
แมลงในสวนหลังบ้านที่มาเหนือเมฆ: อำนาจที่มองไม่เห็น
แมลงในสวนหลังบ้านที่มาเหนือเมฆ: อำนาจที่มองไม่เห็น : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง
ปรากฏการณ์ของสื่อภาพยนตร์และโทรทัศน์มักก่อเกิดเรื่องประหลาดใจได้เสมอ พอๆ กับระบบการเซ็นเซอร์ของไทย เนื่องจากคุณลักษณะของสื่อทั้งสองประเภทที่มีอำนาจทั้งการโน้มน้าวและการเข้าถึงสูงสุด จึงไม่มีประเทศไหนในโลกที่รัฐไม่ควบคุมสื่อทั้งสองประเภทนี้ แต่การให้เผยแพร่หรือไม่นั้นมันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละหน่วยงานใช้กระชอนกรองงานเหล่านั้นด้วยขนาดของรูใหญ่เล็กถี่ห่างต่างกันแค่ไหน
กรณีการสั่งห้ามฉายสำหรับในสื่อภาพยนตร์ไทยที่ถือเป็นเรื่องแรกที่ต้องจดบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการหนังบ้านเราว่า "ถูกสั่งห้ามฉาย" หลังจากพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ คือเรื่อง Insects in the Backyard ภาพยนตร์แนวดราม่า Coming of Age ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของ “ธัญญ่า” กะเทยวัย 35 ปี ที่ชอบใช้ชีวิตเลียนแบบดาราฮอลลีวู้ด กับ “เจนนิเฟอร์” น้องสาววัย 17 ปีที่พยายามทำตัวตามกระแสวัยรุ่น และโหยหาความรักในแบบเธอ และ “จอห์นนี่” น้องชายวัย 15 ปี ที่เก็บตัวอยู่ในห้องกับโลกไซเบอร์จนเป็นปัญหาในการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ดูจากเนื้อเรื่องก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่...เนื่องจากภาพยนตร์มีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน มีการนำเสนอภาพขององคชาต การร่วมเพศ และการค้าประเวณี จึงไม่ผ่านการพิจารณา ซึ่งก็ต้องมีการต่อสู้กันในทางกฎหมายจนกว่ากระชอนของทั้งสองฝ่ายจะมีรูกรองที่มีขนาดเท่ากัน
ล่าสุดในวงการสื่อโทรทัศน์กับเหตุการณ์ที่จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของสื่อโทรทัศน์ประเภทรายการละครโทรทัศน์ที่จะต้องเป็นต้นแบบเพื่อเป็นกรณีศึกษาอีกนาน ไม่แพ้ภาพยนตร์ Insects in the Backyard คงจะหนีไม่พ้นละครเรื่อง “เหนือเมฆ 2 : มือปราบจอมขมังเวทย์” ที่ออกอากาศแบบไม่มีตอนจบ เนื่องจากมีความเห็นจากทางสถานีว่ามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อการออกอากาศ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สถานีเองในฐานะองค์กรสื่อจะต้องรับผิดชอบ เพราะการประกอบกิจการองค์การสื่อนั้นมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder) แวดล้อมหลายส่วนโดยเฉพาะผู้ชม จึงมีการคุ้มครองสิทธิของผู้ชมในฐานะผู้บริโภค ซึ่งคงต้องมาดูกันในแง่ของการกระทำของทางสถานีว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 45, 46 และ 61 และเป็นการกระทำอันละเมิดสิทธิผู้ชมและผู้บริโภคหรือไม่ ผมถือว่าเหตุการณ์นี้คณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องมีบทบาทดำเนินการเพื่อสร้างบรรทัดฐานไม่ให้มีการดำเนินการลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในสังคม ควรเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนมีเสรีภาพแสดงออก ไม่ควรขัดขวางหรือดำเนินการใดๆ ที่ยับยั้งการแสดงออกของสื่อ
ผมพูดเสมอ วงการสื่อสารมวลชนเป็นวงการที่ควบคู่กับอำนาจ ไม่ต่างอะไรกับวงการเมือง ผู้ใดมีอำนาจผู้นั้นควบคุมสื่อได้ ผู้ใดมีอำนาจผู้นั้นย่อมทำให้เรื่องต่างๆ เป็นความรู้ที่ยอมรับกันในสังคมได้ แล้วก็ทำความรู้เหล่านั้นเป็นความจริงที่ตามหลอกหลอนประชาชนตาดำๆ ตลอดไป จนกว่าจะมีผู้มีอำนาจคนใหม่มาครอบงำความรู้ใหม่ๆ แก่เรา พากเราก็จะเปลี่ยนการรับรู้นั้นอีกครั้ง อยู่ที่ว่าเราจะรู้เท่าทันแล้วจะยอมรับอำนาจเหล่านั้นหรือไม่ เพราะสุดท้ายแท้จริงแล้วอำนาจเหล่านั้นจะกลับไปอยู่ที่คนไทยทุกคน ...ลองดูที่มือคุณ...คุณเห็นคำว่าอะไรในนั้น ??...
.......................................
(หมายเหตุ แมลงในสวนหลังบ้านที่มาเหนือเมฆ: อำนาจที่มองไม่เห็น : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... องอาจ สิงห์ลำพอง)



