บันเทิง

หยุด!เป็นเหยื่อ-ตลาด'ปั่นยอด บั่นชื่อคู่แข่ง'

หยุด!เป็นเหยื่อ-ตลาด'ปั่นยอด บั่นชื่อคู่แข่ง'

25 ม.ค. 2556

หยุด!เป็นเหยื่อ-ตลาด'ปั่นยอด บั่นชื่อคู่แข่ง' : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์

          ในความเป็นจริงแม้วันนี้นักการตลาดจะยังไม่ได้ใช้เม็ดเงิน ลงทุนกับโลกออนไลน์เท่ากับสื่อ Mass อย่าง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เท่าไรนัก หากก็ไม่ปฏิเสธว่า สื่อออนไลน์สามารถสร้างสีสัน และเป็นฐานให้สื่อ โฆษณาประชาสัมพันธ์ใช้ในการต่อยอดและอ้างอิง ขณะเดียวกัน ก็ยังมียุทธ ศาสตร์ อีกหลายอย่างที่ ปั้นตัวเลข ปั่นยอดของแฟนเพจ และ จำนวนไลค์

          หากวันนี้หัวเรื่องที่อยากหยิบยกขึ้นมา ไม่ใช่วิธี ปั่นยอด เพราะเดี๋ยวจะโดนรุมสกรัม แต่เป็นวิธี บั่นชื่อ เสียงของ คู่แข่ง หรือ คู่หมั่นไส้ ดูกันง่ายๆ ทุกวันนี้ Facebook Fanpage มี Anti page หรือ กลุ่มที่ Anti นู่น นี่ เกิดขึ้นมากมายตั้งออกมาที่บอกเจตนารมณ์ความคิดผู้ตั้งว่า “Anti” ชัดๆเลย ก็อย่าง “AntiSOTUS” เพจของกลุ่มคนที่ต่อต้านการรับน้องโดยใช้การว๊าก หรือขมขู่ คนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อย่างวู้ดดี้ ก็โดนผู้ไม่หวังดีตั้งเพจต่อต้านอย่าง “แอนตี้ วู้ดดี้” และยังมีเพจที่ขึ้นต้นด้วย “มั่นใจคนไทยเกินล้านคนไม่พอใจ...” ผุดขึ้นมาอีกมากมาย และแม้แต่คนธรรมดาก็ยังโดนตั้งแฟนเพจแอนตี้ได้ หากมีคนไม่พอใจ!!  

          พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันจัดการได้ไม่ยาก ขอเพียงแต่เข้าให้ถูกทาง  กระตุกให้ถูกต่อม ถ้าจะว่ากัน แบบมี ทฤษฏี ก็ต้องโยงเข้ากับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันด์ ฟรอยด์  ที่สรุปได้ว่ามนุษย์ มักจะกระตุ้นขึ้น หากแสดงให้เห็นว่า กำลังเสียผลประโยชน์  เสียอิสระ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในจิตใต้สำนึกของทุกคน

          เอาง่ายๆ อีกสักตัวอย่าง กรณี “เหนือเมฆ 2” ที่ทำเอาของขึ้นกันในสื่อออนไลน์นั้น ส่วนหนึ่งก็มีที่มาจากสาเหตุข้างต้นที่ว่า เรากำลังสูญเสียประโยชน์ หรือรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งถ้าเราไล่ดูไปเรื่อยๆ ทั้งในกลุ่มที่โปรโมทสินค้า ว่าอะไรกำลังได้รับความนิยม อะไรกำลังหมด ความนิยม ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้เหมือนกัน คือ ในแง่ได้รับความนิยม ทำให้คนรู้สึกว่า ตนได้รับ การยอมรับ เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ส่วนจะทำให้ หมั่นไส้ เกลียดใคร ก็สื่อให้เห็นว่า แบรนด์ นั้น ๆ ทำให้ เสียประโยชน์ เอาเปรียบ บริษัทห้างร้านจึงพากันออกแคมเปญ CSR กันให้เพียบเพื่อให้ภาพในใจของผู้บริโภคนั้นมีความสวยงาม

          ดังนั้นสำหรับนักการตลาดแล้วขั้นแรก ก็เพียงหา “คอนเท้นท์” กระตุกต่อม ต่อมาเติมด้วยยอดไลค์  เพิ่มแฟนเพจ  พร้อมรอ กระแสเกิด ก็ติดลมบนบรรลุเป้า!!

          ทีนี้ ผู้บริโภคอย่างเรา ควรเตรียมตัวอย่างไร สิ่งที่เราควรทำในยุค ตลาดปั่นยอด บั่นชื่อคู่แข่ง คือ พึงระลึก เสมอ ว่า ทุกเม้นท์ของเรามีความหมาย ไม่ใช่แค่ คนโพสต์ดูน่าสนใจ หรือน่าเชื่อถือ แล้วเราจะคล้อยตาม หากแต่ต้องดูว่า ข้อมูลนั้น จริงหรือไม่จริง ดูที่มาว่า “กลุ่มเม้นท์” แสดงความคิดที่คล้าย ๆกันนั้น มีอะไรเชื่อมโยงผูกกัน อยู่ข้าง หลัง หรือไม่ เพราะนั่นอาจจะทำให้เราเห็นว่าแท้จริงเป็นเรื่อง “ประโยชน์ร่วม”

          เพราะสังคมออนไลน์ วันนี้ไปเร็ว มาเร็ว มีพลังมหาศาลที่จะให้คน เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม เป็นกลุ่มก้อนเพื่อขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง  หากแต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้าการรวมกลุ่มขับเคลื่อนนั้น เพียงเพราะ เรา “แค่รู้สึกมันส์ สนุก” แต่ไม่ได้หาข้อมูล หรือวิเคราะห์ที่มา

          เห็นอย่างนี้คงต้องเริ่มประยุกต์กันใหม่ หาข้อมูล ดูที่มา เหมือนที่เราซื้อรถคันแรก ดูราคา ดูบริการหลังการขาย ดูเงื่อนไขการผ่อนชำระ และดูอายุการใช้งาน เพื่อหยุด !!การตกเป็นเหยื่อ หยุดให้คนกล่าวหา  ว่า “เพราะคนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 8 บรรทัด” จึงวิเคราะห์ไม่เป็น กลายเป็นของเล่นของนักการตลาด
.......................................
(หมายเหตุ หยุด!เป็นเหยื่อ-ตลาด'ปั่นยอด บั่นชื่อคู่แข่ง' : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์)