
'หลินฟงช้ำ'...พลาดรางวัลทีวีบี
หลินฟงช้ำ...พลาดรางวัลทีวีบี : คอลัมน์เอเชียเอนเตอร์เทนเมนท์
พลิกโผอย่างแรงกับผลประกาศรางวัลบนเวทีทีวีบี ที่ใครๆต่างก็เก็งเอาไว้ว่าต้องเป็นพระเอกหนุ่มลูกหม้อช่องทีวีบีอย่าง หลินฟง แน่ๆ เนื่องจากกฏกติกาการให้คะแนนในครั้งนี้ เน้นไปที่เสียงโหวตจากประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งทราบกันดีอยู่ว่า หลินฟง มีจำนวนฐานแฟนคลับมากที่สุด แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อวันงานประกาศรางวัล หลินฟง กลับพลาดท่าเสียตำแหน่ง ทีวีบี คิง ไปให้กับพระเอกมากฝีมืออย่าง หลี่เย่าเสียง ทำให้เจ้าตัวสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อย
ผิดหวังไหม กับการพลาดรางวัล ทีวีบี คิง เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา
หลินฟง : ผมยอมรับว่ามีผิดหวังบ้างนิดหน่อยครับ แต่วันรุ่งขึ้นก็สามารถไปทำงานได้ตามปกติ ไม่ได้ปล่อยให้อารมณ์ความผิดหวังเล่นงานจนส่งผลกระทบต่องานแต่อย่างใด พูดตามตรง ผมคิดและเตรียมตัวล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะต้องพูดขอบคุณใครบ้างถ้าเกิดได้ขึ้นไปรับรางวัล เพราะปีที่ผ่านมาผมได้รับกำลังใจจากทุกๆคนมากมายเหลือเกิน แต่ถึงไม่ได้รับรางวัลก็ไม่เป็นไรครับ แค่ความรักที่ได้รับจากครอบครัวและแฟนๆที่ช่วยสนับสนุนมาโดยตลอดก็เพียงพอแล้ว
ทำไมจึงปฏิเสธรับเล่นละครเรื่องใหม่ของทางทีวีบี หรือต้องการประท้วงหลังพลาดรางวัลทีวีบี คิง
หลินฟง : เหตุผลหลักที่ต้องปฏิเสธเป็นเพราะละครเรื่องนี้เป็นละครย้อนยุค มีความจำเป็นที่จะต้องโกนหัว ซึ่งผมไม่สะดวก เนื่องด้วยยังต้องรับงานอื่นๆอีก ทั้งโฆษณา พรีเซ็นเตอร์และงานเพลง จะให้แก้ปัญหาด้วยการใส่หมวกเพื่อปกปิดหัวโล้นๆตลอดเวลาก็ไม่ได้ อีกอย่าง ช่วงระหว่างต้นปีนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ตารางงานของผมค่อนข้างแน่น ถ้ารับเล่นละครเพิ่มเกรงว่าจะหนักเกินไป นอกจากนั้นยังมีหนังใหญ่อีก 2 เรื่อง ซึ่งต้องทำกิจกรรมโปรโมททั้งในและนอกประเทศด้วย ผมรู้สึกเสียใจนะครับที่ไม่สามารถรับเล่นละครเรื่องนี้ได้ ผมรับรองได้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผลประกาศรางวัลทีวีบีแน่นอน
ทราบมาว่าคุณลังเลกับการต่อสัญญากับทีวีบีที่ใกล้จะหมดสัญญาในเร็ววันนี้จริงหรือไม่ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
หลินฟง : ผมยังไม่ได้คิดเรื่องนี้อย่างจริงจังเลยครับ ตอนนี้อยากจะมุ่งความสนใจไปที่คอนเสิร์ตก่อน แต่ยอมรับว่ามีสับสนและลังเลบ้างว่าชีวิตจะดำเนินไปทางไหนดี ควรจะยึดอาชีพนักแสดงอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆไหม หรือจะกลับไปทำหน้าที่ลูกชายคนโตสืบทอดกิจการทางบ้านดี ซึ่งถ้าให้เลือกจริงๆ ผมคงเลือกครอบครัวมาก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ายังทำงานตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ ผมคิดเสมอว่าอยากจะทำตามความฝันของตัวเองโดยที่ไม่ให้ใครในครอบครัวต้องเดือดร้อนหรือเป็นกังวล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกวันนี้ยังมีข่าวอีกมากมายเหลือเกินที่สร้างความไม่สบายใจให้กับคนในครอบครัวของผม ซึ่งผมไม่อยากให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
เป็นไปได้ไหมที่จะเลือกทั้งการแสดงและครอบครัว โดยไม่ทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไป
หลินฟง : ผมว่ามันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าผมไม่สามารถทำมันทั้งสองอย่างในเวลาพร้อมกันได้ มันไม่ใช่ความคิดที่เกิดขึ้นมาปุ๊บปั๊บ แต่มันเป็นเรื่องที่ผมคิดไว้นานมากแล้ว จุดมุ่งหมายในชีวิตของผมคือการกลับไปดูแลครอบครัว ตั้งแต่เข้าวงการจนถึงตอนนี้ ความตั้งใจของผมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ตอนนี้พ่อผมอายุ 60 ปีได้แล้ว ท่านอุตส่าห์ก่อร่างสร้างอาชีพขึ้นมาให้เป็นธุรกิจของครอบครัว แล้วผมจะเป็นลูกอกตัญญู ไม่กลับไปช่วยท่านดูแลกิจการได้อย่างไร
วางแผนไว้ว่าจะวางมือจากวงการบันเทิงเมื่อไหร่
หลินฟง : คิดไว้ว่าคงอีกไม่นาน แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้น ผมเองยังไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นตอนที่ผมไม่มีแรงบันดาลใจในการแสดงแล้วก็เป็นได้ เมื่อนั้นผมคงจะตัดสินใจกลับไปอยู่กับครอบครัว
ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว พระเอกหนุ่ม หลินฟง จะตัดสินใจอย่างไร แฟนคลับอย่างเราๆ คงได้แต่ให้กำลังใจ สนับสนุนทุกการกระทำอยู่ห่างๆ แบบนี้ ก็ขออวยพรให้ หลินฟง ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตถูกล่ะกันจ้า
................................................
(หลินฟงช้ำ...พลาดรางวัลทีวีบี : คอลัมน์เอเชียเอนเตอร์เทนเมนท์)



