บันเทิง

ถก'เหนือเมฆ2'มือ(ใคร)ปราบ?

ถก'เหนือเมฆ2'มือ(ใคร)ปราบ?

08 ม.ค. 2556

คมชัดลึกจัดถก'เหนือเมฆ2'มือ(ใคร)ปราบ?

              7ม.ค.2556 รายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวี ได้จัดตอน'เหนือเมฆ2'มือ(ใคร)ปราบ? โดยมีผู้ที่เข้าร่วมรายการประกอบด้วย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านส่งเสริมเสรีภาพ  ผศ.ดร.กิตติ กันภัย ภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  นายภูพิงค์ พังสอาด (พิง ลำพระเพลิง) นักเขียน นักแสดง และผู้กำกับภาพยนต์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน

                น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า คณะกรรมการกสทช.ชุดใหญ่ได้มีมติให้สำนักงานในส่วนของคณะอนุกรรมการไปดำเนินการสืบค้นหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยให้ทำข้อสรุปเสนอมายังกรรมการกสทช.ในสัปดาห์หน้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เห็นว่า จำเป็นที่จะต้องทำให้เรื่องทั้งหมดมีความกระจ่างออกมา เพราะหากเราปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบไป จะกลายเป็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปเป็นบรรทัดฐานกับกรณีอื่นๆ
 
               นายภูพิงค์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เชื่อว่า ทุกคนรู้ๆ กันอยู่ หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น กลุ่มผู้เขียนบทเริ่มเอาบทละครเรื่องอื่นๆ ที่เขียนไปแล้ว กลับมาแก้ไขเปลี่ยนบทกันแล้ว และขอสารภาพความจริงคือ เจ้านายโทรศัพท์มาขอให้แก้ไขบท โดยเฉพาะบทตัวโกงที่มีนิสัยเลว และโกงในเรื่องเกี่ยวกับสัมปทาน หรือไปเกี่ยวโยงกับผู้ที่มีอำนาจในประเทศ จะไปพาดพิงไม่ได้ จากนี้ไปทิศทางบทละครได้ถูกกำหนดโดยละครเหนือเมฆ 2 แล้ว
 
               ผศ.ดร.กิตติ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงการตอกย้ำของความพ่ายแพ้ของสายการผลิต และนักวิชาชีพ ที่พ่ายแพ้ใน 2 สิ่ง คือ 1.โครงสร้างสื่อที่มีเอกชนเป็นเจ้าของที่มารับสัมปทานจากรัฐ 2.อำนาจการแทรกแซงจากใครไม่รู้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า น่าจะเป็นนักการเมือง สำหรับการกล่าวอ้างของช่อง 3 ที่พูดโยงถึงมาตรา 37 เกี่ยวกับการล้มล้างการปกครองนั้น เห็นว่า เป็นข้อกล่าวอ้างเท่านั้น เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาพิสูจน์ว่าตัวละคร หรือฉากละครฉากไหนละเมิดมาตรา 37 เรื่องนี้ ช่อง 3 ต้องออกมาชี้แจง เพราะยิ่งเงียบยิ่งน่าสงสัย
 
               นายยิ่งชีพ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปัญหานี้ ส่วนตัวอยากจะเรียกให้ช่อง 3 ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแบนละครเรื่องนี้ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร การที่ช่อง 3 ออกมาชี้แจงเพียงแค่ว่าขัดมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ... แค่นี้มันไม่เพียงพอ