
มองผ่านเลนส์คม:ถือศีลอด ลดโซเชียล....
ถือศีลอด ลดโซเชียล.... : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร
ผ่านพ้นปีใหม่มาเป็นอาทิตย์ หลังจากปาร์ตี้กันมาอย่างหนักหน่วง ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คนได้กลับมานั่งคิดปรึกษาหารือกับตัวเองบ้างว่าอีกสามร้อยกว่าวันที่จะมาถึงนั้นเราต้องการทำอะไรให้กับตัวเองบ้าง บางคนเรียกสิ่งนี้ว่า New Year's Resolutions ค่ะ
บางคนอยากผอมลง บางคนอยากรวยขึ้น บางคนอยากเริ่มออกวิ่ง บางคนอยากหัดเล่นอูคูเลเล่ แต่สุดท้ายเมื่อเดือนสุดท้ายของปีมาถึง เรามักจะได้ยินคนบ่นกันให้ขรมว่า เฮ้ย ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจัง ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย อูคูเลเล่ก็ยังไม่ได้แตะ รองเท้าวิ่งยังนอนนิ่งอยู่ในกล่อง เวลามันหายไปไหน ใครเอาเวลาของฉันไป!!!
จริงๆ มันไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ ลองแวะไปดูในอินสตาแกรมว่าปีที่ผ่านมาเราโพสต์รูปไปกี่รูป เม้นต์ในเฟซบุ๊กไปกี่อัน ทวิตความเห็นไปเท่าไหร่ ลองเอามาปั่นรวมๆ กันนั่นคือเวลาที่เราก้มหน้าแทนที่จะออกไปวิ่งเล่นลั้นลากับเป้าหมายในชีวิต
มนุษย์ทุกวันนี้เวลาตั้งความหวังอะไรจะมุ่งไปที่ความอยากกันเสียมาก อยากได้นู่นได้นี่ทั้งๆ ที่บางทีก็ไม่ได้เข้าใจว่าจะอยากมีไปทำไม ด้วยเหตุว่าในยุคปัจจุบันข้อมูล ข่าวสาร สิ่งของ เทคโนโลยี เสื้อผ้า แฟชั่น โบท็อกซ์ และอีกมากมายหลายสิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันวิ่งเข้าหาเราจนเคยตัว และเราก็วกวนอยู่กับการได้มาจนลืมไปบ้างว่าเรารับสิ่งเหล่านี้มาเพื่อประโยชน์อะไร
ล่าสุดหญิงยศไปเจอไอเดียดีๆ มาค่ะ เรียกว่า Fasting หรือ "การอด" นั่นเอง เคยได้ยินไหมคะว่าเราจะมองเห็นคุณค่าหรือความหมายของสิ่งของใดๆ หรือบุคคลไหนๆ ก็ต่อเมื่อเราสูญเสียสิ่งๆ นั้นหรือคนๆ นั้นไปแล้ว
ส่วนมากก็เพราะเรามัวแต่เพลิดเพลินกับการมีอยู่ เคยชินกับการใกล้ชิดจนลืมเห็นคุณค่าของสิ่งของใกล้ตัว หรือบางทีเราก็หมกมุ่นกับมันจนลืมมองไปรอบๆ ว่าชีวิตเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างรอคอยอยู่...
เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาหญิงยศเลยลองใช้ทฤษฎีนี้กับตัวเองคือ Social Network Fast หรือถือศีลอดลดโซเชียลมีเดีย!!
สรุปว่าหญิงยศได้ดูหนังมากขึ้น ได้นั่งพูดคุยกับคนในครอบครัว และที่สำคัญได้สมาธิที่จะนั่งอ่านหนังสือดีๆ กลับคืนมา อาหารสมองเฉพาะช่วงเวลาวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมามันเกือบจะเทียบเท่ากับที่ได้มาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว
มีเรื่องสั้นๆ เรื่องหนึ่งค่ะ มีเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งโดนปรามาสจากพี่ชายตัวเองว่าไม่มีทางที่เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้จะหยุดกินเนื้อสัตว์เป็นเวลาหนึ่งเดือนได้ ด้วยความดื้ออยากเอาชนะเด็กน้อยคนนี้ก็เลยตกปากรับคำกับพี่ชายว่าจะหยุดกินเนื้อสัตว์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ตลอดเวลาหนึ่งเดือนนั้น เด็กน้อยคนนี้เข้าครัวกับแม่ของเธอมากขึ้นเพื่อดูว่าแม่ใส่อะไรลงไปในอาหารบ้าง หากเธอไม่ทานเนื้อเธอจะทานอะไรแทนได้บ้าง
วันหนึ่งเด็กหญิงคนนี้นั่งอ่านนิทานเรื่องยักษ์กินคน มนุษย์คนหนึ่งพูดว่า "มันไม่ยุติธรรมเลยที่พวกยักษ์เหล่านี้มุ่งแต่จะกินเนื้อของมนุษย์ ทั้งๆ ที่พวกมนุษย์ไม่เคยหวังจะทำลายพวกยักษ์เลย" เมื่อพูดจบก็มีเสียงเล็กๆ ดังมาจากคอกหมูของมนุษย์คนนั้นว่า "มันช่างไม่ยุติธรรมเลยที่พวกมนุษย์มุ่งแต่จะกินเนื้อของพวกหมู ทั้งๆ ที่พวกหมูไม่เคยหวังจะทำลายพวกมนุษย์เลย"... เด็กหญิงคนนี้บอกไว้ในหนังสือสอนทำอาหารที่เธอเขียนขึ้นมาเมื่อเติบโตไว้ว่า เธอคงจะไม่สะดุดกับนิทานตอนนี้เลยหากเธออ่านมันในช่วงที่เธอยังกินเนื้อสัตว์อยู่อย่างปกติ
ลองดูนะคะ ขอเวลาคืนจากโลกไซเบอร์บ้าง กลับมาอยู่กับความจริง นั่งอ่านหนังสือ ออกวิ่ง เริ่มดีดอูคูเลเล่ กอดคนในครอบครัวแทนการส่งข้อความไปบอกรัก แล้วเราอาจจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเวลามันยังมีอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายไปไหน....
ใครทำอะไรได้สำเร็จแล้วก็.... อย่าลืมทวิตมาบอกหญิงยศบ้างนะคะ อิอิอิ
สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกท่าน....
.......................................



