
เสียงสะท้อนจากขุนเขา
เสียงสะท้อนจากขุนเขา : คอลัมน์มองผ่านเลนส์คม : โดย...วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
เห็นภาพปกของอัลบั้ม ลำนำแห่งขุนเขา ของสังกัดสองสมิตที่เพิ่งออกวางขายเมื่อไม่นานมานี้แล้วผมก็ตื่นเต้นนะครับ เพราะมันเป็นภาพถ่ายคู่กันในครั้งอดีตของ จรัล มโนเพ็ชร และ ดนู ฮันตระกูล
จรัล มโนเพ็ชร คือผู้สร้างกระแสโฟล์กซองคำเมืองให้ลือลั่นเมื่อสัก 20-30 ปีที่แล้ว ส่วน ดนู ฮันตระกูล ก็คือหนึ่งในผู้ก่อตั้งบัตเตอร์ฟลายที่เป็นการรวมกลุ่มของคนดนตรีฝีมือเยี่ยมของเมืองไทยในยุคหนึ่ง และยังเป็นผู้สร้างตำนานวงไหมไทย ออร์เคสตรา ที่เอาเพลงไทยเดิมและเพลงลูกกรุงมาบรรเลงใหม่ได้อย่างงดงาม จนกลายเป็นขวัญใจนักฟังมาราว 20 ปีแล้วเช่นกัน
อธิบายง่ายๆ ว่าเป็นภาพถ่ายบนปกชุดนี้เป็นภาพของสอง ‘ขุนเขา’ ในแวดวงดนตรีไทยที่มาอยู่เคียงกันนั่นเอง ยิ่งมีคำโปรยว่า รำลึก จรัล มโนเพ็ชร ก็เป็นการบอกกลายๆ ว่านี่คืองานทริบิวต์ให้กับจรัลผู้ล่วงลับด้วย ทำให้อัลบั้มนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นอีก
จริงๆ แล้วดนูและจรัลเคยร่วมงานกันแบบเต็มๆ มาแล้วครึ่งหนึ่ง ในปี 2531 พวกเขาร่วมกันทำอัลบั้มชื่อ ลำนำแห่งขุนเขา (ชื่อเดียวกับชุดนี้นี่แหละ) เป็นการแบ่งปันมุมมองทางดนตรีกันอย่างแท้จริง คือมีการเอาเพลงเอาเพลงดังๆ ของจรัลอย่าง อุ๊ยคำ, รางวัลแด่คนช่างฝัน และ ล่องแม่ปิง มาทำใหม่โดยเรียบเรียงในสไตล์ของไหมไทยแล้วให้จรัลร้อง รวมกับเพลงเก่งของบัตเตอร์ฟลายอย่าง ขลุ่ยผิว และ เรามาร้องเพลงกัน และมีเพลงใหม่อย่าง ไม้กลางกรุง ที่แต่งโดย ประภาส ชลศรานนท์ และ ซื้อฝัน กับ ลำนำแห่งขุนเขา ที่ทั้งดนูและจรัลแต่งร่วมกันรวมอยู่ด้วย
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าอัลบั้ม ลำนำแห่งขุนเขา ที่ออกเมื่อปี 2531 เป็นอัลบั้มเพลงไทยที่ดีที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่เคยฟังมาตลอดชีวิตนะครับ น่าเสียดายที่จนปานนี้ผมเคยเห็นแต่ในรูปแบบเทปคาสเซ็ทเท่านั้น และคิดว่าคงจะหาซื้อยากแล้วด้วย
ดังนั้นพอได้มาเห็นอัลบั้ม ลำนำแห่งขุนเขา ที่เพิ่งออกมาอีกครั้งก็รู้สึกตื่นเต้น ในแวบแรกคิดว่าน่าจะได้มีงานนี้ในรูปแบบซีดีเสียที แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ครับ เพราะอย่างที่บอกแล้วว่า ลำนำแห่งขุนเขา ในเวอร์ชั่นนี้เป็นการทำขึ้นเพื่อทริบิวท์ให้กับจรัลมากกว่า และจะบอกว่าเป็นการทำขึ้นเพื่อระลึกถึงการร่วมงานครั้งสำคัญในครั้งนั้นของสองขุนเขาทางดนตรีด้วยก็ได้เช่นกัน
ในอัลบั้มนี้เราเลยได้ฟัง ดนู ฮันตระกูล และ วงไหมไทยออร์เคสตร้าเอาเพลงเก่งของ จรัล มโนเพ็ชร มาเรียบเรียงใหม่กันเป็นส่วนใหญ่ ไล่มาตั้งแต่ตั้งแต่แทร็กแรกคือ บ้านบนดอย, สาวมอเตอร์ไซค์, รางวัลแด่คนช่างฝัน, เดือนดวงเดียว, หนุ่มเจียงใหม่, ลูกข้าวนึ่ง และ ล่องแม่ปิง ซึ่งหลายเพลงก็เป็นเพลงที่คนส่วนใหญ่คุ้นหูกันอยู่ พอเอามาเรียบเรียงโดยเครื่องดนตรีคลาสสิกและให้นักร้องเสียงดีอย่าง สุรสีห์ อิทธิกุล, สุภัทรา โกราษฎร์, เรโซแนนซ์ และ ปฏิญญา ตั้งตระกูล มาช่วยกันถ่ายทอดก็ได้อารมณ์ไพเราะนวลเนียนไปอีกแบบ เป็นรสชาติทางดนตรีที่ชวนให้ลิ้มลอง เหมือนเปลี่ยนจากอะไรที่ดูจริงใจและดูชาวบ้านๆ ในเวอร์ชันดั้งเดิมมาเป็นอะไรที่ดูนิ่งลึก ตั้งใจ และปนด้วยท่าทีหรูหรานิดๆ แทน แต่ที่น่าสนใจก็คือความจริงใจที่ถูกสื่อสารออกมานั้นยังมีปริมาณเต็มเปี่ยมเช่นเคย
ไฮไลท์ของอัลบั้มนี้อยู่ที่ 3 แทร็กสุดท้ายครับ คือ ซื้อฝัน ที่ดนูปล่อยฝีมือเต็มที่ เป็นการเรียบเรียงเสียงร้องจากกลุ่มนักร้องประสานเสียงและจัดวางดนตรีได้อย่างมีมิติตื้น-ลึก ทำให้นี่เป็นเพลง ซื้อฝัน ที่ลุ่มลึกที่สุดที่ผมเคยได้ยินมา (ถ้าจะเอาเวอร์ชันไพเราะอ่อนหวานขอแนะนำเวอร์ชั่นของสุภัทราในอัลบั้ม เมื่อดอกซากุระบาน) ต่อด้วยเพลงบรรเลงจากฝีมือการแต่งของดนูที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านชื่อ ปั่นฝ้าย ซึ่งเรียบเรียงเครื่องเป่าเครื่องสายจนได้อารมณ์กลมกล่อมแบบพื้นบ้านจริงๆ แล้วปิดท้ายด้วยความอลังการกว่า 6 นาทีของ ลำนำแห่งขุนเขา ที่ยิ่งใหญ่ครบเครื่องเสียงเครื่องสายไล่ล้อกันตลอดเพลง เสียงร้องของ ปริญญา ตั้งตระกูล ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับจรัล เป็นการปิดอัลบั้มที่ตราตรึงใจ
อย่างที่บอกครับ นี่คืออัลบั้มที่ทำขึ้นเพื่อทริบิวต์ให้กับจรัล และเพื่อระลึกถึงการร่วมงานครั้งสำคัญในครั้งนั้นของสองขุนเขาทางดนตรี และมันก็ทำหน้าที่ทั้งสองประการนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
.................................................
(เสียงสะท้อนจากขุนเขา : คอลัมน์มองผ่านเลนส์คม : โดย...วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



