
หนังโรงเล็ก:หนังชีวิตของ'บุญรอดฯ'
หนังชีวิตของ"บุญรอดฯ" : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ความรุ่งเรืองและรุ่มรวยใน 80 ปีของบุญรอด บริวเวอรี่นั้น เริ่มต้นจากสิ่งใดหรือ? จากเบียร์ถังที่หนึ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านบางกระบือ ในปี พ.ศ. 2477 หรือจากก้าวเดินแรกของสิงห์ฯ จากเส้นทางที่ผ่านมา
โรเบิร์ต ฟรอสต์ เขียนไว้ในบทกวี The Road Not Taken ว่าการเดินทางที่สมบูรณ์นั้น ควรจะมีอุปสรรคบ้าง มีราบรื่นและขรุขระ เท่าๆ กับที่สูงชันและทางโล่ง เพราะชีวิตควรเป็น travel และ journey ที่แม้มีเป้าหมายที่ปลายทาง แต่ระหว่างทางก็มีความหมายไม่แพ้กัน
บุญรอดฯ มีอายุครบ 80 ปีและถ้าไม่มีผิดพลาดอะไร หลายเดือนถัดจากนี้ เราคงจะเห็นกิจกรรมหลายอย่างที่จะเกิดจากสิงห์คอร์เปอเรชั่นในปีนี้ ผมยังไม่ทราบว่าจะมีอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ หนึ่งในนั้นที่แฟนบอลโฟกัสก็คือ การนำเอาทีมคลาสสิกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และดาวรุ่ง(เศรษฐีใหม่)อย่าง เชลซี มาเตะในไทยกลางปีนี้
ตอนนี้แฟนๆ ผีและเด็กๆ ของสิงห์ลอนดอนสาขาไทยแลนด์กรี๊ดกร๊าดกันมาก เพราะทีมหลังเป็นแชมป์ยุโรป และทีมแรกก็เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด สองทีมนี้เป็นหลายอย่างนะครับ แต่อย่างที่แน่นอนก็คือ เป็นที่รักของแฟนๆ
แค่คิดว่า ช่วงเวลาครึ่งเดือนที่แฟนบอลจะได้อยู่ในบรรยากาศของทีมดังสองทีมนี้ มันก็คงมีข่าวสารและกิจกรรมมากมายให้เล่นและ “ปั้น” ขึ้นมาได้
แต่ผมไม่คิดว่า 8 ทศวรรษของบุญรอดฯทั้งที จะมีแค่ฟุตบอล บางทีเราเห็นดนตรี เห็นหนังสือ เห็นอะไรจากเดินทางมาหลายเส้นทาง หรือบางทีเราอาจเห็นหนังสารคดีสักเรื่อง เพราะจะว่าไปบุญรอดฯ ก็มีหลายอย่างเหมาะในการสร้างเป็นหนัง มีการออกตัวแรง มีความทะเยอทะยาน มีจุดดร็อป มีดราม่าและมีการคัมแบ็กกลับมาเอาตำแหน่งคืน
ถ้าเป็นหนังสักเรื่อง อาจเป็น Shane ผสมกับ Gladiator (มากกว่าเป็น ”คุณนายโฮ” ผสมกับ Harry Potter) จะเป็น Life of Pi ก็ไม่ได้ เพราะสัตว์แห่งความหมายตีความ(interpretation) 4 ตัว ไม่มีสิงห์บนเรือ (ฮา)บางคนอาจไม่เห็นด้วย แต่ผมคิดว่าเวลามีการพูดถึงบุญรอดฯ โดยทั่วไปคนก็จะคิดถึงสิงห์ฯ เหมือนพูดถึงนักวิ่งก็ยูเซน โบลท์ พูดถึงวาทยกรโลกก็ Zubin Mehta พูดถึงปรัชญาชีวิต ก็ต้องคาลิล ยิบราน
ภาพจำอย่างหนึ่งจากหนังโฆษณาสิงห์ตอนเด็กๆ ก็คือการแสดงพื้นบ้านที่เล่าเรื่องแบบท้องถิ่น ผสมผสานกับความเป็นไทย หนังชุดนั้นเล่นแสงและการสั่นไหว ทำให้เกิดมิติในการมอง คือไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ความเป็นไทยถูกเห็นชัดที่สุด ทีนี้ถ้าพูดแบบเป็นกลาง ผมว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีอยู่สองบริษัทที่เราเห็นตราสินค้าของแบรนด์
เข้าไปเกี่ยวพันกับกิจกรรมและโฆษณามากที่สุด
นั่นคือ “สิงห์คอร์เปอเรชั่น” และ “ไทยประกันชีวิต”
ไม่ต้องไปสอดส่องไกลๆ เอาแค่หนังไทย รายการทีวี ดนตรีและกีฬา สองแบรนด์นี้มีหน้าตาอยู่อย่างกระมิดกระเมี้ยนและโจ่งแจ้งในหลายเรื่อง (สำหรับ “ไทยประกันชีวิต” ระยะหลังๆ เริ่มวางอยู่ในตำแหน่งที่นุ่มนวลมากขึ้น)
การตีความตัวเองของแบรนด์นั้น สิงห์เป็นภาพหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ยกเท้าหน้าแล้ว “ค้างไว้” แต่พอออกเดินทาง มันเหมือนแบรนด์ต่างชาติที่ค่อยๆ คลี่ภาพและไม่กักขังตัวเองไว้แค่ความหมายเดียว นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเมื่อนำเอาตราสินค้าหรือโลโก้สโมสรตรงหน้าอกของแมนยูฯ มาวางเปรียบกัน (จากอดีตยันปัจจุบัน)
เราจะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่รู้ตัว และลบคำว่า football club ออกจากหน้าอก เพราะแมนยูไม่ใช่ทีมบอลมานานแล้ว หากเป็นแบรนด์คลาสสิก เหมือนที่ไนกี้วางตัวเองเป็น innovation (หากว่า อาดิดาสเป็น fashion)
การตีความ การหามุมมอง การเล่นเกี่ยวกับวิธีเล่าเรื่องของแบรนด์จึงเป็นเรื่องสนุกสนานด้วย หากว่าเราจะไม่มองอะไรแค่มิติเดียว “รองเท้าวิ่ง” อาจไม่เคยขายรองเท้า แต่ขาย “วิธีผูกเชือก”, สมาร์ทโฟนอาจไม่เคยขายการโทร แต่ขาย ”การถือครอง” หรือ เบียร์สักถังอาจไม่ได้ขายปริมาณของน้ำ แต่ขายเรื่องราวและบรรยากาศของมัน
หลังนสพ. “คมชัดลึก” ฉบับนี้วางแผงไม่กี่ชั่วโมง สิงห์ฯ คงพาสื่อมวลชนและคนทำโฆษณา เทคออฟบินไปถ่ายทำและเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับแมนยูฯ เป็นการสานต่อปรากฏการณ์ครั้งแรกที่แบรนด์ไทย ได้วิ่งอยู่รอบๆ Old Trafford มา 3 ปีแล้ว
ราวกับจะบอกว่า สิงห์ฯและแมนยูคือ “คู่ชีวิต”
เพราะ “คู่ชีวิต” เจอกันมากกว่าแฟน
และลึกซึ้งกว่าสถานะ “สามีภรรยา”
.......................................
(หมายเหตุ หนังชีวิตของ"บุญรอดฯ" : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



