกปี แต่สิ่งที่ยังคงศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิ่งที่ "คม ชัด ลึก อวอร์ด" ยึดถือว่าทุกครั้งตลอด 10 ปี คือการมอบรางวัลให้แก่ผลงานคุณภาพใน 4 ประเภทคือ ละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม, เพลงไทยลูกทุ่งยอดเยี่ยม และเพลงไทยสากลยอดเยี่ยม รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติ เพราะว่าเป็นรางวัลที่ได้มาจากการคัดสรรอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ผ่านโสตประสาทของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นที่ยกย่องในสาขาต่างๆ
ซึ่งคณะกรรมการในแต่ละสาขาล้วนแล้วแต่วางกรอบในการพิจารณาอย่างชัดเจนและโปร่งใส และเพื่อให้แฟนๆ ได้รับรู้และเข้าใจถึงผลการประกาศที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ทาง "คม ชัด ลึก" ขอหยิบความคิดเห็นของคณะกรรมการในแต่ละสาขา ออกมาเปิดเผย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสที่สุดสำหรับแฟนๆ เริ่มที่ประเภทละครโทรทัศน์ ซึ่งเป็นประเภทที่ต้องบอกเลยว่าหินมากอีกหนึ่งประเภท เพราะว่าละครในประเทศไทยต่อปีมีนับร้อยเรื่อง โดยหนึ่งในคณะกรรมการประเภทละครโทรทัศน์ อ.กิติศักดิ์ เกิดอรุณสุขศรี ได้พูดถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินในประเภทนี้ว่า
"การตัดสินในประเภทละครโทรทัศน์ปีนี้นับว่าลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีละครหลายเรื่องที่นำเสนอแง่มุมชีวิตมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ให้ข้อคิดอันเป็นคติเตือนใจแก่ผู้ชม นับเป็นละครที่ให้ทั้งความเพลิดเพลินบันเทิงใจ อีกทั้งยังทำให้ผู้ชม ดูละครแล้วย้อนดูตน อันเป็นเป้าหมายสูงส่งของการสร้างสรรค์ละคร บางเรื่องก็มีวิธีการนำเสนอที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ นับเป็นมิติใหม่ของวงการละครโทรทัศน์ไทย ด้านนักแสดงที่ผ่านเข้ารอบ 5 อันดับสุดท้ายในปีนี้ ต่างก็แสดงอย่างสมบทบาทและดีเยี่ยมกันทุกท่าน แต่ละรางวัลนั้น มติของคณะกรรมการค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ คณะกรรมการล้วนใช้เหตุผลทางวิชาการและสุนทรียะมาอภิปรายกัน เพื่อให้รางวัล “คม ชัด ลึก อวอร์ด” เป็นรางวัลที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าอย่างแท้จริง"
ขยับมาที่ประเภทภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม อ.สกุล บุณยทัต หนึ่งในคณะกรรมการคมชัดลึกอวอร์ด ประเภทภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เราตัดสินหนังกันมา 10 ปีแล้ว การตัดสินภาพยนตร์ไทยในปีนี้ถือว่ายาก เพราะภาพยนตร์ไทยที่เข้ารอบส่วนใหญ่จะเป็นหนังอินดี้ ซึ่งหนังแนวนี้จะไม่เหมือนหนังกระแสซึ่งหาดูได้ง่าย
"แม้ว่าปีนี้จะมีหนังเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์มากกว่า 60 เรื่อง แต่ภาพยนตร์ที่เข้ารอบกลับมีจำนวนไม่มาก ซึ่งผมมองว่าทุกเรื่องที่เข้ารอบต่างมีความยากลำบากในการตัดสินเหมือนกัน สำหรับปีนี้ผมมองว่าวิวัฒนาการหนังบ้านเรามีมากกว่าปีก่อน แม้หนังตามกระแสจะออกมาเป็นหนังรัก เป็นหนังแนวเดิมๆ แต่เราก็จะเห็นโครงสร้างของหนังในรูปแบบใหม่ๆ (จากหนังอินดี้) ซึ่งเป็นนัยสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน มากกว่าจะปล่อยทุกอย่างให้เป็นกระแสทั้งหมด และอาจเป็นเพราะจุดนี้ที่ทำให้ รางวัลคมชัดลึกของเรามีค่า มันอาจจะดูขัดแย้งกับความรู้สึกของคนดู แต่ผมคิดว่าถ้าเราพูดถึงเรื่องคุณภาพจริงๆ ผมเชื่อว่าที่อื่นจะไม่มีการพูดให้เห็นถึงศาสตร์และศิลป์ในการสร้างหนังแบบนี้ ที่จะอธิบายกันเพื่อให้เกิดความกระจ่างได้เท่ากับที่นี่
ในส่วนของนักแสดง ผมมองว่าจุดอ่อนของวงการภาพยนตร์บ้านเราคือนักแสดง ในวงการแสดงบ้านเรานักแสดงไม่ดี แม้เราจะมีนักแสดงมากมายมหาศาลแต่กลับแสดงได้ไม่สมบทบาท ส่วนคนที่ได้รางวัลของเราถือว่าเก่งทุกคน คนที่เป็นคู่แข่งก็เก่ง นับเป็นโชคดีของวงการภาพยนตร์ที่ยังมีใครสักคนขึ้นมารับรางวัล มาเป็นตัวอย่างให้เราเรียนรู้ ว่าการแสดงต้องตั้งใจไม่ใช่การเล่นผ่านๆ ไปแล้วไม่ได้ทำให้หนังดีขึ้น จริงๆ แล้วปีนี้หนังเรามีบทดีๆ หลายเรื่องแต่นักแสดงไม่สามารถส่งบทไปถึงจุดหมายปลายทางได้" อ.สกุลกล่าวปิดท้าย
มาที่ประเภทเพลงไทยสากลยอดเยี่ยม พรเทพ เฮง หนึ่งในคณะกรรมการและเป็นผู้คว่ำหวอดในวงการเพลงมากว่า 10 ปีได้เผยถึงภาพรวมของวงการเพลงไทยสากลร่วมสมัยในปี 2555 เมื่อทอดสายตาพินิจพิเคราะห์ผ่านรายชื่อของนักร้องและวงดนตรีที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10 ที่มีทั้งหมด 7 สาขา ก็พอสะท้อนภาพออกมาได้ดีเลยทีเดียว...โดยเฉพาะการหดตัวของตลาดคนฟังเพลงป๊อปและเพลงร็อกกลุ่มกระแสหลักที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ไปเบ่งบานขยายตัวในตลาดเพลงเฉพาะกลุ่มในแบบอิสระหรืออินดี้แทน (ในแง่การสร้างสรรค์และคุณภาพของตัวงาน ไม่ใช่ยอดขาย)
และปิดท้ายที่ประเภทเพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม ที่ ครูสุรินทร์ ภาคศิริ ตัวแทนกรรมการในประเภทเพลงไทยลูกทุ่งได้กล่าวว่า สมัยนี้ส่วนมากเนื้อหาจะออกไปทางเพ้อฝันมากกว่า เรื่องราวจบไม่ค่อยสมบูรณ์ บางเพลงเนื้อหาวกวน บางครั้งก็ไม่มีการสรุป เหมือนคนแต่งเข้าใจคนเดียว จนหลุดสัมผัส บางครั้งเขียนออกไปทางแนวลูกกรุงด้วยซํ้า เพลงลูกทุ่งเราต้องใช้คำที่สวยงาม มีความหมาย คือจะเปรียบเทียบหรือเพ้อฝันต้องสมเหตุสมผล ที่สำคัญอย่าหลุดสัมผัส จุดนี้ถือว่าสำคัญมากเพลงลูกทุ่งต้องมีไม่ว่าเนื้อหาจะอย่างไรก็ตาม เพลงลูกทุ่งในปีนี้เริ่มขาดสัมผัส พอฟังเพลงแล้วถึงไม่ค่อยติดหู สัมผัสในเพลงลูกทุ่งคือสิ่งที่ทำให้เพลงลูกทุ่งมีความงดงามน่าจดจำ
ได้ฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการในแต่ละประเภทแล้ว ก็รอลุ้นว่ารางวัลคุณภาพในงาน "คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10" จะเป็นของใคร 20 กุมภาพันธ์นี้ รู้กัน!!
.......................................
(หมายเหตุ 'คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่10' โปร่งใสกรรมการเปิดโผการตัดสิน : สกู๊ปบันเทิง)



