
'2556'ปีแห่งการฟื้นตัวของวงการเพลงไทย
'2556'ปีแห่งการฟื้นตัวของวงการเพลงไทย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]
ความซบเซาของวงการเพลงไทยร่วมสมัย ได้เดินทางอย่างต่อเนื่องยาวนานปริ่มๆ จะ 10 ปีได้แล้ว อุตสาหกรรมและธุรกิจเพลงที่เคยรุ่งเรืองในยุคเทปคาสเซ็ตและซีดี ซึ่งการเฉลิมฉลองยอดขายเป็นล้านนั้นไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว (การขายเป็นหลักแสนในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษเกินความคาดหมาย)
หากความจำไม่คลาดเคลื่อนและผิดพลาด อัลบั้มชุดสุดท้ายของวงการเพลงไทยที่สามารถทำยอดขายถึงหลักล้านได้ชุดสุดท้ายก็น่าจะเป็น ‘หนุ่มบาว-สาวปาน’ ชุดแรก ในปี 2548 หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเดินทางไปถึงปรากฏการณ์ล้านแล้วจ้าได้อีกเลย
แน่นอน ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีในการเสพฟังเพลงได้แปรเปลี่ยนโฉมหน้าเขาสู่ยุคดิจิตอล ดาวน์โหลดอย่างเต็มพิกัด โดยมีอุปกรณ์พกพาใหม่ๆ ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนยุคนี้ไปตลอดกาลด้วย
จากแรงเหวี่ยงในยุคเทปผีซีดีเถื่อนที่กัดกร่อนทำลายอุตสาหกรรมเพลงไทยร่วมสมัยในระดับที่รุนแรงอยู่พอสมควร จนเป็นปัญหาระดับชาติที่กระทรวงพาณิชย์ต้องรับหน้าเสื่อในการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกของผู้บริโภค แต่หากย้อนในมุมกลับ ค่ายเพลงเองก็มีส่วนในการทำลายตัวเองในเรื่องคุณภาพของตัวงานที่ออกมา ไม่สามารถสร้างศรัทธาที่น่าเชื่อถือให้กับคนฟัง จนต้องบริโภคของปลอม เพราะเสียดายเงินที่จ่ายแพง
จนมาถึงยุคที่ไม่ซื้อของปลอมและของผีที่ก๊อบปี้มาขายอีกต่อไป มีแต่ของฟรีเท่านั้นที่พวกเขาต้องการ ดาวน์โหลดฟรีหรือแบ่งปันผ่านในหลายช่องทางที่สามารถทำได้ ทั้งบิททอร์เรนต์ และแจกไฟล์ ซึ่งทำให้กลไกของธุรกิจและอุตสาหกรรมเพลงแบบเก่าย่ำแย่ไปด้วย ซึ่งแน่นอน ว่ากันตามจริง น่าจะบอกว่า ขาดทุนกำไรเสียมากกว่า แทนที่จะได้เต็มสิบสูบได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนก่อน ก็เหลือมาถึงแค่สองถึงสามเท่านั้น
จากการเสพฟังเพลงผ่านแผ่นเสียง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นตลาดพรีเมียมมีกำลังซื้อ มาสู่ยุเทปคาสเซ็ตที่เป็นยุคทองของอุตสาหกรรมเพลง ใช้เวลากอบโกยอยู่ถึงประมาณ 20 ปี และการมาถึงของซีดีที่เคยเป็นของพรีเมียมก็กลายมาเป็นของสามัญประจำบ้าน แต่เทคโนโลยีก็ทำร้ายตัวเอง เพราะสามารถก๊อบปี้ได้ง่ายและรวดเร็วด้วยคุณภาพของเสียงที่ไม่แตกต่างกันมากนัก จนมาถึงการฟังเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่ง และดิจิตอล ดาวน์โหลด
ในตัวสื่ออย่างวิทยุและทีวี ซึ่งเคยทรงอิทธิพลคอยชี้นำรสนิยมและปลุกกระแสแฟชั่นการฟังเพลงในแบบต่างๆ ได้อย่างผูกขาด กลับถูกพลังของโซเชียล มีเดีย รุกคืบจนกลายเป็นสื่อเก่าที่ลดความหมายลงไปเรื่อยๆ การฟังเพลงฟรีได้จำนวนครั้งที่ต้องการไม่ว่าเพลงเก่าเพลงใหม่ รวมถึงสามารถแบ่งปันบอกแนะนำกับเพื่อนฝูงได้อย่างเสรี กลายเป็นเทรนด์ที่จะขึ้นเป็นกระแสหลักต่อไปในอนาคต
นี่คือการจัดสมดุลของตลาดเพลงยุคใหม่ที่โลกตะวันตกเริ่มมาได้ระยะหนึ่งแล้วใน 2-3 ปีหลัง และกำลังเดินทางมาสู่เมืองไทย
เพราะฉะนั้น วงการเพลงไทยร่วมสมัยในปี 2556 ซึ่งจะเป็นการมาถึงของ 3G อย่างเต็มรูปแบบในกลางปีนี้ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการฟังเพลงยุคนี้ ไม่ว่า โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, ไอพอดและวอล์กแมน ได้ปรับตัวเองเพื่อรองรับจุดนี้ โดยเฉพาะการใช้งานที่ง่ายสะดวก ใช้การสัมผัสเพียงปลายนิ้วก็สามารถฟังเพลงและดูเพลงผ่านมิวสิกวิดีโอได้ทันที แชร์ได้ทันใจ มีราคาถูกลงและระบบที่หลากหลายเป็นทางเลือกเพื่อตอบสนองคนทั่วไป
โฉมหน้าของการฟังเพลงและซื้อเพลงฟังย่อมเปลี่ยนไป และเริ่มเข้าสู่สมดุลใหม่อย่างจริงจังในปี 2556 นี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะแค่ความเคลื่อนไหวของรายการเล่าข่าวที่มีเรตติ้งตอนเช้าสูงสุดของช่องน้อยสี ยังแบ่งช่วงข่าวบันเทิงให้เป็นการโชว์ของนักร้องและวงดนตรีต่างๆ ตามวาระถึงหนึ่งช่วงเต็ม เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดเพลงยุคใหม่
นี่เป็นสัญญาณว่า ตลาดเพลงกำลังฟื้นตัวเข้าสู่ยุคสมดุลใหม่ในการเสพฟังและซื้อเพลงของผู้บริโภคคนไทย
สิ่งที่จะเริ่มต้นในปีนี้ น่าจะเป็นการเคลื่อนไปอย่างช้าๆ จัดระบบกันใหม่ของวงการเพลงไทยร่วมสมัย ซึ่งตลาดแมสวงกว้างจะยุบตัวลง และตลาดเพลงคนฟังเฉพาะกลุ่มตามรสนิยมจะขยายตัวมากขึ้น ตามการเข้าถึงข้อมูลเพลงที่ผู้บริโภคแต่ละคนชอบได้ง่ายดายมากขึ้น
คนที่เติบโตขึ้นมาในยุคนี้ สามารถฟังเพลงใหม่ๆ หรือเพลงทางเลือกที่แตกต่างจากที่คนอื่นเขาฟังกัน สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลทั้งเพลงเก่าอมตะ เพลงคลาสสิกที่ดีเลิศได้ง่ายๆ โดยที่ไม่เคยมีหรือเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์
สังคมของคนฟังเพลงไทยร่วมสมัยก็จะเดินสู่จุดสมดุลนั้นเช่นกัน...
.......................................
(หมายเหตุ '2556'ปีแห่งการฟื้นตัวของวงการเพลงไทย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected])



