
The Cure:มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน
The Cure : มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง
ท่ามกลางสังคมปัจจุบันที่ผู้คนแย่งกันกิน แย่งกันอยู่ แย่งกันหายใจจนบางครั้งลืมความเป็นคนนั้นเป็นอย่างไร เราทุกคนจึงยืนอยู่บนกระแสความเห็นแก่ตัวของคนในสังคม จนบางครั้งก็หลงลืมคำคำนี้ไป “เพื่อน” ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์ หรือเพื่อนร่วมโลกก็ตาม ในสังคมที่ผมได้พบเห็นมันทำให้ผมหวนนึกถึงภาพยนตร์อันดับสองในดวงใจที่ว่าด้วยมิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน
The Cure (1995) กำกับโดย ปีเตอร์ ฮอร์ตัน ภาพยนตร์เล็กๆ ที่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งหนึ่งของมินิโซต้า อีริค (แบรด เรนโฟ) เด็กวัยรุ่นวัยเพียง 11 ปี ผู้อาศัยอยู่กับแม่ที่บ้างานจนลืมการเลี้ยงดูลูก เขาได้พบกับเด็กซ์เตอร์ (โจเซฟ มาเซลโล) เด็กหนุ่มวัยเดียวกันที่อาศัยอยู่กับแม่ผู้อบอุ่นที่เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้าน เด็กซ์เตอร์เป็นเด็กตัวเล็กเมื่อเทียบกับเด็กอื่นเนื่องจากเป็นโรคเอดส์ที่ติดเชื้อมาจากการถ่ายเลือด ทั้งสองได้สานสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่สวยงาม อีริคพยายามค้นหาวิธีรักษาโรคเอดส์ให้เด็กซ์เตอร์จากหนังสือต่างๆ โดยการหาต้นไม้ใบหญ้ามาปรุงเป็นยาจนป่วยจับไข้กันไปตามประสาเด็ก จนกระทั่งทั้งสองได้อ่านหนังสือพิมพ์เจอว่าได้มีแพทย์ที่พยายามค้นหาการรักษาโรคร้ายนี้ได้ การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นด้วยห่วงยางที่ล่องไปในแม่น้ำมิสซิสซิปปี้เพื่อหวังไปสู่เมืองนิวออลีน
ระหว่างเดินทางลงเรือขึ้นรถครั้งนี้ทั้งสองได้ผจญเรื่องราวจากผู้คนมากมาย ก่อเกิดมิตรภาพที่แน่นแฟ้นมาก ยิ่งขึ้น สำหรับฉากที่สุดแสนประทับใจไม่มีวันลืมได้เลย เป็นฉากที่ทั้งสองนอนในเต็นท์แล้วเด็กซ์เตอร์เริ่มจับไข้หนาวสั่นแต่เหงื่อแตกท่วมแล้วฝันร้ายด้วยพิษไข้ จนกระทั่งตื่นขึ้นแล้วพยายามเล่าภาพติดตาในยามตื่นที่เห็นตัวเองในความมืดไม่มีใครข้างกายเลยให้อีริคฟังด้วยน้ำตา อีริคปลอบเพื่อนรักด้วยการให้รองเท้าผ้าใบข้างหนึ่งของตัวเองพร้อมบอกเด็กซ์เตอร์ว่า ถ้าไปในที่มืดนั้นอีกเมื่อใด หากเจอใครรังแกจงเอารองเท้าของเขาให้ดู แล้วบอกไปเลยว่ามันเป็นรองเท้าของเพื่อนรักที่ชื่อว่าอีริคที่ยิ่งใหญ่ จะไม่มีใครกล้ารังแกอีกต่อไป แต่แล้วการเดินทางของเด็กซ์เตอร์ก็ไปไม่ถึงเมื่อเขาป่วยหนักขึ้นและต้องกลับบ้านทันที ไม่นานนักเด็กซ์เตอร์ก็จากโลกใบนี้ไป ในงานศพของเด็กซ์เตอร์นั้นได้เห็นอีริคที่ยืนดูเด็กซ์เตอร์เพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมเดินจากงานไปด้วยรองเท้าข้างเดียว บนร่างที่ไร้วิญญาณของเด็กซ์เตอร์ได้พบเห็นรองเท้าของอีริคข้างหนึ่งในอ้อมกอดของเด็กซ์เตอร์ มันคงเป็นสัญญาแห่งมิตรภาพที่ไม่มีวันเลือนรางจากทั้งสองไปตราบนานเท่านาน
ผมนั่งดูภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้งหลังไม่ได้ดูเลยกว่า15 ปี แต่ความประทับใจในมิตรภาพไม่ได้รู้สึกน้อยลงไปเลย หากแต่มองเห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมาในโลกแห่งความจริงมากกว่า ภายใต้วิทยาการทางการแพทย์ที่พยายามค้นคว้าเพื่อเอาชนะธรรมชาติ เกิดเป็นคนต้องไม่ยอมแพ้ หรือต้องไม่ยอมรับกันแน่ การลาไปจากโลกที่คิดว่าสวยงามอาจดูน่ากลัว แต่หากยามที่เรามีเวลาที่เหลืออยู่ทำอะไรบ้างนั่นต่างหากที่สำคัญที่สุด...มิใช่หรือ?
.......................................
(หมายเหตุ The Cure : มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง)



