บันเทิง

10 หนังแห่งปี (ของผม)

10 หนังแห่งปี (ของผม)

04 ม.ค. 2556

10 หนังแห่งปี (ของผม) : คอลัมน์มองผ่านเลนส์คม

                ผมมีสมุดเล่มหนึ่งไว้จดรายชื่อหนังที่ดู หนังสือที่ซื้อมาอ่าน ดีวีดีที่ซื้อมาดู และมหรสพอื่นๆ พวกคอนเสิร์ต ละครเวทีที่ได้ไปชม พอสิ้นปีทีนึงก็จะเปิดทบทวนดูที นั่นเป็นที่มาของ 10 หนังแห่งปี....ของผมคนเดียว ปล.ไม่เรียงตามลำดับอะไรเลยนะครับ

                The Descendants หนังที่ว่าด้วย "ว่าที่" พ่อม่าย ซึ่งต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับลูกสาว 2 คน ในระหว่างที่ภรรยานอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาล จากเดิมที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันเท่าไรนัก เพราะมัวทำแต่งาน ลูกสาวก็ทั้งแก่น ทั้งแก่แดด แถมต้องมารับรู้ความลับบางอย่างของภรรยาจากปากของลูกสาวตัวเอง ผมชอบการเลือก subject มาทำเป็นหนังของผู้กำกับ Alexander Payne ดูน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับลูกสาวที่ไม่ใช่พ่อวัยหนุ่มกับลูกสาวตัวกระเปี๊ยกน่ารักๆ แต่สูงวัยขึ้นมาอย่างเรื่องนี้ คนแก่กับช่วงเวลาเกษียณใน About Schmidt หรือคู่หูที่แตกต่างกันมากๆ ตะลุยชิมไวน์ใน Sideways ดูเป็น Subject ที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน แต่เขาหยิบแง่มุมที่น่าสนใจของคนเหล่านี้มาพูดได้ หนังน่ารักและมีเสน่ห์มาก

                The Avengers ตลอดช่วงเวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ มันปลุกความเป็นเด็กผู้ชายในตัวเราให้ตื่นขึ้นมาได้ ดูแล้วนึกถึงไอ้มดแดงเมื่อตอนเด็กๆ ประมาณ วี 7 ช่วงใกล้ๆ จบที่พอเจอเหล่าร้ายตัวที่เก่งมาก แล้วบรรดาวีต้นๆ จะกลับมารวมพลัง ร่วมมือกันปราบตัวร้ายนั้น จำได้ว่าตื่นเต้นมาก อยู่ที่โรงเรียนก็อยากเร่งเวลาให้เลิกเรียนเร็วๆ จะได้กลับบ้านไปดูการรวมตัวของพี่มดแดงเหล่านี้ แต่นั่นเป็นแค่การมารับเชิญของมดแดงรุ่นพี่ ตัวเด่นยังเป็นไอ้มดแดงวี 7 อยู่ ไม่เหมือน avengers ที่ทุกตัวเด่นสูสีกันหมด ทุกคนมี scene โชว์ของตัวเอง มีมุก มีดราม่าของตัวเองหมด สนุกจนแทบรอดูภาคต่อไม่ไหว เก่งมาก Marvels

                Intouchables รู้เรื่องย่อคร่าวๆ ก็รู้สึกว่าคงจะเป็นหนัง เมโลดราม่าบิวท์น้ำตาจัดๆ แต่พอเข้าไปดูกลับพบว่าเป็นหนังให้ความหวัง มีอารมณ์ขัน ไม่หดหู่ มองโลกในแง่ดี ที่ไม่ได้มองว่าโลกสวยตลอดเวลา เป็นเรื่องของพยาบาลกับคนไข้ที่เป็นอัมพาต ทั้งสองแตกต่างกันทุกอย่าง รวย-จน ผิวขาว-ผิวดำ อารมณ์ร้อน-อารมณ์ดี แต่กลับถูกคอกัน และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดูแล้วรู้สึกดีกับชีวิต

               Moonrise Kingdom เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตร่วมกันในป่า ฟังดูธรรมดาใช่มั้ยครับ แต่หนุ่มสาวที่ว่าอายุแค่ 10 ขวบนะครับ ยังเป็นแค่ลูกเสือตัวน้อยๆ อยู่เลย โลกในหนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกประหลาดๆ แวดล้อมไปด้วยตัวละครเพี้ยนๆ แต่โรแมนติกและจี๊ดมากครับ

                The perks of being a wallflower หนังที่พูดถึงชีวิตวัยรุ่นที่ใครได้ดูก็ต้องชอบ ดูเสร็จต้องตามไปหาหนังสือมาอ่าน หา soundtrack มาฟัง และผมมั่นใจว่าในอนาคตมันจะกลายเป็นหนังตัวแทนยุคสมัย ที่บ่งบอกว่าวัยรุ่นช่วงเวลานั้นมีบุคลิกยังไง ปัญหาวัยรุ่นในตอนนั้น และสภาพสังคม ณ ช่วงเวลานั้นๆ เป็นยังไง เหมือน Reality bites เหมือน All about Lily Chou-chou เคยเป็นหนังขวัญใจของวัยรุ่นในช่วงเวลานั้น

               รัก 7 ปี ดี 7 หน งานปล่อยของของผู้กำกับทั้งสาม ดูเสร็จก็ชื่นชมและอิจฉาผู้กำกับทั้งสามที่ได้มีโอกาสปล่อยของกันเต็มที่ แถมยังเป็นที่ถูกอกถูกใจคนดูอีก โดยเฉพาะตอน 42.195

                36 หนังที่อินดี้ตั้งแต่วิธีการเล่าเรื่องไปจนถึงการเข้าโรงฉาย หนังทั้งเรื่องมีเพียง 36 shot เหมือนจำนวนรูปในฟิล์มถ่ายรูป เวลาเราดูเลยเหมือนการเปิดอัลบั้มภาพถ่ายที่เพิ่งเสร็จออกมาจากร้านล้างอัดรูป ดูเสร็จก็รู้สึกคิดถึงความหลัง จังหวะของหนังดี เพลงก็ดี มีหลายโมเมนท์ที่จี๊ดใจ

                Wolf children และ Life of pi เป็นหนังที่มีตัวเอกเป็นสัตว์ทั้งคู่ เรื่องหนึ่งเป็นการ์ตูน เรื่องหนึ่งเป็นหนังสามมิติ แต่ให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดูหนังในโรงกับผมทั้งคู่

                Argo ตื่นเต้น ระทึกขวัญ ตลกร้าย เสียดสี ให้อารมณ์เหมือนดูสารคดีข่าว ฟังดูไม่น่าอยู่ในหนังเรื่องเดียวกันได้ แต่ Argo มีทุกอารมณ์ที่ว่ามา และเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

                จบแล้ว 10 หนังแห่งปีของผม คุณเองก็มีได้นะครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ

 

...............................................

(10 หนังแห่งปี (ของผม) : คอลัมน์มองผ่านเลนส์คม)