บันเทิง

วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล

วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล

02 ม.ค. 2556

วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล'3 ปีไม่รู้จะเกิดได้หรือเปล่า' : คอลัมน์โลกไร้เสา

               พ.ศ.ใหม่ หลายคนเฝ้าชะเง้อหา "ทีวีดิจิตอล" บางรายไปไกลถึงขนาดจะทุบทีวีเก่าทิ้ง เพราะมันรองรับดิจิตอลทีวีไม่ได้ ต่างก็ร่ำกันไป

               ที่แน่ๆ ปี 2556 จะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ "โทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน" หรือทีวีดิจิตอล จำนวน 48 ช่อง โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดระยะวลาการออกใบอนุญาต ทีวีดิจิตอล 3 ประเภท

               ไตรมาสแรก ช่องสาธารณะ 12 ช่อง, เดือนสิงหาคม 2556 ประมูลช่องธุรกิจ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องทั่วไป (Standard Definition:SD) 20 ช่อง และช่องธุรกิจเอชดี (High-definition) 4 ช่อง และไตรมาสสี่ ช่องชุมชน 12 ช่อง

               นั่นหมายถึงคนไทยจะมี "ช่องฟรีทีวี" ให้รับชมเพิ่มจาก 6 ช่องในระบบอนาล็อกที่ยังออกอากาศแบบคู่ขนานจนกว่าจะสิ้นอายุสัมปทาน เพิ่มด้วยทีวีดิจิตอลอีก 48 ช่องที่จะได้รับใบอนุญาตในปีนี้

               ทั้งนี้ การรับชมผ่านจอโทรทัศน์เดิมจะต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณ ( Set top box) ระบบดิจิตอล DVB-T2 เพิ่มเติม ซึ่งมีราคากล่องละราว 1,000 บาท โดย กสทช.จะมีแผนอุดหนุนกล่องรับสัญญาณให้ครัวเรือนไทยที่ไม่มีกำลังใช้ซื้อกล่องด้วยเช่นกัน พร้อมกำหนดผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายดิจิตอล จะต้องขยายการส่งสัญญาณทีวีดิจิตอล ให้เข้าถึงครัวเรือนไทยครอบคลุมพื้นที่ 90% ภายใน 4 ปี

               นั่นหมายถึงครัวเรือนไทยจะมีช่องรายการพื้นฐาน ที่เรียกว่าฟรีทีวีระบบดิจิตอลให้รับชมเพิ่มขึ้นและด้วยคุณภาพที่มีความคมชัดมากกว่าระบบอนาล็อกเดิม แต่การจะดึงฐานผู้ชมให้มารับชมช่องทีวีดิจิตอล ได้หรือไม่ คงต้องอยู่ที่ "คอนเทนท์" จะตอบโจทย์ความสนใจของผู้ชมหรือไม่

               สำหรับ "เจ้าพ่อจานดำ" สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ "พีเอสไอ" ที่มีส่วนแบ่งการตลาดจานดาวเทียมในประเทศไทย 70% หรืออาจมากกว่านั้น

               วันนี้ พีเอสไอไม่ได้ทำธุรกิจแค่ขายกล่อง ขายจาน หากแต่ยังเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ภายใต้ใบอนุญาตที่พีเอสไอยื่นขอกับ กสทช. ไปแล้ว

               โดยพีเอสไอแยกเป็นสองส่วน คือเป็นผู้ให้บริการช่องรายการในกลุ่มทีวีดาวเทียมประเภทฟรีทูแอร์กว่า 200 ช่อง และบริการช่อง "เพย์ทีวี" ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านกล่องรับสัญญาณแบบเข้ารหัส บวกกับการที่ พีเอสไอ จับมือ เวิร์คพอยท์ ลุยธุรกิจทีวีดาวเทียม ก่อตั้งบริษัท ฟรีไซส์ บรอดแคสติ้ง จำกัด

               นอกจากนี้ เขาได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับ "ทีวีดิจิตอล" ที่กำลังจะมาถึง โดย กสทช. ประกาศเดินหน้าเต็มกำลัง และมีการมองไปไกลถึงอนาคตของจานดาวเทียม จะถูกน็อกคาสังเวียน ด้วยหมัดเด็ดของทีวีดิจิตอล

               "กสทช. วันนี้ให้ข่าว ผมคิดว่าต้องตำหนิ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เมื่อทีวีดิจิตอลเกิด เราซื้อเครื่องทีวีแล้วเอาเสาอากาศเสียบโชะ ชัด...ใช่ไหม แต่วันนี้ขอบอกข้อเท็จจริงให้ผู้อ่านรับทราบนะ ข้อเท็จจริงก็คือว่า กสทช. แค่พูดว่า มันมีดิจิตอลแล้วมันชัดหมด"

               อาจารย์สมพร ผู้ช่ำชองด้านอิเล็กทรอนิกส์ ปั้นจานพีเอสไอมากับมือ ตั้งแต่สมัยทำจานดาวเทียมสุ่มไก่ ได้อรรถาธิบายเรื่องเทคนิค

               "หนึ่ง-มันยังต้องใช้เสาอากาศอย่างเดิม สอง-มันจะต้องส่งมาแล้วจะต้องมีเครื่องเครื่องหนึ่งที่จะแปลงสัญญาณจากตัวที่ส่งเป็นดิจิตอล เราเรียกว่าบ็อกซ์ เพื่อให้มันเป็นอนาล็อกแล้วมาเข้าเครื่องรับทีวี คุณถึงดูได้ ฉะนั้นคุณต้องซื้อบ็อกซ์ก่อนนะอันดับแรก สองเสาอากาศ ถ้าไม่มีคุณรับไม่ได้ คุณจะคิดว่าก้างปลาปุ๊บ ดึงขึ้นมาแล้วชัด ไม่ใช่ บางพื้นที่รับไม่ได้เหมือนกัน"

               แล้วอาจารย์สมพรยังอธิบายต่อเรื่อง "เสา" ส่งสัญญาณหรือรีพีตเตอร์ องค์ประกอบที่สำคัญ

               "นี่คือทางเทคนิคที่การส่งที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าสุราษฎร์ หาดใหญ่ เชียงใหม่จะดูได้ ต้องส่งดาวเทียมขึ้นไปก่อน แล้วต้องส่งกลับมาที่สุราษฎร์ ที่หาดใหญ่

               เพื่อจะมาตั้งเสาอีกเสาหนึ่ง คล้ายๆ เสาโทรศัพท์น่ะ เป็นรีพีตเตอร์กระจายในวงนั้นอีก แล้วสมมุติว่ารีพีตเตอร์มันอยู่ห่างกัน ระหว่างสงขลา หาดใหญ่กับสุราษฎร์ คุณก็ต้องตั้งสองเสาเพราะมันส่งไม่ถึงกันอยู่แล้ว แล้วคนอยู่ตรงกลางล่ะ? จะรับทางไหน นี่ก็กลับไปสู่ระบบเดิมสิ ที่ถามกันว่าจะรับได้ยังไง ฉะนั้นถ้าจะรับได้คุณต้องตั้งเสาถี่มากๆ เลย ก็เหมือนกับเดินทางไปต่างจังหวัด ใช้มือถือต้องหาเสา ใครตั้งเสาน้อย หายเลย...สัญญาณ"

               ฉะนั้นในความเห็นของอาจารย์สมพรคือ บ้านเราจะเต็มไปด้วย "เสารีพีตเตอร์" หาก กสทช.ใช้งบประมาณลงทุนพัฒนาโครงข่ายทีวีดิจิตอลเพื่อบริการสาธารณะ

               "แล้วถ้ามันกลายเป็นโฮปเวลล์ล่ะ นี่มันงบประมาณของประเทศเรามาไกลแล้วจะกลับไปสู่เสา ไปตั้งเสารีพีตเตอร์เพียบไปหมด"

               กล่าวสำหรับผู้ที่จะเข้าประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล อาจารย์สมพรมองว่า "ราคาการประมูลล่าสุดเห็นว่า ราคา 500 ล้านต่อ 15 ปี ไม่แพงหรอก แต่ส่งแล้ว ต้องส่งดาวเทียมด้วย คุณต้องมีดาวเทียมหนึ่งอันนะ ไม่งั้นต่างจังหวัดจะรับได้ยังไง นี่คือสิ่งที่ต้องจ่าย อันที่สองคุณต้องไปจ่ายค่าโครงข่ายด้วย ก็หมายความว่า มันจะมีผู้ประมูลอยู่สองส่วน หนึ่ง-ท่านต้องเป็นเจ้าของช่อง ต้องไปจ่ายก่อน 500 ล้าน สอง-สมมุติมาเอาพีเอสไอเป็นโครงข่าย คุณต้องมาจ่ายผมอีกนะ เพราะว่าผมไปตั้งเสา ผมตั้งให้คุณฟรีๆ ได้ที่ไหนล่ะ แล้วผมต้องตั้งเสาอีกมหาศาลเลยนะ เหมือนเสาโทรศัพท์ แล้วคุณคิดว่ามันจะเกิดง่ายๆ ในสองวันนี้ไหม ตามระบบนี้ นี่คือข้อเท็จจริง เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่มาบอกว่าเฮ้ยวันนี้ ทีวีดิจิตอลมา มันชัดหมด ชาวบ้านทั่วไปเขาเข้าใจอย่างนี้หมดเลย"

               "ดังนั้นในการให้ข่าว อย่าพูดแต่ว่าวันนี้ ทีวีดิจิตอลมา รับได้ชัด ดูได้เลย HD ฟังผมนะ ดิจิตอลทีวี ผมให้เก่งสุดๆ เลย สามปีไม่รู้จะเกิดได้หรือเปล่า ยกเว้นแต่ว่าวันนี้จะไปแจกเครื่องทั้งหมด แต่ใครจะมาซับซิไดซ์เครื่องให้ชาวบ้านล่ะ"

               ที่มีคนบอกว่าพีเอสไอโจมตีเรื่องทีวีดิจิตอล เพราะหากมันจะทำให้อุตสาหกรรมดาวเทียมถึงขั้นน็อก อาจารย์สมพรกล่าวว่า "ขอโทษนะ ถ้ามันดี เราเป็นโรงงานผลิต เราก็ไปผลิตเสา อันที่เราผลิตมาก่อนจานเสียอีก เราก็ขายได้เหมือนกัน ให้มันเกิดสิ"

               ดังนั้นต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ตามคำพยากรณ์ของเจ้าพ่อจานดำ "ทีวีดิจิตอล" จะเกิดขึ้นได้ภายในสามปีหรือไม่?

 

.................................

(วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล'3 ปีไม่รู้จะเกิดได้หรือเปล่า' : คอลัมน์โลกไร้เสา)