บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:บ่วงวันนี้

ทีวีสีรุ้ง:บ่วงวันนี้

06 ก.พ. 2556

บ่วงวันนี้ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... ณัฐวรา

          จากละครรักข้ามภพแนวพีเรียด ที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอย่าง "รอยรักรอยอดีต" เมื่อปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย "กัปตัน" ภูธเนศ หงษ์มานพ และ "ปิ่น"เก็จมณี วรรธนะสิน เมื่อเวลาผ่านไป 13 ปี พล็อตของละครชื่อดังในอดีต ถูกบริษัท "เอ็กแซ็กท์" นำกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ในชื่อเรื่องว่า "บ่วงวันวาร" ที่กำลังเดินเรื่องมาถึงโค้งสุดท้าย
 
          นำแสดงโดยพระเอกหนุ่มตี๋เลือดอีสาน "โตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ รับบท "ฉัตร" และ "ภีร์ภูมิ" ประกบนางเอกชั่วโมงบินสูง ที่เพิ่งกลายเป็นนักแสดงอิสระ ลองชิมลางข้ามวิก "หมอชิต" มาร่วมงานกับ "เอ็กแซ็กท์" เป็นครั้งแรกอย่าง "จุ๋ย"วรัทยา นิลคูหา รับบทโดย "บัว" และ "บุษบัน" กำกับการแสดงโดย "อาร์ต"จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์ ฉะนั้นการตัดสินใจรีเมกละครพีเรียดเรื่องนี้อีกครั้งของเอ็กแซ็กท์ น่าจะมีจุดแข็งอยู่ที่ "แก่น" ของเรื่องซึ่ง "ไม่ล้าสมัย" ไปตามกาลเวลา
 
          หากดูในภาพรวม การเปิดเรื่องของละคร ทำได้อย่างสนุกสนานเข้มข้นน่าติดตาม เพียงแต่กลิ่นอาย และองค์ประกอบบางอย่าง อาจทำให้รู้สึกว่าเป็นละครพีเรียตที่ดูทันสมัยเกินไปสักหน่อย ด้วยบทของ "ฉัตร" ที่โตโน่ รับบทบาท ถ้ามองที่รูปลักษณ์ภายนอก ดูคล้ายจะเป็นนายทหารหนุ่มตี๋จากเมืองจีน ที่โล้สำเภาเข้ามารับราชการในประเทศไทยเสียมากกว่า จะเป็นนายทหารลูกพระยาสูงศักดิ์สายเลือดไทยแท้
 
          ในส่วนของการแสดง หากเทียบกับมาตรฐานของตัวเองในเรื่องที่ผ่าน โตโน่ถือว่าสอบผ่านแบบหืดขึ้นคอ เพราะหลายฉากที่บทพูดยังดูแข็ง และไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร แต่การแสดงออกทางแววตาค่อนข้างดี ทว่ายังติดตรงน้ำเสียงสำเนียงเหน่อๆ รวมถึงท่าทางการยืน การเดิน กางแขน กางขา ที่ทำให้บุคลิกดูขัดไปมากพอสมควร ถ้าปรับให้นิ่งขึ้นอีกนิดโตโน่จะเป็น "คุณฉัตร" หน้าตี๋ที่มีเสน่ห์มากกว่านี้
 
          มาถึงนางเอกของเรื่องอย่าง "จุ๋ย" ในบทของ "บัว" นางทาสขัดดอกผู้น่าสงสาร แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ช่วงต้นเรื่องเธอยังไม่สามารถทำให้คนดูเชื่อได้ว่า "บัว" น่าสงสารจริงๆ แต่มาเริ่มพีคเมื่อบทละครนำพาให้มีสถานการณ์บืบคั้นเข้ามารุมเร้าจาก "พิศ" ( "พิม" พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) หญิงสูงศักดิ์ที่คอยกลั่นแกล้งเพราะจิตริษยา
 
          จนถึงขั้นรวมหัวกับพระยาสมาน (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) พ่อผู้บ้าตัณหาและโลภไม่สิ้นสุด ส่งคนไปฆ่าตัดตอนชิงเงินไถ่ตัวบัวจากนายชด ("อุ้ย" เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของทาสสาว หวังจะได้บัวเป็นเมีย เรื่องราวเดินมาถึงช่วงนี้ จุ๋ยถึงได้เริ่มโชว์ฝีไม้ลายมือทางการแสดงได้เข้าถึงอารมณ์ พาให้คนดูรู้สึกคล้อยตามได้  รวมถึงฉากเข้าพระเข้านาง ที่เคมีของทั้งสองคนพอไปวัดไปวา แต่ยัง "อินไม่สุด" และยังดูไม่น่าเชื่อว่า ทั้งสองคนรักกันมากถึงขั้นยอมตายไปพร้อมกัน   
 
          เรื่อยมาจนถึงบทบาทของ "พิศ" อีกตัวละครสำคัญที่เป็นชนวนเหตุของเรื่องทั้งหมด ช่วงแรกคนดูอาจขัดใจกับนางร้ายหน้าหวานคนนี้ เพราะเธอถลึงตาโกรธเกรี้ยว อย่างไร้เหตุผลสิ้นดี พิมยังดูร้ายไม่สุดในช่วงแรก แต่ทำได้ดีขึ้นในหลายซีนอารมณ์ต่อมา อาจเรียกได้ว่าเป็นการพลิกคาแรกเตอร์ของพิมที่ "ไม่เสียของ" มากเท่าไหร่ แต่ชอบตรงที่ให้ "พิศ" มีโรคกรรมเก่าติดตัวมาจนถึงชาติปัจจุบัน กับอาการเกล็ดเลือดต่ำ ถ้ามีบาดแผลจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด จนอาจถึงแก่ชีวิต
 
          บทสรุปของความรักและความแค้นข้ามภพข้ามชาติเรื่องนี้ คงมี "แก่น" เป็นละครสอนหลักธรรมเรื่อง "กรรม" ที่ติดตัวผู้กระทำเหมือนเงาตามตัว แต่สิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในคบคิด คงเป็นความ "สุด" ในทุกการกระทำของตัวละครในเรื่อง...
 
          ไม่ว่าจะเป็นการ "รักสุด แค้นสุด โลภสุด เลวสุด และริษยาที่สุด" กิเลสเหล่านี้ เป็นอารมณ์ที่ใครยึดถือเอาไว้ คงไม่สามารถพานพบกับ "ความสุข" ได้เลย "สุดแต่พอดี" จะได้มีพื้นที่เหลือเพื่อ "ความสุข" ในชีวิตน่าจะดีที่สุด  
.......................................
(หมายเหตุ บ่วงวันนี้ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... ณัฐวรา)