บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:สติ...

มองผ่านเลนส์คม:สติ...

29 ม.ค. 2556

สติ.... : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... ยศสินี ณ นคร

          ช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เรียกว่าชีวิตได้พบเจอความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเพื่อนสนิทคนหนึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ค่อนข้างน่าสะพรึงกลัว ครั้งนี้เรียกว่า จิตที่เคยปฏิบัติมาดีแค่ไหนก็ตกวูบ ขาดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี

          คำว่า พิจารณาจิตนี่หายไปจากพจนานุกรมส่วนตัวชนิดที่ต้องบอกว่า หาไม่เจอเลยทีเดียว วูบแรกจิตเป็นโทสะ เมื่อหมดโทสะจิตก็ตกวูบ นาทีนั้นถ้าไม่มีเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากว่าจะดึงจิตตัวเองขึ้นมาได้จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

          หญิงยศเองโชคดีที่มีเพื่อนและพี่ที่มีความระลึกถึงและเป็นห่วงกันอยู่อย่างลึกซึ้ง เมื่อทราบข่าวก็เลยเดินทางมาหาเพื่อให้เราได้ระบายและให้คำแนะนำในการดึงจิตกลับมาพิจารณา อยู่กับปัจจุบันขณะ และสำคัญที่สุดคือให้อภัย

          นั่งคุยกันอยู่สามชั่วโมงโดยที่ไม่ได้เช็กทวิตเตอร์ ดูอินสตาแกรม อัพเดทเฟซบุ๊กใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากที่สองวันก่อนหน้านั้นจิตป่วนรวนไปหมดทั้งความคิดของตัวเอง ความคิดคนอื่น อ่านข่าว ดูข่าว ต่อยอดกันไปจนจิตป่วนไปหมด แต่สุดท้ายพอได้พบทางสว่างและธรรมะพอให้กลับมาพิจารณาจิตได้แล้ว ก็ได้โซเชียลเน็ตเวิร์กนี่แหละที่เป็นสื่อกลางในการกระจายธรรมทานต่อไป

          หญิงยศทวิตข้อความที่ได้ฟังจากเพื่อนมาหลายข้อความเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อใครที่อาจกำลังพบกับการสูญเสียอยู่เช่นกัน หรือใครที่กำลังโกรธ กำลังปล่อยให้โทสะเข้าครอบงำจิตใจ และหลงวนอยู่คนเดียว อาจได้ฉุกคิดและดึงจิตกลับมาให้เป็นกุศลได้อีกครั้ง

          ซึ่งก็ได้ผลนะคะ มีหลายคนตอบกลับมาว่า ขอบคุณมากที่ส่งต่อข้อความที่เป็นประโยชน์ ทำให้เราได้กลับมาคิดนะคะว่า หลายครั้งที่เราโทษบรรดาโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าทำให้เราสมาธิสั้น ทำให้คนไม่มีความอดทนยั้งคิด แต่หากเราตั้งใจใช้มันให้เป็นประโยชน์ มันก็เป็นประโยชน์ได้มากโขอยู่เหมือนกันค่ะ

          เกิดปัญญาขึ้นมาอย่างหนึ่งค่ะว่า จริงๆ แล้วโซเชียลเน็ตเวิร์กก็เหมือนมีดเหมือนปืน หรือเหมือนแก้วน้ำนั่นแหละค่ะ วางมันไว้เฉยๆ มันก็ไม่สามารถจะลุกขึ้นมาทำร้ายทำลายใครได้ หรืออยู่นิ่งๆ มันก็ไม่สามารถส่งต่อความสดชื่นใจให้ใครได้เช่นกัน

          ปัญญามันไม่ได้อยู่ที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหรอกค่ะ มันอยู่ที่สติของผู้ใช้มากกว่า ว่าจะใช้มันมากเกินไป น้อยเกินไป ใช้เพื่อทำร้ายจิตใจใครหรือเพื่อดูแลจิตใจใครมากกว่า หลายครั้งที่ข้อความสั้นในอินสตาแกรมทำให้เราคิดอะไรได้มากมาย ในขณะที่บางคอมเม้นต์ก็ทำให้เราโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้เช่นกัน หลายคนเลือกที่จะโต้ตอบทันที่อย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน แล้วก็ต่อยอดความโกรธแค้นกันต่อไป หลังๆ หญิงยศใช้วิธีอ่านแล้วลบทิ้งไป คิดเสียว่าไม่เห็นก็ไม่ต้องรับรู้ ไม่ต้องโกรธกันต่อไป ใจเราก็สบาย
 
          สุดท้ายสติสำคัญที่สุดไม่ว่าเราจะอยู่ในโลกของความจริง หรือโลกไซเบอร์

          เมื่อมีความทุกข์ ความโกรธมากระทบแล้วทำให้จิตเราเป็นอกุศล แก้แค้นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ทำให้ใจเราเป็นสุข แต่ต้องแก้ไขใจเราให้เป็นกุศล อย่าปล่อยจิตให้จมจ่อมกับสิ่งร้ายๆนานเกินไปค่ะ อยู่กับใจเราให้มาก อย่าเอาจิตไปผูกอาฆาตพยาบาทกับคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เราไม่เคยพบไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ...
 
          มันไม่คุ้มเลยจริงๆ ค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ สติ.... : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... ยศสินี ณ นคร )