บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:ขาจร ... อุดร (I)

เล่นหูเล่นตา:ขาจร ... อุดร (I)

04 ก.พ. 2556

ขาจร ... อุดร (I) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          ช่วงนี้ดวงเดินทางของฉันคงกำลังรุ่ง เดินทางไปโน่นไปนี่มันทุกอาทิตย์ ขึ้นเหนือล่องใต้กันให้สนุกสนาน งานหนักแค่ไหนไม่เคยกลัว จะกลัวก็แต่เดินทางนี่แหละ บางทีนั่งรถไปไกลๆ ไปกลับ 10 กว่าชั่วโมงกลับถึงบ้านก็ปวดหลังไปอีก 2-3 วัน ก็คนมันแก่แล้วนิ ... แม้ว่าจะมีเรือบินพาบินขึ้นฟ้าไปง่ายๆ แต่นั่นก็คงไม่ได้ทำให้ฉันสบายขึ้นสักเท่าไหร่ ขึ้นเครื่องบินทีไรท้องอืด หูอื้อ ทุกที คงจะเป็นเพราะนอนน้อย วันไหนจะต้องขึ้นเครื่องฉันจะนอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะกลัวตกเครื่องเหมือน โก้ มิสเตอร์แซกแมน ที่ตกเครื่องเป็นธรรมชาติ! ไอ้จะให้อาศัยหลับบนเครื่องก็ไม่ค่อยอยากจะทำ... อายอะ!  ลองนึกสภาพหน้าซีดๆ บานๆ ของฉันดู นอนหลับอ้าปากหวอ พนักงานต้อนรับบนเครื่องคงเอาสำลีมาอุดจมูกแล้วแจ้งกัปตันว่ามีผู้โดยสารเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงเพราะสภาพศพขึ้นอืด!  … ถ้าตัดเรื่องการเดินทางออกไป ฉันก็ชอบไปต่างที่ต่างทาง มันเป็นวิถีของอาชีพนักร้องที่ไม่ค่อยอยู่กับที่   (เปลี่ยนสถานที่และลูกค้าไปเรื่อยๆ) ยิ่งมีลูกค้าที่ซื้อคิวทีละ 10 คิว หรือมากกว่านั้นก็ถือว่าโชคดี อย่างที่ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ซื้อคิวฉันไปแสดงตามร้านยี่ปั๊วเจ้าใหญ่ของแต่ละจังหวัด ที่มีทั้ง ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุดรธานี นครสวรรค์ ชลบุรี จันทบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต ฯลฯ ลำพังฉันคนเดียวคงเข้าไม่ค่อยถึงชาวบ้านร้านตลาดต้องอาศัยพึ่งพา “โก๊ะตี๋” ที่ทั่วถึงมากกว่าในฐานะดารา (ดารามักจะเป็นที่สนใจมากกว่านักร้องนะฉันว่า)     ทั้งฉัน โก๊ะตี๋ และวงทาเคชิ ก็เดินสายไปด้วยกันกับอายิโนะโมะโต๊ะ ฉันชอบความเป็นชาวบ้าน ความเป็นสามัญเป็นพื้นฐานที่ไม่ต้องปรุงแต่งมากกว่าความหรูหราฟู่ฟ่าที่ฉันไม่เคยจับต้องหรือเข้าใจได้ นอกจากแค่… เห็น !         
 
          ชาวบ้านที่มาซื้อเครื่องปรุงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทางอายิโนะโมะโต๊ะเขาจัดลดราคา ต่างก็จูงลูกจูงหลานมานั่งเก้าอี้ที่เตรียมไว้หน้าเวที มียายแก่ๆ นุ่งผ้าถุงคีบรองเท้าแตะ จูงหลานตัวดำๆ ประแป้งหน้าขาว ขี้มูกเกรอะๆ มานั่งดูพวกเรา ฉันไม่รู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับเจ๊กอย่างฉัน แต่ฉันรู้สึกว่าพวกเขาน่ารัก น่าเอ็นดู ไม่มีการวางท่า ไม่มีแววตาหรือสีหน้าหยิ่งยโส มันง่ายที่จะเข้าหาและรู้จัก... ฉันชอบแบบนี้
 
          โก๊ะตี๋เป็นที่ชื่นชอบและรักใคร่ของชาวบ้านร้านตลาด วิธีที่เขาเล่น พูด หรือร้อง มันไม่ใช่การแสดงแต่มันเป็นตัวจริงๆ ของเขาที่เต็มที่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขึ้นบนเวทีจนถึงวินาทีที่ก้าวเท้าลงจากเวที เขาก็ยังปล่อยให้ผู้คนถ่ายรูปด้วยอย่างเป็นกันเอง ฉันว่าฉันโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคนที่ล้วนแต่เป็นคนมีพรสวรรค์ ทำงานเต็มร้อยและถ่อมเนื้อถ่อมตัว พวกเขาตระหนักว่าความนิยมของผู้คนทุกระดับทำให้ได้ก้าวขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้ การให้ความสุขและความเป็นกันเองจึงถือเป็นการตอบแทนที่ทำได้ ฝั่งนักดนตรีฉันเห็น โก้ มิสเตอร์แซกแมน ฝั่งตลกฉันเห็นโก๊ะตี๋ ฉันได้เรียนรู้และซึมซับการทำงานที่ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยและเป็นมืออาชีพของพวกเขาทุกครั้งที่ได้ร่วมงาน
 
          ที่ จ.อุดรธานี อายิโนะโมะโต๊ะจัดงานที่หน้าร้านโชห่วยชื่อ “ตั้งงี่สุน” โอ้แม่เจ้าเป็นโกดังใหญ่ๆ เก็บสินค้ามากมาย ลานจอดรถนั้นกว้างใหญ่เป็นสิบๆ ไร่ กำลังซื้อต้องมหาศาล ไม่งั้นเขาคงไม่เก็บสินค้าไว้มากมายขนาดนั้น เป็นวันเสาร์ที่อากาศดี ออกจะครึ้มๆ งานเริ่มบ่ายๆ เสร็จตอนเกือบ 5 โมงเย็น ฉันนัดกับเพื่อนสนิทฝ่ายหญิง ท็อป ดารณีนุช พรีเซนเตอร์ลดความอ้วนที่มาโชว์ตัวจังหวัดนี้เช่นกัน ท็อปขึ้นเครื่องเที่ยวบินเดียวกับฉันที่สีเกดจัดการให้นั่งด้วยกัน นางสวมเสื้อรัดรูปสีดำกับกระโปรงสั้นโชว์ขายาวราวกับเมียนักมวย หุ่นบางเพรียวทำให้ฉันอยากถีบนางตกเครื่องบิน แถมตอนอยู่บนเครื่องนางก็กินอาหารว่างอย่างไม่เกรงสถาบันลดหุ่นของนาง ฟาดพายเผือกไป 2 อัน ก่อนกินยังหันมาพูดเยาะฉันว่า “เดี๋ยวพรีเซนเตอร์จะกินให้ดู” อือ… มันถือว่ามีสถาบันเป็นตัวช่วยลดหุ่น ส่วนฉันไร้สถาบันใดๆ มีเพียงสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ยึดเหนี่ยว ก็เลยต้องอ้วนต่อไป แม้จะไม่ค่อยกินของหวานมันก็ยังจะอ้วน จะโทษกรรมพันธุ์คงไม่ใช่คนมันจะอ้วนอะนะ แค่หาวลมเข้าท้องมันก็อ้วนแล้ว! …
 
          ท็อปนัดเจอกับฉันที่โรงแรมเราพักที่เดียวกัน เสร็จงานอายิโนะโมะโต๊ะกลับไปนั่งรอนอนรอนางก็ยังไม่มาเสียที ฉันก็หิวจนจะกินแขนตัวเองแล้ว ที่สุดก็ต้องไปกินก่อนแล้วให้นางตามไปทีหลัง คาดว่าพิธีกรคันปากอย่างนางคงเม้าท์กับลูกค้าที่ผ่านไปมาอย่างมันปาก ไอ้จะรีบไปรีบกลับไม่น่าจะใช่นาง… สีเกดถามพนักงานที่ต้อนรับของโรงแรมเขาแนะนำให้ไปลองชิมแหนมเนือง “ร้านพร”   ไม่เคยลองก็เลยต้องไปพิสูจน์ให้รู้กับลิ้น รถตู้พาฉัน สีเกด และวงทาเคชิไปถึงร้านตอน 1 ทุ่ม ร้านเป็นห้องแอร์ไม่มีคนสักคน ทีแรกก็ว่าจะถอนตัว แต่คนอย่างฉันไม่เคยตัดสินใครจากภายนอกก็เลยเข้าไปนั่งกิน ถามพนักงานเขาบอกว่าที่เงียบเพราะลูกค้ากลับไปหมดแล้ว ร้านปิด 2 ทุ่ม เหลือเวลาอีกแค่ 1 ชั่วโมง แต่ถ้ามีลูกค้าทางร้านก็จะยืดเวลาออกไปให้จนกว่าจะกินเสร็จ ฉันลองสั่งแหนมเนืองมา 1 ชุดใหญ่ เปาะเปี๊ยะทอด 1 ที่ แหนมคลุก 1 ที่ หมูยอทรงเครื่อง หมูเย็นๆ ที่ทำจากหูหมูผสมกับเนื้อหมูติดหนังในน้ำพะโล้แล้วเอาไปแช่เย็นจนเป็นวุ้นหั่นเป็นชิ้นบางๆ จิ้มกับน้ำจิ้ม... เอาแค่นี้ก่อนถ้าไม่โดนจะได้เด้งไปที่อื่น ... พนักงานยกผักสดจานเบ้อเริ่มพูนๆ มาวางกลางโต๊ะ สีเขียวสดมีทั้งผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ ผักแพรว ใบผักแต่ละใบใหญ่กว่าที่เห็นในกรุงเทพฯ ไม่รู้ที่นี่เขาปลูกยังไงมันถึงน่ากินขนาดนี้ ตามด้วยหมูบดที่เป็นข้อๆ เสียบไม้ย่างจนเกรียมสีสวย ไอ้นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่า “แหนมเนือง” มีน้ำจิ้มข้นเหนียวสีน้ำตาลผสมถั่วบุบหยาบใส่พริกแดงตำเหยาะมาบนหน้า ผักแนมยังไม่หมดแค่ผักสีเขียวจานใหญ่นั้น มีอีก… เขาหั่นกระเทียม พริกขี้หนู กล้วยดิบ มะเฟือง ใส่มาอีกจาน แล้วเอาแป้งบางๆ แผ่นสี่เหลี่ยมแช่น้ำจนนิ่มที่เรียกว่า “ใบเมี่ยง” มาเสิร์ฟ แค่เครื่องเคียงก็ไม่มีที่จะวางแล้ว ฉันเอาผักกาดหอมวางบนฝ่ามือปูทับด้วยใบเมี่ยงใส่ผักที่เขาหั่นทุกสิ่งอย่างในจานนั้นลงไปเอาแหนมเนืองขนาดเท่าหัวแม่โป้งวางลงไปราดน้ำจิ้มข้นๆ ก่อนห่อแล้วส่งเข้าปาก คำใหญ่คำโตหายเข้าไปในปากราวกับเล่นกล เคี้ยวผักสดกรุ้มกร้วมผสมรวมรสชาติ หอม หวาน เผ็ด ฝาด เปรี้ยว สารพัดที่อยู่ในปาก   กลืนคำแรกลงไปแล้วอุทานกับตัวเองว่า สุดยอด…ด…ด!! อร่อยกว่าทุกเจ้าที่ฉันเคยกินมา นึกในใจว่าถ้าเราหยุดสรรหา เราก็จะไม่มีวันเจอกับคำว่า... ดีกว่า...     
 
          จากนั้นเราก็สั่งอาหารเพิ่ม เบิ้ลแหนมเนืองไปอีก 2-3 ชุด ท็อปเปรมปรีดิ์กับผักสดๆ ที่สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอชาติที่แล้วนางคงเป็นหนอนผัก แหนมคลุกที่เริดกว่ายำแหนมธรรมดาทั่วไปตรงที่มีแป้งกรอบๆ ร่วนๆ โรยคลุมอยู่ด้านบนจนมองไม่เห็นแหนม กินกับผักกาดหอมนี่สุดๆ เลยอะค่ะ แหนมกระดูกหมูก็ทอดมาได้สีสวยไม่อมน้ำมัน เคี้ยวกระดูกอ่อนกรุบกรับยังกับนางยักษ์กินเด็ก ไส้กรอกอีสานก็อุดมไปด้วยเนื้อหมูล้วนๆ กินกับกระเทียมสด ไม่อยากนึกตอนเรอ...อ... ข้าว! ต้องสั่งข้าวมากินแบบนังนุช มันกินด้วยสมอง มื้อไหนกินแต่กับมันว่าไม่อิ่มเพราะยังไม่ได้กินข้าว ฉันสั่ง “ข้าวผัดญวน” ให้เยอะมาก มันเหมือนข้าวผัดเด็กที่มีทั้งไข่ไก่ หมูยอ กุนเชียง ต้นหอมและแครอทผัดกับข้าว แย่งกันกินเหมือนสมัยเรียนประถม กินอิ่มล้างปากด้วยเฉาก๊วยหนึบหนับหอมหวาน กินกัน 9 คน พุงจะแตก เช็กบิลมา 1,400 นิดๆ อึ่ม… ถูกจนอยากย้ายมาอยู่อุดรฯ กินอาหารอร่อยก็ต้องนึกถึงคนที่บ้านว่าแล้วฉันก็หอบของกินกลับ หมูยอทรงเครื่องกับแหนมเนือง ท็อปเหมาคนเดียว 10 กล่อง ทางร้านเอาไปส่งให้ที่สนามบินไม่ต้องหอบไปเอง... ไฮโซก็ตรงนี้แหละค่าคุณตำรวจ! กินที่ร้าน 1,000 กว่า แต่ซื้อกลับ 3,000 กว่า ก่อนกลับเจ้าของร้านเอา “หมูยอพันหอม” มันคือหมูยอกับไข่เจียวห่อกับผักกาดหอมและผักชี เอาต้นหอมสีเขียวๆ พันตรงกลางเป็นคำๆ ดูน่ารักน่ากิน พอชิมดูก็อร่อยดี พี่เจ้าของร้านเล่าว่า แม่ของพี่เขาอายุ 95 แล้วนั่งพันทุกคำกับมือ แค่ฟังก็รู้สึกเป็นสิริมงคลแล้ว กินเข้าไปคงอายุยืนเหมือนคนทำ ฉันเลยเอาไปฝากเตี่ยๆ     จะได้อายุยืนเหมือนคุณยาย อยู่ให้ฉันรักและดูแลนานๆ... กินเสร็จ ซื้อเสร็จ รถก็พาพวกเรากลับโรงแรม ส่วนไอ้พวกทาเคชิก็ไปหาที่เดินเที่ยวเล่นของมันตามประสาคนไม่เท่แต่เสเพล...
 
          โปรดติดตามตอนต่อไป
 
          ป.ล. “ร้านพรแหนมเนือง” 4/8-10 ถ.อธิบดี เยื้องเทศบาลนครอุดรธานี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี  โทรศัพท์ (042) 230455, 230466
.......................................
(หมายเหตุ ขาจร ... อุดร (I) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)