
'ไพรินทร์'อดีตนักร้องลูกทุ่งหมอลำป่วยสมองตีบ
หมอลำดังต้นฉบับ'ลำกล่อมทุ่ง'ไพรินทร์ พรพิบูลย์ ป่วยสมองตีบ
อดีตนักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง เจ้าของผลงานเพลง "ลำกล่อมทุ่ง"ไพรินทร์ พรพิบูลย์ ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ใช้เงินออมรักษาตัวจนหมด ต้องมาอาศัยอยู่กับน้องสาวที่ จ.อุบลฯ เพื่อรอวันสุดท้ายของชีวิต
ลำไพ ลาวรรณบุตร อายุ 53 ปี น้องสาวของไพรินทร์ซึ่งคอยดูแลพี่สาวอยู่เวลานี้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวบันเทิง”คมชัดลึก”ที่บ้านเลขที่ 162 หมู่ที่ 7 บ้านวังแคน ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ว่า
“พี่แหม่ม (ไพรินทร์) กลับมาอยู่บ้านได้ 2 เดือนเศษแล้ว เพราะอยู่กรุงเทพฯ ไม่ไหว เนื่องจากต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอดและค่าใช้จ่ายสูง กลับมาอยู่บ้านก็ลำบาก เพราะเราเองมีอาชีพทำนา ไม่ได้มีรายได้อะไรมาก ต้องพาพี่สาวเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อหาหมอ ตอนนี้พี่จะพูดไม่ได้ เนื่องจากมีอาการของเส้นเลือดในสมองตีบ ลุกเดินไปไหนมาไหนได้บ้างแต่ก็ไปไม่ได้ไกล เพราะจะมีอาการปวดเอว ปวดท้องน้อยตลอดเวลาจากอาการของมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย ที่เป็นมาก่อนหน้านี้"
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความช่วยเหลือจากคนในวงการว่ามีหรือไม่น้องสามหมอลำชื่อดังกล่าวด้วยเสียงเศร้าๆ ว่า
“อยากจะขอวอนแฟนเพลง หรือ คนที่พอจะรู้จักพี่ไพรินทร์ และคนที่เคยชื่นชอบพี่ไพรินทร์มาช่วยเหลือดูแลบ้าง แม้รู้ว่าโรคนี้รักษาไม่หาย อย่างน้อย ได้เงินไปซื้อหยูกยาก็ยังดี เพื่อจะได้ทำให้แกอาการดีขึ้น พี่ไพรินทร์มีลูกสาวอยู่คนเดียว ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ ทำงานอยู่เคเบิลทีวี เขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งแม่นะ แต่เพราะเขาต้องทำงานจะดูแลแม่ก็ลำบาก เลยอยากให้แม่มาอยู่กับน้าเพื่อจะได้ดูแลใกล้ชิดหน่อย เราก็พาเข้าออกโรงพยาบาลตลอด ตอนนี้แกน่าสงสาร สมัยแกดังมีคนชื่นชอบเยอะ เวลาแกเจ็บป่วยเลยอยากจะให้แฟนเพลงแกได้รู้ข่าวเผื่อเขาอยากจะช่วยเหลือบ้าง"
สำหรับ ไพรินทร์ พรพิบูลย์ หรือ นางบัวริน โคตรหานาม มีชื่อเล่นว่า แหม่ม มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เรียนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านบางแคน ที่บ้านเกิดอุบลราชธานี วัยเด็กมีชีวิตที่ลำบากเพราะพ่อแม่ยากจน ไพรินทร์เริ่มชีวิตในวงการเพลงจากการไปเรียนร้องหมอลำตั้งแต่อยู่ ป.3 กับครูคำปุ่น ฟุ้งสุข หมอลำหญิงชื่อดังในสมัยนั้นซึ่งเป็นญาติกัน และเป็นหัวหน้าวงสุนทราภิรมย์
ไพรินทร์ เริ่มหัดหมอลำโดยเริ่มจากหมอลำกลอน ซึ่งเป็นการลำสองคนกับผู้ชาย มีแคนประกอบ จากนั้นก็ตระเวนไปกับคณะหมอลำแม่คำปุ่น ตั้งแต่สมัยจบชั้น ป.4 แต่ยังไม่ได้ออกงานสำคัญอะไร เธอฝึกอยู่หลายปี แต่ดวงไม่ค่อยดี เคยได้ออกรายการวิทยุในกรุงเทพฯบ้างเหมือนกัน โดยร้องออกอากาศแบบสดๆ ตอนนั้นยังเด็กมากอายุประมาณ 13 - 14 ปี และเคยไปเปิดการแสดงถึงเวียงจันทน์ เวลาผ่านมาอีกปีสองปี แม่คิดถึง ก็เลยไปรับลูกกลับ พอดีแม่ครูคำปุ่นมีน้องสาวเป็นช่างเสริมสวย เลยส่งเธอไปเรียนเสริมสวยที่นั่น แต่เธอก็ยังชอบร้องหมอลำเล่นเหมือนเดิมซึ่งตอนนั้นเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว
เมื่อแม่ครูคำปุ่นกลับมาบ้านได้ฟังไพรินทร์ร้องหมอลำ เห็นว่าเสียงดีก็เลยแนะนำให้รู้จักกับ ครูสุรินทร์ ภาคศิริ นักแต่งเพลงชื่อดัง ครูสุรินทร์จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "ไพรินทร์ พรพิบูลย์" และพาไปบันทึกเสียงเพลง " สาวน้อยลำเพลิน " กับ " คอยหาบ่เห็น " เพื่อใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง " นายอำเภอปฏิวัติ " ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ แต่ไม่ค่อยดังเพราะหนังไม่ประสบความสำเร็จหลังจากนั้นก็กลับไปทำงานช่างเสริมสวย และทำนาอยู่ปีสองปี
บทเพลงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือ " ลำกล่อมทุ่ง " จากเรื่อง " มนต์รักแม่น้ำมูล" ปี 2520 ของดวงกมลมหรสพจากการเขียนบทและกำกับเองของ ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูเพลงชื่อดัง ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่ ไพรินทร์ภูมิใจที่สุด (แต่ภาพในภาพยนตร์ คนที่ร้องลิปซิงเพลงนี้ คือ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์)
ไพรินทร์ บอกว่า เธอเดินทางมาจากต่างจังหวัดตอนกลางคืน รุ่งเช้าก็เข้าห้องอัดเลย ไม่มีการท่องเพลงแต่อย่างใด จากนั้นครูสุรินทร์ ภาคศิริ ได้พาไพรินทร์มาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง " มนต์รักนักรบ " ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ เป็นครั้งแรก แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลง และเพิ่งมาดังในการบันทึกเสียงครั้งที่ 2 ในการบันทึกเสียงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "มนต์รักแม่น้ำมูล" ซึ่งเพลงนี้ติดอันดับเข้าชิงเพลงยอดเยี่ยมเสาอากาศทองคำของสถานีวิทยุเสียงสามยอด ได้เข้าชิงรุ่นเดียวกับเพลง "สาวอีสานรอรัก "โดย อรอุมา สิงห์สิริ กับ "หงษ์ทองคะนองลำ " โดยหงษ์ทอง ดาวอุดร แต่ทั้งสามเพลงนี้ไม่ได้รางวัลเลย ส่วนงานเพลงชุดต่อมาที่ได้รับความนิยม คือ " โซลสาละวัน " ของครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา เมื่อภาพยนตร์และเพลงโด่งดังสุรินทร์ จึงตั้งวงหมอลำชื่อ " ทิดโสลำเพลิน " ราวปี 2520 ไพรินทร์จึงได้มาร่วมวงด้วย โดยช่วงนั้นต้องขึ้นล่องกรุงเทพฯ-อุบลฯ เพราะเปิดร้านตัดเสื้อทำผมที่บ้านเกิดด้วย เธออยู่กับครูสุรินทร์ราว 3-4 ปี
ต่อมา ไพรินทร์ กลับไปอยู่บ้านเกิด และแต่งงานจนมีลูกสาว 1 คน ชื่อ ชงโค วงศ์ใหญ่ ผลงานเพลงชุดล่าสุดของไพรินทร์ พรพิบูลย์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาคือ ชุด หมอลำพันธุ์แท้ โดยร้องคู่กับ พิมพ์ใจ เพชรพลาญใจ
วงดนตรี ไพรินทร์ พรพิบูลย์ เคยเดินสายเปิดการแสดงทั่วภาคอีสานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีโอกาสได้ออกเทปซึ่งได้รับความนิยมมากจากเพลง "ลำกล่อมทุ่ง "และเทปหมอลำชุด "แฟนน้องอยู่ใส "จากนั้น โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งหมอลำกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2550 จึงเริ่มมีอาการป่วย ด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย จึงต้องหยุดร้องเพลง เหมือนผีซ้ำกรรมซัด ขณะที่เช่าบ้านอยู่กับบุตรสาวที่กรุงเทพ ฯเกิดน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 บ้านที่เช่าถูกน้ำท่วมสิ่งของเสียหายหมด ประกอบกับมีอาการป่วยจึงได้กลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานีโดยนำเงินทองที่เก็บออมไว้ออกมาใช้จ่ายเป็นค่ารักษาตัวจนหมด จนต้องกลายเป็นภาระของนางลำไพ ลาวรรณบุตร อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวที่คอยดูแลอยู่ทุกวันนี้



