
'ณัฏฐ์'อ้างใช้สิทธิความเป็นปชช.
"ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยไม่เห็นด้วยนโยบายคืนเงินรถคันแรกของรัฐบาล แจงแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ไม่ได้มองเสียภาพลักษณ์การเป็นดารา
ช่วงนี้ต้องบอกว่ากระแสการเมืองกับวงการมายาเกี่ยวโยงกันตลอด เพราะหลังจากกรณีละคร "เหนือเมฆ 2" ที่ถูกแบนไป โดยกระแสสังคมอ้างว่า ถูกบีบจากฝ่ายการเมือง ล่าสุดก็เกิดกรณีพิพาทอีกครั้ง เมื่อนักแสดงหนุ่มตระกูลดัง ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ออกมาโพสต์แสดงอาการไม่เห็นด้วยลงในอินสตาแกรมส่วนตัว กรณีที่รัฐบาลจะนำภาษีมาจ่ายให้นโยบายรถคันแรก ทำให้เกิดการวิจารณ์อย่างแพร่หลาย เพราะในฐานะของคนสาธารณะการออกมาวิจารณ์อย่างโจ่งแจ้ง อาจส่งกระทบต่อภาพลักษณ์การเป็นดารา ซึ่งเมื่อมีโอกาสเจอหนุ่มณัฏฐ์ในงานแถลงข่าวภาพยนตร์ "จันดารา ปัจฉิมบท" เลยถามถึงเรื่องนี้ ซึ่งนักแสดงหนุ่มตอบแบบตรงไปตรงมาดังนี้
"ผมโพสต์ว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ที่รัฐต้องมาคืนเงินภาษีรถคันแรก คือผมต้องบอกว่าผมออกความคิดเห็นในฐานะของประชาชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดจะก่อม็อบอะไรทั้งนั้น มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่ว่ารัฐต้องมาเป็นหนี้ รัฐไม่ได้มีเงินคืนประชาชน แต่รัฐต้องกู้เงินมาคืนประชาชน เพราะฉะนั้นหนี้พวกนี้เป็นหนี้สาธารณะ แล้วภาษีที่ไม่เก็บเหล่านี้ เรียกว่าเป็นภาษีที่ฟุ่มเฟือย ผมคิดว่าเงินเหล่านั้น ควรเก็บเอามาพัฒนาประเทศ พัฒนาในสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น ส่วนตัวผมยินดีที่จะจ่ายภาษี และเข้าใจคนที่อยากจะซื้อรถคันแรก แต่ผมมองว่าการที่คุณจะซื้อรถคันแรก แล้วรัฐต้องกู้เงินมาคืนคุณ คุณจะภูมิใจมั้ยล่ะ ผมในฐานะประชาชน มีหน้าที่จ่ายภาษี แต่การที่รัฐไปกู้เงินมาคืนคุณ เหมือนเป็นหนี้สาธารณะ อย่าคิดว่าการได้เงินคืนแล้ว มันจะดีหรือไม่ดี ให้มองในเรื่องของภาพรวม" นักแสดงหนุ่มกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อในเรื่องการของที่ ณัฏฐ์ เป็นนักแสดง การออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอาจเป็นเรื่องที่นักแสดงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครกล้าแสดงความเห็นเรื่องเหล่านี้
"ถ้าตัดความเป็นนักแสดงออกไป ผมคือประชาชนคนหนึ่ง ที่มีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในการออกความคิดเห็น ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้ก่อม็อบ ผมเข้าใจว่าการเป็นนักแสดงไม่ควรพูดเยอะ แต่ในเรื่องบางเรื่องเรามีสิทธิ ผมไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด (หลังจากโพสต์ข้อความลงกระแสตอบกลับมาเป็นอย่างไรบ้าง) มีหลายกระแส ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งผมถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละคน" ณัฏฐ์กล่าวสรุป



