บันเทิง

Eat Play Life : คนรักของถ้อยคำ

Eat Play Life : คนรักของถ้อยคำ

15 ม.ค. 2556

คนรักของถ้อยคำ : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          คงเหมือนเด็กหลายคน ที่ตอนเรียนประถม ชอบเขียนจดหมายไปหาบรรณาธิการหนังสือที่อ่านอยู่ แล้วรอดูว่าจดหมายจะได้ลงหรือเปล่า
 
          ตอนเรียนประถมปลายต่อมัธยมตอนต้น ผมชอบเขียนจดหมายโดยใช้นามปากกาว่า “melody fair” ไปหาบก. นามปากกานี้มาจากหนังโปรดตอนเด็กๆ ที่เวลาดูจบแล้ว เรามีความรู้สึกไปกันมันมากมาย
 
          ใครที่ไหนสักคนเคยบอกไว้ว่า วรรณกรรมที่ดีควรจะทำให้เราเป็นบ้าเป็นหลังไปกับมัน เหมือนฟังเพลงที่งดงาม ทำให้เราสะเทือนใจ สุขและเศร้า หรือดูหนังที่มีคุณค่า แล้วทำให้เราอยากเดินคิดอะไรเงียบๆ คนเดียวสักพัก
 
          ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านเคยเป็นแบบนี้มั้ย ฟังเพลง kanon (ใช้ k) ของพาเชลเบลแล้วไปสมัครเรียนเปียโน, อ่าน “ปีกหัก” ของคาลิล ยิบราน แล้ว อยากเขียนหนังสือและฝึกฝน
 
          ดีจังเลยครับที่ศิลปะทำให้คนรู้สึกได้ถึงความงามในตัวมันเอง พอมาทำงานเกี่ยวกับเขียนหนังสือ ผมก็ชอบความสวยงามของถ้อยคำ บางทีคำหนึ่งคำก็ปกคลุมความหมายมากมายได้หมด (คำที่ว่านี้ก็คือ life)
 
          แม้แต่คำว่า “สวยงาม” เอาเข้าจริงๆ แล้วก็แยกย่อยออกไปได้อีกหลายนัย “สวย” อาจหมายถึงสีไฟของพลุ แต่ “งาม” นี่ ถุงพลาสติกโดนลมพัดเป่าลอยอยู่เหนือพื้น ก็งามในความหมายเหมือนกัน (เหมือนเห็นใบไม้ร่วงหล่นในสวนสาธารณะ)
 
          ผมชอบคนเขียนหนังสือเก่งๆ ที่จะเพิ่มหรือทอนคำในประโยคไม่ได้เลย จะดึงออกหรือเติมเข้าด้วยถ้อยคำใด ถ้อยความเหมือนถูกรบกวนและเสียความ
 
          คนรับใช้ถ้อยคำ คงเหมือนสถาปนิกที่ออกแบบบ้าน คนหนึ่งรู้ทิศลมและทางแดด อีกคนรู้จังหวะและสัมผัสของอักษร
 
          ผมยังเขียนหนังสือไม่เก่ง เลยได้แต่ชอบคำนั้นคำนี้ คำเล็กแต่ความหมายใหญ่ คำสั้นแต่ความหายกว้างไกล ไว้หลายคำ
 
          ผมชอบคำว่า blue และ rain ชอบคำว่า lover มากกว่า girlfriend, ชอบ share มากกว่า spend และชอบ eternity มากกว่า forever
 
          ชอบ “งาม” มากกว่า “สวย” และชอบ “เถ้าถ่าน” มากกว่า “ธุลี” (เถ้าถ่านของกาลเวลา เถ้าถ่านของวารวัน), ชอบ “คนรัก” และ “คู่หมั้น” มากกว่า “แฟนข้า” และ “เด็กกู”
 
          ชอบคำว่า “ร่วมรัก” มากกว่า “เสพสม” และ “สังวาส”
 
          ชอบคำว่า “สาวน้อย” มากกว่า “เด็กแก่แดด”
 
          ชอบ ชายคา มากกว่า หลังคา และชอบคำว่า ถักทอ มากกว่า เย็บร้อย
 
          และชอบ “คนอกหัก” มากกว่าคน “รักใครไม่เป็น”
 
          ชอบความรู้สึก กลิ่นกายคนรัก ยังติดอยู่ใน “ผ้าปูที่นอน”
 
          และชอบความรู้สึกว่ารอยจูบของเธอ ยังติดอยู่บนริมฝีปากของเรา
 
          เพราะชอบคำว่า hurt มากกว่า pain
 
          จึงชอบถ้อยคำที่อยู่เรียงอยู่ในโปสเตอร์หนังเรื่องหนึ่งที่บ้าน อ่านได้ว่า
 
          i though after yesterday there was going to be a tomorrow. i forget today. i thought about you. i forget you are gone
.......................................
(หมายเหตุ คนรักของถ้อยคำ : คอลัมน์ Eat Play Life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)