
เล่นหูเล่นตา:ขาจรขอนแก่น ... เที่ยวล่าสุด
ขาจรขอนแก่น ... เที่ยวล่าสุด : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“ สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย ... ”
ฉันกับสีเกดนั่งพนมมือแต้สวดแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์อยู่ริมตลิ่งบึงแก่นนครในตอน 8 โมงเช้า หมอกบางๆ ลงรอบบริเวณบึงที่มีน้ำสีเขียวๆ ... ฉันหยิบถุงหอยขมแบ่งกับสีเกดคนละ 2 ถุง ปล่อยลงบึง ตามด้วยปลาไหล ปลาช่อน และปลาหมอดิ้นไปมาในถุงก็อบแก็บ ค่อยๆ เปิดถุงออกกลัวปลายครีบแหลมๆ ของมันตำเอา (แม่เคยบอกว่าปวดน่าดู) แล้วรีบขึ้นสามล้อที่เหมาจากตลาดมาบึงพากลับไปที่ตลาดอีกครั้ง
7.00 น. พวกเราเดินจากโรงแรมมาตลาดบางลำภู จ.ขอนแก่น เพื่อมองหาของที่ไม่ค่อยเจอในกรุงเทพฯ เพื่อเอากลับกรุงเทพฯ ในอีก 2 - 3 ชั่วโมงข้างหน้าโดยเครื่องบิน ... ทุกครั้งที่มีโอกาสมาทำงานต่างจังหวัด ฉันจะตื่นเช้าผิดปกติ ตี 5 กว่าๆ ก็ตื่นแล้วเพื่อให้ทันตลาดเช้า ได้สัมผัสกับอากาศเย็นๆ ในหน้าหนาว ดมกลิ่นแปลกๆ ที่แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไรในตลาดบอกได้แค่ว่า มันชื้นๆ และสดๆ หน้าตลาดมี “ รถสกายแล็ป ” คนที่นี่เขาเรียกอย่างนั้น มันก็คือรถมอเตอร์ไซค์พ่วง เขาจะเอาเหล็กมาต่อเหมือนรถซาเล้งแต่มีหลังคากันลมกันฝน มีเบาะอยู่ฝั่งเดียวที่เหลือเอาไว้บรรทุกของ เจ้าของรถบอกว่ามันบรรทุกข้าวสารหนักถึง 400 กิโลได้สบายๆ ... วุ้ย ไฮโซ ก็ตรงนี้แหละ หนักแค่ไหนก็รับไหว!
หน้าทางเข้าตลาดบนฟุตบาทจะมีแม่ค้า แม่ขาย ยายแก่ๆ สวมเสื้อสูทตัวหนานุ่งผ้าถุงนั่งขายของแบกะดินอยู่ที่พื้น มีเพียงกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ กว้าง 2 หน้ากระดาษรองกันเปื้อน แต่ละเจ้าขายของอยู่ไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นผักสดที่คนอีสานนิยมซื้อไปทำอาหารพื้นบ้าน อันได้แก่ ฟัก แตงกวา ต้นหอม ผักชี ใบแมงลัก ผักชีลาว (เครื่องผักที่ใช้ทำอ่อม - ผักใส่เนื้อสัตว์ต้มกับน้ำน้อยๆ ปรุงด้วยน้ำปลาร้าและพริกแห้งหอมแดงตำ) หน้าหนาวผักยอดฮิตคือ สะเดา ที่เต็มไปด้วยดอกตูมๆ สีเขียวน่ากินกับปลาดุกย่างน้ำปลาหวานเป็นที่สุด เห็นแล้วคิดถึงแม่ ...
ฝักบัวผูกกันเป็นมัดๆ ละ 6 ฝัก เอาไปแกะเองกับที่แกะเป็นเม็ดเขียวๆ ใส่ถุงขาย ของโปรดของฉันตอนเป็นเด็ก ... ฉันชอบบัว ตั้งแต่ฝัก ดอก ไปจนสาย ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เม็ดมันอวบอ้วนต้องแกะเปลือกสีเขียวที่มียางออกก่อนจนเจอเม็ดในสีเหลืองนวล ยังใส่ปากไม่ได้ต้องแกะใจกลางเม็ดสีเขียวๆ ขมๆ ออกเสียก่อนแล้วค่อยกิน กรอบหวานมันในแบบเม็ดบัวดิบที่ต่างจากเม็ดบัวต้มสุกลิบลับ ... ฝักข้าวโพดต้มร้อนๆ ผูกฝักรวมกันเป็นมัด แม่ค้ากำลังเอาออกมาจากถุงปุ๋ยพลาสติกที่บรรจุมา ควันกรุ่นออกจากถุง หอมกลิ่นข้าวโพดเข้ากับกลิ่นลมหนาวที่นี่จริงๆ แม่ค้าเอาแมลงต่างๆ พวกจิ้งหรีด กุ๊ดจี่ ดักแด้ จิ้งกุ่ง ฯลฯ ใส่ลงในกะละมัง เป็นดักแด้ตัวอวบอ้วนที่เคยเห็นต้มในหม้อดิน สมัยที่ยายยังทอผ้าไหมอยู่ ภาพและกลิ่นแสดงผลอยู่ในสมองและโพรงจมูกของฉันทันที ... คิดถึงยาย ปลารากกล้วยตัวจิ๋วของโปรด โก้ มิสเตอร์แซกแมน นอนรวมกันจำนวนมหาศาลในกะละมัง ถ้าจะให้นับคงนับกันจนดึก ตัวมันช่างเล็กจิ๋วเหลือเกิน ... ฉันซื้อมา 2 กิโลกะว่าจะให้น้องสะใภ้ทอดแล้วเอาไปฝากโก้ โก้ชอบกินปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบ แต่เกลียดปลาใหญ่เพราะสมัยเป็นเด็กน้อย พ่อที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเพราะแม่ตายเอาโก้ไปฝากเรียนอยู่บ้านป้า ป้าทำแต่ปลาให้กินทุกมื้อ โก้เลยเบื่อปลาตัวโตตั้งแต่นั้นมา ถัดจากปลาตัวจิ๋วมาเป็นปลาตัวยักษ์ ปลาบึก ปลาคัง ที่แม่ค้าเอามาสับขายเป็นชิ้น พอฉันชี้ปลา นางก็จับชั่งทั้งตัวแล้วขายให้ฉันแบบนั้น ... อือ ... ปิดการขายดื้อๆ เสียอย่างนั้น รวบตึงเก่งจริงนะคุณแม่ค้า ... เดี๋ยวด่า! ก็เลยเป็นภาระหนักอึ้งที่ต้องนำกลับกะจะเอาไปให้แม่อ่อมและหมกใส่ผักชีลาวตามใจชอบ
ที่ตื่นตาตื่นใจฉันเห็นจะเป็นปลาเป็นๆ ทั้งปลาช่อน ปลาไหล ปลาหมอที่ดิ้นพราดๆ ปล่อยฟองฟ่อดและเมือกออกมาจนน้ำข้น ของโปรดของเตี่ย ไซส์ขนาดเกือบเท่าฝ่ามือฉันถือเป็นไซส์จัมโบ้ที่หาซื้อยาก ยิ่งเป็นปลาหมอนาไม่ใช่ปลาหมอเลี้ยง ตัวดำอวบ หน้าหนาวเป็นหน้าปลาไข่ นานๆ ทีจะเจอที ฉันดีใจยังกับถูกเลขท้าย 2 ตัว เตี่ยคงดีใจถ้าเอาไปให้แม่ต้มมะระกระดูกหมูให้กิน กบเป็นๆ กระโดดสก็อตจัมพ์ติดตาข่ายที่แม่ค้าดักไว้กันหนี อยู่ติดกับตัวที่ตายแล้วนอนตายไส้ทะลัก เห็นเครื่องในตับไตไส้พุงแย่งกันออกจากท้อง นึกถึงชั่วโมงผ่ากบตอนเรียนสายวิทย์ขึ้นมาทันที
กบเป็นกับกบตายอยู่ติดกัน เป็นภาพบีฟอร์แอนด์อาฟเตอร์ เห็นแล้วปลง เห็นกันอยู่ประเดี๋ยวเดียวก็ตายเสียแล้ว แม่ค้าโหดมากรวบขากบจับหัวฟาดกับเขียง ยังไม่ทันมึนก็เอามีดกรีดฟรึ่บกลางท้องไส้ทะลัก แล้ววางทับๆ กันเป็นศพกบที่ถูกสังหารหมู่ เห็นกบทีไรนึกถึงตุ๊กกี้ในเรื่องเจ้าหญิงกบทุกที อือ ... น่าเอ็นดูนาง ...
เดินเข้ามากลางตลาดเจอร้านปลาช่อนแดดเดียว สิงห์บุรี ไหงมาอยู่ขอนแก่นแบบนี้ล่ะ? มาตลาดนี้สิ่งที่ไม่เคยพลาดซื้อคือปลาช่อน ปลาสลิดร้านนี้ ปลาแห้งกำลังดี แถมจืดไม่เค็ม เอาไปทอดกินกับแกงส้มจะอร่อยมากๆ ปลาสลิดของโปรดสีเกด นางก็เลยกว้านซื้อไปตามระเบียบ ฉันเดินเข้าซอกโน้นออกซอยนี้เพื่อตามหาของกินประจำท้องถิ่นอย่างที่บอก เจอของโปรดของฉันแล้ว! ปลาช่อนนาตัวหนาเท่าหัวแม่โป้ง แม่ค้าเขาแล่ตากแดด ฉันกวาดมา 4 - 5 กิโลไว้กินเองและแจกเพื่อนฝูง เอาไปทอดหรือปิ้งก็อร่อย “ แป้ ” น้องสะใภ้จะทำแจ่วพริกป่นตำใส่ข่า หอมแดง กระเทียมคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าเสริมเปรี้ยวด้วยมะนาวและมะกอก (ที่ตำใส่ส้มตำ) เอาข้าวเหนียวร้อนๆ จิ้ม ... วุ้ย ... อร่อยน้ำตาจะไหล!
กินปลาแห้งทอดหรือปิ้งทีไร นึกถึงน้าสุก น้องสาวแม่ที่เลี้ยงฉันมาจนโตทุกที น้าจะบิเนื้อปลายัดใส่ข้าวเหนียวเป็นคำๆ วางบนฝากระติบข้าวเหนียวแล้วให้ฉันหยิบกินทีละคำ จำได้ว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหมดสักที เพราะน้าจะปั้นมาเติมวางไว้บนกระติบทุกทีน่ะสิ มิน่าจมูกฉันถึงไม่โด่ง กลางตลาดมีหลวงพ่อองค์หนึ่งท่านมาตั้งโต๊ะประกาศออกไมค์ขอบิณฑบาตร เงิน และอาหารสดต่างๆ นำไปใช้ในงานบวชเณร 300 กว่ารูปในวันพรุ่ง แม่ค้าพ่อค้าเอาผักสด ไข่ไก่ เส้นหมี่ ข้าวสาร น้ำดื่ม ทุกสิ่งอย่างที่ขายและหามาได้เวลานั้นนำมาถวายท่านเพื่อใช้ในงานต่อไป ฉันเอาแบงค์พันหย่อนลงไปในขันใบโต นึกถึงเณรน้อยแล้วก็อมยิ้ม ลูกหลานคนยากจนบางคนเอาเด็กมาบวชเพื่อจะได้มีข้าวกินและได้ศึกษาธรรมะไปในตัว
พุทธศาสนานั้นเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและใจของพวกเรา คนไทยเองก็ใจบุญสุนทานเห็นแล้วก็ดีใจว่าความดียังคงสถิตย์อยู่ในใจผู้คน แม้บางครั้งชีวิตที่ต่อสู้ดิ้นรนจะทำให้คนไม่แสดงความดีออกมาก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หายไปไหน ยังคงอยู่ในนั้น เราต้องหมั่นใช้มันบ่อยๆ ความดีจะได้แข็งแรงพอที่จะไม่พ่ายแพ้ต่อความชั่วหรือความโลภ โกรธ หลง ...
ในตลาดจะมีการทำบาปโดยการฆ่าชีวิตสัตว์ต่างๆ มากมายเพื่อนำมาจำหน่าย ขณะเดียวกันการทำบุญก็เกิดขึ้นได้ในที่เดียวกัน ทุกอย่างในโลกมี 2 ด้านเสมอ แม้ว่าสถานการณ์สถานที่จะพาไปก็ไม่ได้หมายความว่าใจจะต้องเป็นไปด้วย ในบาปก็ยังมีบุญซ่อนอยู่ขึ้นอยู่กับเราจะเลือกทำ
.......................................
(หมายเหตุ ขาจรขอนแก่น ... เที่ยวล่าสุด : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



