
เล่นหูเล่นตา : วันนี้และวันหน้า
วันนี้และวันหน้า : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ถึงวันนี้ ... ฉันมีชีวิตผ่านปีใหม่มาแล้ว 7 วัน มองในแง่ดี ... ฉันมีชีวิตรอดมาได้ตั้ง 7 วัน มองในแง่ร้าย … ฉันเข้าใกล้วันตายไปอีก 7 วัน ไม่ว่าจะคิดในแง่ไหน ฉันก็มีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ทุกวัน วันคริสต์มาสที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายของปีในการทำงานของฉัน หลังจากทุ่มเทเวลาและทุกสิ่งให้กับเดอะวอยซ์ที่เพิ่งจบลงไปและสะสางงานอีเว้นท์ที่เหลือจนเสร็จ จากนั้นฉันก็ได้หยุดยาว ...
ข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดราวกับจะเก็บไว้กินสักอาทิตย์ถูกเอามากองไว้ที่ครัวชั่วคราวซึ่งยื่นเข้าไปในสวนหลังบ้านของน้องชาย หอมกลิ่นต้นขนุนหลังบ้านกำลังออกลูกเล็กๆ ในช่วงหน้าหนาว เสียงลมพัดยอดไผ่เสียดสีไปมาฟังไม่เป็นทำนองรู้แค่ว่าฟังแล้วสบายใจ ... ฉันเดินไปหยุดอยู่ที่ต้นมะละกอสูงราว 3 เมตร ออกลูกดกเต็มต้นเหมือนคนนมยานนมเยอะ ดูน่ารักและตลกดี … ต้นกล้วยกอใหม่ที่เพิ่งเอามาลงดินหลังจากถอนต้นเก่าที่ออกปลีออกหวีให้เก็บกินไม่หวาดไม่ไหวทั้งปี บนผืนดินเล็กๆ ของบ้านนี้ปลูกอะไรก็ขึ้น คงเป็นเพราะน้องสะใภ้ฉันมือเย็น คนใจร้อนมือร้อนอย่างฉันคงปลูกอะไรกินเองไม่ได้ นอกจากซื้อกิน!
... เกี๋ยมอี๋กับหมี หมา 2 แม่ลูกพันธุ์ทางที่เดินป้วนเปี้ยนวุ่นวายอยู่ในครัวจนต้องไล่ ... แต่ก็ไม่ไป มันจะดื้อเหมือนใครได้นอกจากฉัน! เสียงครกกับสาก มีดกับเขียง ตะหลิวกับกระทะที่ประสานกับเสียงทีวี เสียงไล่หมาวุ่นวายเวิ่นเว้อและวึ่นวือ มันคือเสียงที่ฉันชอบมากกว่าเสียงเพลงไหนๆ เสียอีก ขาดแค่เสียงร้องของเด็กอ่อนอ้อแอ้ นั่นจะทำให้ฉันอารมณ์ดีสุดๆ บ้านน้อยของน้องชายที่เคยสงบเงียบและเป็นระเบียบราวกับบ้านตัวอย่างของโครงการ ตอนนี้วุ่นวายและรกเลอะเทอะเพราะแม่และเตี่ยย้ายมาอยู่ด้วยชั่วคราว บ้านใหญ่อีกหลังกำลังปรับปรุงและซ่อมแซม “ บิว ” หลานชายวัย (กวน) ทีนมันว่า “ ป้า ... ทุบอีกนิดก็เรียกว่าสร้างบ้านใหม่แล้ว ” ดูจากสภาพคงไม่ผิดจากที่บิวพูดเพราะทุบเกือบทั้งหลัง ทั้งขยายและต่อเติมทุกสิ่งอย่างตามประโยชน์ใช้สอยอันพึงมี การมารวมกันอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ดูทีวีเครื่องเดียวกันให้ความสุขอีกแบบ ทั้งเสียงทีวีแข่งกับเสียงคนในบ้านคุยกันมันทำให้จับใจความอะไรไม่ได้สักอย่าง รู้แค่ว่า ... ความสุขในบ้านไม่ได้วัดกันที่ขนาด บ้านเล็กๆ ก็มีความสุขได้มากมาย ... ตอนอยู่บ้านหลังใหญ่ต่างคนก็ต่างเข้าห้องส่วนตัวดูทีวีของตัวเอง เวลานี้หนีไปไหนไม่ได้มันก็เลยกลายเป็นความสุขร่วมกันอย่างจำเป็น
... ฉันได้นั่งซ้อนท้ายแมงกาไซต์ของน้องชายให้ลมหนาวตีหน้าแป้นๆ ตอนไปซื้อผักในตลาดใกล้บ้าน เดินหน้าซีดๆ เข้าตลาดแล้วกวาดทุกอย่างที่อยากกินไปให้คนที่บ้านทำให้กิน คนที่บ้านฉันทำกับข้าวเก่งกันทุกคน มีฉันที่ดูจะโหล่ๆ หากเทียบกับทุกคนในบ้าน แม้แต่ณัฐหลานชายของฉันที่เคยไปฝึกทำอาหารกับซีฝูร้านแยงซีเกียงที่เชียงใหม่อยู่ 1 ปี ก็ทำอาหารเก่งกว่าฉัน ดังนั้นไม่แปลกถ้าฉันจะยังลดความอ้วนไม่ได้เสียที ... ถ้าไปเดินตลาดแถวบ้านไม่เกิน 10 นาที ฉันจะซื้อของเสร็จเพราะซื้อเฉพาะของที่ขาด แต่ถ้าเดิน “ ตลาดสามย่าน ” หรือ “ ตลาดคุณหญิงบุญมี ” (ตลาดสะพาน 3) ถนนจันทน์แถวบ้านฉัน อย่างน้อยๆ ต้องมี 2 ชั่วโมง จ่ายกับข้าว 1 ชั่วโมงกว่า แวะคุยกับแม่ค้าแต่ละร้านอีกร่วมชั่วโมง แม่ค้าชอบถามถึงเด็กๆ ที่เข้าประกวดในเดอะวอยซ์ แล้วก็พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกสนานว่าชอบคนโน้น เชียร์คนนี้ สงสารคนนั้น และที่สำคัญต้องถามถึงโค้ชพระเอก ...
“ นี่คิ้ม ... ว่างๆ พาก้อง สหรัถ มาที่ตลาดนี่บ้างสิ ดูในทีวีล๊อหล่อ ตัวจริงคงจะหล่อกว่านี้ ... ”
“ คนอื่นๆ ในนูโวเขาก็เป็นไปตามวัยทั้ง โจ จอห์น แต่พี่ก้องเนี่ย หน้าอ่อนเหมือนสต๊าฟไว้เลยนะพี่ หล่อจริงๆ หนูช๊อบชอบ ถ้าเจอเขาฝากบอกเขาด้วยนะพี่ ”
อั่ม ... จบรายการแล้วจะให้ไปเจอที่ไหนล่ะคะคุณน้อง ได้เจอกันบ่อยๆ ก็เฉพาะเดอะวอยซ์นั่นแหละ จบรายการก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน ใครจะมาเดินปรากฎตัวในตลาดอย่างฉันล่ะคะ กำลังจะหันหลังเดินกลับ น้องแม่ค้าอีกคนมาคว้าข้อมือไว้
“ พี่คิ้ม ... หนูน่ะชอบพี่ก้องมาตั้งนานแล้ว ตอนคอนเสิร์ตที่ผ่านมาหนูก็ไปดูเขานะ พอคนอื่นร้องหนูก็แอบหลับ แต่พอเขาร้องหนูก็ตื่นมาฟัง เขาก็ดูเฉยๆ นะ ยืนเล่นกีต้าร์ไปหล่อไป ไม่พูดอะไร แค่นี้หนูก็น้ำลายไหลแล้วล่ะพี่คิ้ม ... ”
ฉันตอบไปว่า “ ลูก 2 ผัว 1 แล้วยังไม่หยุดเพ้ออีกเหรอเธอ ขนาดฉันลูกผัวไม่มีนั่งข้างๆ มาหลายเดือน ก้องก็ยังไม่เยสไม่โนเลย จะมาฝากบอกอะไรกันนักหนา ถ้าฉันได้คืบจะเอาศอกเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน จะฉลองฉายหนังกลางแปลง 3 วัน ลิเก 4 คืนเลยหน้าตลาดเลย ” แม่ค้าหัวเราะลั่นตลาด
ตลอดเวลาที่หยุดมาหลายวัน ฉันเข้าตลาดทุกวัน ซื้ออะไรไม่รู้เอาไปยัดไว้ในตู้เย็นบ้านแม่ที่มีอยู่ 2 ตู้ รวมกับบ้านน้องชายอีก 1 ตู้ รวมเป็น 3 ตู้ ถ้าตู้เย็นมันบ่นได้มันคงพูดว่า “ จะอ้วกอยู่แล้ว จะซื้ออะไรมายัดใส่ฉันนักหนา! ” คนที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดก็คงจะเป็น “ เตี่ยฉัน ” ที่ออเดอร์เมนูใหม่ๆ ได้ทุกวัน แล้วฉันก็ต้องไปสรรมาให้ตามใจเตี่ย อีกไม่กี่ปีเตี่ยจะอายุ 80 แล้ว จะอยู่ให้ฉันรักและเอาใจได้อีกนานแค่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าฉันจะไม่ใช่คนที่ไปเคาะโลงเตี่ยบอกให้เตี่ยกินของที่เอาไปไหว้หน้าศพ เพราะเตี่ยกินครบทุกอย่างแล้วตอนมีชีวิตอยู่ ... วันสิ้นปีที่ผ่านมา นังนุชนาฎมันบ่นว่า คิดถึงป๊าที่เพิ่งเสียไป ทุกๆ วันปีใหม่สิ้นปีป๊าจะซื้อไอติมมหาชัยมาให้คนที่บ้านกินกัน เป็นธรรมเนียมปฎิบัติ โก้ มิสเตอร์แซกแมน น้องชายตัวอ้วนของฉันก็มักจะบ่นคิดถึงพ่อแม่ที่เสียไป โก้จะบอกฉันเสมอว่า “ พี่ไก่ โชคดีที่ยังมีพ่อแม่อยู่ครบ พ่อโก้น่าจะอยู่นานกว่านี้ ตอนนี้โก้มีตังค์แล้ว แต่ไม่มีพ่ออยู่ให้เอาใจ ซื้อของดีๆ ให้กิน ได้แต่ทำบุญไปให้ ” ฟังแล้วน้ำตาจะไหล ทุกครั้งที่ฉันยกอาหารหรือขนมของโปรดไปให้เตี่ยกิน นั่งดูเตี่ยกิน คอยหยิบคอยตักให้ เช็ดปากเช็ดมือให้ ฉันมีความสุขมากมายที่ได้เห็นภาพนั้น อยู่ในช่วงเวลานั้น อีกความรู้สึกที่แทรกขึ้นมาทุกครั้งก็คือฉันรู้สึกขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่คอยสนับสนุนเกื้อกูลทำให้ฉันมีงานทำอยู่จนทุกวันนี้ มีเงินมาซื้อของโปรดให้เตี่ยและคนที่บ้านกิน ... ความรู้สึกนั้นมันกลายเป็นสำนึกที่ฝังลึกอยู่ในใจฉันไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันไม่ลืมตัว ... ฉันก้มลงหอมแก้มเตี่ยกับแม่ที่นอนห่มผ้าอุ่นๆ อยู่บนเตียงก่อนจะขับรถออกจากบ้านกลับคอนโด ระหว่างทางฉันมองนาฬิกาอีก 15 นาที จะเข้าสู่วันใหม่ของปีใหม่ ถนนโล่งเงียบไร้รถและผู้คน ฉันไม่เคยยินดียินร้ายกับวันขึ้นปีใหม่ ฉันไม่เคยสนว่าตัวเองจะมีอายุยืนยาวผ่านปีใหม่ได้อีกสักกี่ครั้ง ฉันเป็นห่วงแค่ว่าในวันข้างหน้าฉันจะยังได้รับความเมตตาและเกื้อกูลจากผู้คนไปได้อีกนานแค่ไหน?
ป.ล. ถ้ามีผัวเป็นเจ้าสัวจะไม่ห่วงอะไรเล้ย ...
.......................................
(หมายเหตุ วันนี้และวันหน้า : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



