บันเทิง

โลกทัศน์ใหม่ที่คนไทยจะได้จากกสทช...ปีนี้!!

โลกทัศน์ใหม่ที่คนไทยจะได้จากกสทช...ปีนี้!!

22 ม.ค. 2556

โลกทัศน์ใหม่ที่คนไทยจะได้จากกสทช...ปีนี้!! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow

          ความชัดเจนของแวดวง Telecom ในบ้านเราเกิดขึ้นแล้วครับหลังจากที่ "กสทช."ประกาศเดินหน้าออกใบอนุญาตอย่างไม่เกรงกลัวถูกฟ้องร้องภายหลัง ใบอนุญาตที่ว่านี้คือ "ให้เอกชนประกอบกิจการโทรคมนาคมบนคลื่นความถี่ 2100Mhz ได้" เรียกสั้นๆ ตามสำนวนข่าวที่พูดถึงกันอย่างยาวนานทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์,วิทยุ-โทรทัศน์ ว่า "ใบอนุญาต 3G"

          3G คือยุคที่ 3 ของโทรศัพท์มือถือ (ยุคแรก "อะนาล็อก" มือถือกระติกน้ำ /ยุค 2 "ดิจิตอล" มือถือ GSM ทุกค่ายที่ใช้กันอยู่/ ยุค3 "มือถืออินเทอร์เน็ตเร็ว" ที่เราเห็นโฆษณากันอยู่โครมๆ ตอนนี้) ซึ่งกว่า 3G จะคลอดในบ้านเรา ชาวโลกเขาก็ก้าวสู่ยุคที่ 4 แล้ว แต่อย่าไปเครียดเลยครับว่าบ้านเราจะตกยุคใช้ของล้าหลัง เพราะแท้จริงแล้วเครือข่าย 3G หรือระบบ HSPA+ นั้นยังทรงประสิทธิภาพอย่างกว้างขวางมากในนานาประเทศ แต่ 4G ในระบบ LTE ที่เพิ่งมาถึงนั้นเป็นส่วนเสริมให้อินเทอร์เน็ตเร็วแรงขึ้นเป็นระดับ 100Mbps ขึ้นไป เป็นการ"อัพเกรดระบบ"ให้โครงข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบบ LTE จะมีมาแต่อินเทอร์เน็ตเพียวๆ ไม่สามารถใช้งานด้านเสียงหรือการสนทนาสายได้ ยังงั้ยยังไงเราก็ยังจำเป็นต้องมี 3G ด้วย ไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ยุคที่ 4 ได้เลยตามความเห็นของคนใจร้อนที่แสดงความหงุดหงิดในเรื่องนี้

          ส่วน 3G ที่เปิดบริการมาก่อนหน้านี้ก็เป็น 3Gบนย่านความถี่สำรอง (850/900 Mhz) ซึ่งมือถือ 3G ทุกเครื่องในโลกนี้เขาจะตั้งย่านความถี่ไว้ที่ 2100 Mhz ถือเป็นสากล แต่พอบ้านเราเปิดประมูลย่านถี่นี้ได้ช้า โอเปอเรเตอร์จึงต้องหันไปหาย่านความถี่อื่นๆ มาเปิดให้บริการประทังการถูกด่าไปก่อน เช่น 850Mhz ของ dtac, True และ 900Mhz ของ AIS ซึ่งนอกจากจะต้องไปหาเครื่องมือถือรุ่นพิเศษมาขายแล้วยังคงเป็นย่านถี่ที่อยู่ในสัญญาสัมปทานกับ CAT และ TOT เดิม ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่ไม่เท่าเทียมกันในแต่ละค่าย ตามที่ผู้บริหารในอดีตจะตกลงไว้เพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทาน (อยากได้คลื่นเขามากก็เสนอส่วนแบ่งไว้มาก กลายเป็นวิบากกรรมในวันนี้เพราะการแข่งขันด้านราคามันดุเดือด) มือถือ3Gในย่านความถี่สำรองก็มีน้อยรุ่นและส่วนมากก็เป็นรุ่นแพงๆ ราคาค่าโทร/ค่าเน็ตที่เราต้องจ่ายก็เป็นแบบที่เห็น แถมบริการยุคหลังๆมานี่ก็เข้าขั้นแย่ เพราะเกิดภาวะสายหลุด-เน็ตเหนื่อย กดแล้วนิ่งไม่วิ่งสักทีให้เราได้ประสบกันบ่อยๆ เหตุผลไม่ใช่โอเปอเรเตอร์เขาห่วย แต่เป็นเพราะ "แบนด์วิธเต็ม" คลื่นความถี่ในอากาศถึงแม้มันมองไม่เห็น แต่มันก็เต็มได้ครับ หากใช้กันมากๆ ยิ่งในประเทศที่เลขหมายโทรศัพท์แซงจำนวนประชากรไปแล้วอย่างไทยเรา (ปัจจุบันเราเปิดเบอร์ใช้ไปแล้ว "80 ล้าน" เลขหมาย) จะเปรียบสถานการณ์วงการโทรคมนาคมตอนนี้ก็เหมือน "ถนนในกรุงเทพญ กับโครงการรถคันแรก" ตอนนี้เป๊ะเลยครับ รถใหม่-รถเก่าวิ่งกันล้นถนน ก็ติดขัด ไปไม่ได้ไว

          กสทช.หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่เป็น "คนตัดถนน" ให้โอเปอเรเตอร์มาประมูลเพื่อประกอบกิจการ คนใช้มือถืออย่างเราก็จะได้ใช้ "คลื่นถี่ใหม่" ใช้บริการ ถนนใหม่ที่กสทช.ตัดก็กว้างใหญ่กว่าเดิม เพราะแถบคลื่นที่ให้โอเปอเรเตอร์ไปเปิดบริการมีถึง 15Mhz (ปัจจุบัน dtac, True ให้บริการ 3Gเดิมๆที่ 10Mhz) ยิ่ง AIS ผู้ชนะประมูลลำดับที่ 1 เลือกย่านความถี่ติดกับ TOT ซึ่งมีอยู่ 15Mhz เหมือนกันก็สามารถไปผนวกให้บริการ 4G แบบเร็วปี๊ดจี๊ดใจกันไปเลย (4G อาศัยคลื่น 2100Mhz นี้หรือ 1800Mhz ให้บริการได้ ซึ่งต้องใช้แบนด์วิธ 20Mhz เพื่อทำความเร็วได้ 150Mbps) จุดนี้มีเรื่องให้ทำนายได้ต่อนะครับถึงอนาคตว่า AIS จะควบรวมกิจการ TOT ได้หรือไม่? หรือเขามีความคิดจะควบรวมกันรึปล่าวน้า?

          พันเอก รศ. ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.และ "ประธาน กทค." (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม) ผู้จัดการประมูล 3G ก็เล่าออกรายการแบไต๋ไฮเทคไปว่า "ต้องทำเพื่อความเท่าเทียมในการแข่งขันของโอเปอเรเตอร์ทุกราย" ในอดีตมันเกิดเรื่องไม่แฟร์ขึ้น เมื่อทุกคนอยู่ในกติกาที่เท่าเทียมกัน สุดท้ายแล้วประชาชนก็ได้ประโยชน์เพราะราคามันจะถูกลงแน่นอน ยิ่งตอนนี้ดร.แกก็ประกาศกฎเกณฑ์ราคาแล้วว่า "เบื้องต้นต้องถูกลง 15%" (ไม่ใช่ส่วนลด 15% จากหน้าบิลพวกเรานะครับ แต่แพคเกจที่จะออกมาขายมันต้องถูกลง-คุ้มค่าขึ้นว่าง่ายๆ) เพราะทั้ง 3ค่ายก็ได้ราคาประมูลที่น่าพอใจคือไม่แพงโหดเหมือนระบบสัมปทานเดิม การลงทุนให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้เร็ว-การเล่นโปรโมชั่นราคาก็ทำได้ง่ายขึ้น

          "เมษายนนี้" น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ค่ายเปิดให้บริการ 3G บนย่าน 2100Mhz ลูกค้าอย่างเราที่อยากใช้ ต้องไป "เซ็นต์ย้ายค่าย-เบอร์เดิม" ก่อนนะครับ เพราะทางกฎหมายแล้วถือว่าเป็นคนละบริษัทผู้ให้บริการกัน (แต่ในทางพฤตินัยนี่ใช่แน่ครับ) การย้ายลูกค้าหลายล้านคนคงไม่ง่ายแน่ครับ ขนาดโมเซสนำชนชาติยิวออกจากอียิปต์กลับอิสราเอลยังใช้เวลาตั้ง 40ปี โอเปอเรเตอร์ต้องครีเอทีฟให้มากครับว่าจะย้ายลูกค้ายังไงให้สะดวก (เวลาเดียวกัน ทั้ง CAT/TOT ก็ควรคิดด้วยนะครับว่าทำอย่างไรให้ลูกค้าอยู่ในระบบเดิมต่อไปเพื่อรายได้สัมปทานจะได้ไม่หดหาย)

          เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา AIS ได้ประกาศวิสัยทัศน์ไกลสุดกู่แล้วนะครับว่าปีนี้จะ "Moving Forward" อย่างไร? ถือว่า AIS เป็นรายแรกที่ทำภาพ 3G บนย่าน 2100Mhz ได้ชัดเจนมากแล้ว สปีดเทสต์ที่มีการกดทดสอบบนเวทีวันนั้นโดยดร.เศรษฐพงค์ ก็วิ่งไปถึง 32Mbps เรียกเสียงเฮจากผู้ชมลั่นรอยัลพารากอนฮอลล์ คุณวิเชียร เมฆตระการ CEO เอไอเอสยังกล่าวติดตลกว่า "ไม่ต้องตกใจ..เพราะท่านใช้อยู่คนเดียว" ฮา! จริงของแกครับ เพราะสุดท้ายเมื่อเปิดให้บริการจริง คนเป็นล้านๆ มาใช้พร้อมๆ กันถึงจะวัดประสิทธิภาพเน็ตเวิร์กได้จริง ส่วนตัวผมขอแค่ 10Mbps ไม่ต่ำกว่านี้ ผมก็แฮปปี้มากแล้วครับ

          เอาเป็นว่าเรื่อง 3G นั้นจบ (จบป่ะ?) แต่การบ้านปีนี้ของ กสทช. ก็คือ "สร้างความเสมอภาคให้กับธุรกิจวิทยุโทรทัศน์" ด้วย การประมูลคลื่นถี่เพื่อประกอบการ "ดิจิตอลทีวี" จึงกำลังเป็นอีก 1เรื่องที่เรากำลังรอคอยกสทช. ในส่วนนี้ พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ หนุ่มหน้ามน-คนเสียงเล็ก ต้องทำหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจกับภาคธุรกิจและภาคประชาชนต่อไป ซึ่งผมจะช่วยงานดร.ให้ประชาชนเข้าใจง่ายๆ ตอนนี้เลยว่า "เราจะยังดูทีวีด้วยคลื่นอะนาล็อกเดิมไปได้อีก 5ปี แต่คลื่นดิจิตอลใหม่ที่คมชัดกว่าจะดึงดูดผู้ชมให้ซื้อทีวีใหม่หรือซื้อกล่องรับสัญญาณมาเสียบทีวีเก่า ภายในปีนี้จะมีการเปิดประมูลทีวีอีก "48ช่อง" (โอ้โห!) 3,5,7,9,11 ช่องทีวีโปรดของท่านจะไม่หายไปไหน เพราะ "พวกเขาเข้าร่วมประมูลด้วยแน่" (ใครจะอยากเลิก?) ส่วนบริษัทอื่นๆ ที่เคยต้องวิ่งกราบกรานขอเวลาผลิตรายการ ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะเข้าประมูลแข่งด้วย เพราะนาทีนี้ก็หนีไปขึ้นช่องทีวีดาวเทียมกันให้รึ่ม!"

          ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวียังคงอยู่เพราะเป็นระบบสำรองที่ประกอบกิจการได้ แต่โครงข่ายพื้นฐานจะได้รับการปรับคุณภาพสัญญาณให้แพร่ภาพแบบสัญญาณดิจิตอลที่คมชัด (ใน 48 ช่องนี้จะมี 4ช่องที่คมชัดในระดับ High Definition) โดยส่วนตัวผมคิดว่าเราจะยังคงเห็นเจ้าของช่องทีวีหน้าเดิมในยุคทีวีดิจิตอลเพราะพวกเขามีความพร้อมด้านการเงินแข็งแกร่ง และพวกเขาก็มีบุคลากรมืออาชีพมากพอที่จะประกอบการต่อไป แต่ผมอยากให้ทุกๆ คนมองถึงคุณภาพที่กำลังจะมาถึงด้วย..ซึ่งต้องไม่ใช่คุณภาพของภาพคมชัดเท่านั้น แต่ต้องเป็นคุณภาพของเนื้อหาที่ทำหน้าที่ปลูกปัญญาพัฒนาโลกทัศน์ของประชาชนไทยรุ่นต่อๆ ไปด้วย
.......................................
(หมายเหตุ โลกทัศน์ใหม่ที่คนไทยจะได้จากกสทช...ปีนี้!! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)