บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:One-Hit Wonder

มองผ่านเลนส์คม:One-Hit Wonder

01 ก.พ. 2556

One-Hit Wonder : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง

          นับตั้งแต่ได้ยินข่าวว่า เจ เค โรว์ลิ่ง คนเขียนนิยายเรื่อง แฮร์รี พอตเตอร์ กำลังจะมีงานเขียนเล่มใหม่ออกมา ผมก็เฝ้ารอคอยงานชิ้นนั้นอย่างใจจดใจจ่อ แม้ผมจะไม่ขนาดเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนิยายชุดแฮร์รี พอตเตอร์ แต่ก็มีหนังสือครบทั้ง 7 ภาค เล่มแรกๆ นี่มีทั้งฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปล (เพราะรอฉบับแปลไม่ไหว เลยต้องซื้อเวอร์ชั่นออริจินอลมาอ่านก่อน ซึ่งสุดท้ายกว่าจะอ่านผ่านไปได้แต่ละหน้า เล่มแปลก็ออกมาพอดี)

          แฮร์รี พอตเตอร์ เป็นหนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่มีขนาดหนามาก และหนาขึ้นเรื่อยๆ ในเล่มต่อๆ มา ตามความลึกลับ เข้มข้นของเรื่องราว มันจึงใช้เวลาในการอ่านนาน 

          พอมาทำเป็นหนังผมเลยต้องอ่านให้จบก่อนหนังภาคนั้นจะออกฉาย ไอ้ 2-3 ภาคแรก น่ะไม่เท่าไหร่ เราอ่านจบมานานแล้ว หนังเข้าฉายก็ตามไปชม ได้เปรียบเทียบอรรถรสกับหนังสือ นั่งพูดคุยกับคนที่ได้ดูที่อ่านหนังสือมาก่อน ว่าทำไมถึงตัดฉากนั้นในหนังสือ หรือคาดเดาอนาคตของนิยายจากท่าทีของตัวละครในหนัง ก็สนุก ประเทืองปัญญากันไป หนังภาคต่อมาเข้าก็ต้องอ่านหนังสือตอนนั้นให้จบก่อนถึงจะดูหนัง พอหนังมันเริ่มออกฉายแบบปีชนปี เร่งถ่าย เร่งฉายเพราะนักแสดงเริ่มโตเกินตัวละครแล้ว ก็เริ่มอ่านเล่มท้ายๆ ไม่ทัน จน แฮร์รี พอตเตอร์ ตีพิมพ์จบชุดนิยาย และถ่ายทำจนจบชุดภาพยนตร์ ผมก็ยังไม่ได้อ่านและไม่ได้ดู 2 ภาคสุดท้าย (ของหนังสือ และ 3 ภาคสุดท้ายของหนัง) แต่รับรู้ได้ว่าเป็นการจบได้แบบประทับใจทั้งคนดูและคนอ่าน ชนิดต้องปรบมือให้

          เมื่อ เจ เค โรว์ลิง กำลังจะมีผลงานเรื่องใหม่ ผมก็ตั้งตารอหนังสือวางแผงเลยทีเดียว
         
          ผมอยากรู้ว่าหลังจากความสำเร็จของงานชิ้นก่อนหน้า ชนิดพูดถึงเธอ ชื่อแฮร์รี พอตเตอร์ ต้องตามมาติดๆ และจะติดตามตัวเธอไปตลอดชีวิต

          เธอจะสามารถผลิตงานเขียนชิ้นใหม่ที่มันทะลุออกมาจากเรื่องยิ่งใหญ่ เรื่องที่คุณก็รู้ว่าเรื่องอะไร เรื่องนั้นไปได้มั้ย ?

          มีคนหลายคนที่ติดกับอยู่กับคำที่ว่า one hit wonder มีเพลงที่ฮิตมากๆ เพียงแค่เพลงเดียว เล่นหนังมากี่เรื่องก็ไม่เป็นที่จดจำของคนดูเท่าบทๆ นั้นบทเดียว เล่นฟุตบอลมาหลายปีดีดัก ก็ล้มเหลวมาตลอดยกเว้นลูกทำประตูลูกนั้นลูกเดียว หรือทำหนังมากี่สิบเรื่องก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าหนังเรื่องนั้นอีกเลย (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผลงานชิ้นแรก อาจเป็นเพราะว่าผลงานชิ้นแรกเราใช้เวลาทั้งชีวิตบ่มเพาะมันขึ้นมา ในขณะที่ผลงานชิ้นต่อๆ มา ของในตัวเราถูกปล่อยไปหมดแล้ว จะสะสมให้ได้เท่างานชิ้นแรกอาจต้องใช้เวลาอีกทั้งชีวิต ไม่ใช่เวลาเพียงปี-2 ปี)

          ...ผมกลัวว่า เจ เค โรว์ลิ่ง จะกลายเป็นอีกหนึ่ง one โคตร hit wonder !!

          The Casual Vacancy หรือในชื่อภาษาไทยว่า เก้าอี้ว่าง เป็นนิยายเรื่องที่สองของเธอ ฉบับแปลหนา 586 หน้า หนามาก ตกใส่เท้านี่นิ้วแตก ฟังแค่เรื่องย่อก็แตกต่างกับโลกเวทมนต์เรื่องนั้นเยอะ

          ...เมื่อ แบร์รี แฟร์บราเทอร์ ตายลงอย่างกะทันหันในวัยสี่สิบต้นๆ เมืองเล็กๆ ในประเทศอังกฤษที่ชื่อ แพกฟอร์ด ก็ตกอยู่ในอาการขวัญผวา แพกฟอร์ดนั้น ดูเผินๆ เหมือนว่าจะเป็นชนบทอังกฤษที่แสนสุข มีสี่แยกปูลาดด้วยหินอยู่ตรงตลาดและมีโบสถ์โบราณ แต่เบื้องหลังของฉากหน้านั้น นี่เป็นเมืองแห่งสงคราม คนรวยทำสงครามกับคนจน วัยรุ่นทำสงครามกับพ่อแม่ ภรรยากับสามี ครูกับนักเรียน ...แพกฟอร์ดไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นในตอนแรก และที่นั่งในสภาสังฆมณฑลที่ว่างลงเพราะการจากไปของแบร์รีนั้น จะกลายเป็นชนวนของสงครามใหญ่สุดที่เมืองนี้เคยมีมา ใครจะเป็นผู้ได้ชัยในการเลือกตั้งที่เปี่ยมด้วยความกระหาย การตีสองหน้า และการเปิดโปงที่คาดไม่ถึง
 
          ระหว่างที่อ่าน แม้จะมีบางนิสัยใจคอรวมทั้งการพูดจาของตัวละคร ที่อาจจะละม้ายคล้ายคลึงกับตัวละครใน แฮร์รี พอตเตอร์ บ้าง จนทำให้เราคิดว่าหรือเธอยังก้าวไม่พ้น โลกของแฮร์รี พอตเตอร์ แต่เมื่ออ่านจบแล้วผมพบว่าจริงๆ แล้วไอ้ที่ทำให้เราติดใจงานเขียนของเธอ ไม่ใช่โลกเวทมนต์อันน่าอัศจรรย์ แต่มันคือสำนวนภาษา การบรรยายความคิดจิตใจตัวละคร จุดพลิกผันที่กระแทกอารมณ์คนอ่านแบบไม่ทันตั้งตัว และอารมณ์ขันร้ายๆ ต่างหาก ซึ่งมันมีอยู่เต็มเปี่ยมใน The Casual Vacancy ทุกคนในนิยายเรื่องนี้ต่างมีปัญหาที่ต้องเผชิญหมดไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือวัยรุ่น และเราคนอ่านก็สามารถเข้าถึงหัวจิตหัวใจของพวกเขาได้ เป็นงานที่ติดดิน และสัมผัสได้ 
 
          และคงไม่ต้องกังวลว่าเจ เค โรว์ลิ่ง จะก้าวไม่พ้นงานเขียนเล่มยิ่งใหญ่เล่มนั้น เพราะหลังจากนี้เวลาเธอจะพาเราไปสำรวจโลกใหม่ๆ ผ่านงานเขียนชิ้นต่อๆ ไป เราก็พร้อมจะตามเธอไป โดยไม่ต้องกังวลว่าบรรดาพ่อมดเหล่านั้นจะตามเราไปด้วยอีกแล้ว

          สวัสดีครับ.
          ( มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ ที่ twitter  @ taloombon นะครับ)
.......................................
(หมายเหตุ One-Hit Wonder : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิทยา ทองอยู่ยง)