
'กริซซี่ คาเฟ่'การเดินทางของดนตรีและศรัทธาของคนฟัง
'กริซซี่ คาเฟ่'การเดินทางของดนตรีและศรัทธาของคนฟัง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]
น้อยก็หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผย ยิ่งมีอัลบั้มออกมาก็แสดงถึงการผนึกแน่นอย่างมั่นคงทางความคิดและดนตรี ที่สื่อสะท้อนผ่านบทเพลงของเขาออกมาสู่คนฟัง
อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือนามบนเวทีในโลกดนตรีเขาใช้ชื่อตัวเองว่า ‘กริซซี่ คาเฟ่’ (Greasy Cafe) ได้พิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางนี้ได้อย่างหมดจดและงดงาม
โดยเฉพาะสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด ซึ่งเป็นงานลำดับที่ 3 ‘The Journey Without Maps’ การเดินทางซึ่งปราศจากแผนที่ได้ทำหน้าที่งานเพลงและดนตรีที่ขับเน้นตัวตน ความคิด การเขียนเพลงของเขาให้ตกเป็นผลึกที่สวยงามสู่โสตของคนฟัง
ในถ้อยความคิดที่กลั่นออกมาเป็นถ้อยคำและเรื่องราวที่แสดงถึงความรู้สึกจากห้วงลึกภายในที่ส่งผ่านมาสู่โลกภายนอกและสาธารณะผ่านบทเพลงของเขา ในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา จากงานเขียนเพลงที่ส่งต่อให้ ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ในอัลบั้ม "5" ของเขาเป็นความน่าทึ่งในการเขียนเนื้อร้องที่เป็นอิสระหลุดออกจากรอบความคิดแบบเพลงป๊อปไทยร่วมสมัยทั่วไป
ยิ่งมานับรวมกับบทเพลง "ป่าสนในห้องหมายเลข 1" ที่เขียนขึ้นเพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเขาเล่นเป็นตัวเอก "แต่เพียงผู้เดียว" ของผู้กำกับการแสดง คงเดช จาตุรันต์รัศมี และบทเพลง "ประโยคบอกเล่า" เพลงประกอบภาพยนตร์ "ชัมบาลา" ของผู้กำกับการแสดง ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ก็ทำให้บทบาทของเขายิ่งขยายวงกว้างขึ้น ในฐานะคนเขียนเพลงที่มีบุคลิกการเขียนเพลงรักที่ดำดิ่งเข้าถึงห้วงลึกภายในที่เหงาหมองหม่นทว่าลึกลับน่าค้นหา
หากย้อนกลับไปดูพลังทางความคิดและดนตรีของอัลบั้มชุดที่ 1 "สิ่งเหล่านี้" ในปี 2551 และต่อเนื่องด้วยชุดที่ 2 "ทิศทาง" ปี 2552 ได้พ่นพุ่งความสดของความคิดและแรงพลุ่งพล่านที่จะแสดงออกทางดนตรีได้อย่างแยบคาย จนสามารถสร้างบุคลิกทางดนตรีบริตป๊อปแบบไทยในสไตล์ของ กริซซี่ คาเฟ่ ได้อย่างโดดเด่น
ในฐานะนักร้อง-นักแต่งเพลง กริซซี่ คาเฟ่ ได้ข้ามพ้นสูตรการเขียนป๊อปร่วมสมัยซึ่งเป็นพิมพ์นิยมในตลาดเพลงที่มีอยู่อย่างดาษดื่นและไร้เสน่ห์อย่างสิ้นเชิง จุดที่น่าสนใจในความเป็นคนเขียนเพลงหรือนักแต่งเพลงของเขา มีความสำคัญเป็นอย่างมาก
แน่นอนเขาไม่ใช่นักเล่าเรื่องบอกเล่าถึงความรักของวัฒนธรรมกระแสหลักยอดนิยม แต่เป็นนักผูกเรื่องราวผ่านความคิดและถ้อยคำออกมาในรูปประโยคและความหมายผ่านถ้อยความที่ลึกซึ้งดำดิ่งให้คนฟังได้เดินร่วมค้นหาและตีความ
ภาษาที่มารับใช้ความคิดมีแรงดึงดูดในการฟังเป็นอย่างมาก ทำให้บทเพลงของเขามีเสน่ห์ที่สามารถฟังได้หลายครั้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เพราะคมคำของภาษาและการดึงสัญญะต่างๆ ที่ไม่ลึกล้ำหรือยากจนเกินไป โดยมีมุมมองเชิงปรัชญาที่สะท้อนภาพความรัก ความเหงาโดดเดี่ยว ของสังคมร่วมสมัยไว้ในบทเพลงด้วย โดยเฉพาะกลิ่นความรู้สึกของคนเมืองที่อยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวที่น่าจะบ่งสะท้อนความรู้สึกซึ่งกันและกันได้
ความเนิบเนือยเอื่อยช้าสลับกับการอัดแน่นของความหนักแน่นทางดนตรีบริตป๊อป เสริมด้วยก้องสะท้อนหลอนลอยอยู่ห่างลางบางจางเลือนของซาวด์สังเคราะห์ในบางบทเพลง ยิ่งเสริมให้บทเพลงมีท่วงทำนองและเมโลดี้ที่ไพเราะกำจายออกมาอย่างน่าค้นหา
13 บทเพลงในอัลบั้มชุด "The Journey Without Maps" มีเนื้อร้องในบางท่อนที่เรียบง่ายแต่กินความกว้างและสร้างความอ้างว้างในอารมณ์ความรู้สึก อย่างบทเพลง "อาณาเขต" แค่ท่อนขึ้นต้นของเนื้อร้องที่มีอยู่ว่า
"สิ่งต่างๆ อาจทำให้เราเปลี่ยน สะท้อนพฤติกรรมมากมาย เช่นการติดต่อผ่านกันในอากาศ จากการใช้แค่ปลายนิ้วมือ"
กริซซี่ คาเฟ่ ได้เขียนบอกเล่าถึงยุคสมัยได้อย่างล้ำลึก โดยไม่ต้องอธิบายมากมายก็ทำให้คนฟังรู้สึกได้
งานชุดนี้ถือว่าเป็นงานชิ้นเยี่ยมและลงตัวมากที่สุดในระดับของอารมณ์ความรู้สึกที่คลี่คลายสู่การบอกเล่าจากห้วงลึกภายในที่ให้ออกมาสัมผัสกับโลกภายนอกผ่านความรักและความเป็นไปของสิ่งรอบข้าง เป็นบุคลิกการเขียนเพลงและดนตรีที่เป็นส่วนตัว ซึ่งคนทั่วไปสามารถเข้าร่วมสัมผัสความรู้สึกและประสบการณ์ร่วมนั้นได้ ถือเป็นธรรมชาติเฉพาะตัวหรืออัตลักษณ์ของนักร้อง-นักแต่งเพลงที่เจนจัดและหาได้ยากมากในยุคนี้...
........................................
(หมายเหตุ 'กริซซี่ คาเฟ่'การเดินทางของดนตรีและศรัทธาของคนฟัง : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected])



