บันเทิง

ตัดกรอบนี้พับใส่กระเป๋าแล้วเอาไปเที่ยวญี่ปุ่น!

ตัดกรอบนี้พับใส่กระเป๋าแล้วเอาไปเที่ยวญี่ปุ่น!

01 ม.ค. 2556

ตัดกรอบนี้พับใส่กระเป๋าแล้วเอาไปเที่ยวญี่ปุ่น! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ @nuishow

          จั่วหัวคอลัมน์แบบไม่ปรึกษาหน้า19 เขาเลยว่ามีอะไรพิมพ์ร่วมอยู่กับกระดาษแผ่นนี้บ้าง? (ขอให้ไม่ใช่โฆษณาชุดชั้นในนะครับ) ฉบับนี้ผมตัดสินใจเขียน เกร็ดการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ให้ท่านอ่านก็เพราะเห็นเพื่อนทางสังคมออนไลน์หลายคู่-หลายครอบครัว ไม่ว่าจะคู่รักครรภ์อ่อนๆ อย่าง @MynameisBe กับ @Patee122 ครอบครัวแก๊งค์การ์ตูน @RoseOraphan @IgniteJirath และลูกๆ, พี่ @soopsuperjew ของเด็กๆ หรือจะป๋า @ted6104 กับทีมงานก็ต่างเที่ยวปีใหม่ในประเทศญี่ปุ่นกันทั้งนั้นครับ

          ที่ใครๆ ก็ไปญี่ปุ่นเพราะประเทศนี้เขาเป็นประเทศแรงบันดาลใจชั้นยอด เหมาะอย่างยิ่งกับการเอาร่างกายที่บอบช้ำจากการใช้สมองมาอย่างหนักไปพักผ่อนชาร์ตแบตให้ชีวิตกลับมาสดใสซาบซ่า

          แต่หลายคนเมื่อพูดถึงญี่ปุ่นก็รู้สึกกลัว ใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยวแต่อีกใจก็กลัวหลง-กลัวแพง-กลัวสารพัด เพราะติดกับภาพเดิมๆ ที่ว่าประเทศนี้มีแต่ป้ายภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก

          วิธีเที่ยวญี่ปุ่นที่ Play Safe ที่สุดคือการเที่ยวกับทัวร์ ซึ่งผมเองก็เคยผ่านญี่ปุ่นด้วยวิธีนี้มาก่อน (ได้แค่'ผ่าน'จริงๆ แต่ไม่ได้ทะลุทะลวง) เที่ยวทัวร์สบายกว่าเที่ยวเองแต่ก็ต้องแลกกับการ'ได้แค่ชะโงก'และไม่มีอิสระด้านเวลาหรือการต่อยอดเที่ยวตามใจเพราะต้องไปไหนไปกันกับคนหมู่มาก แต่สิ่งที่สูญเสียแล้วเพลียปากคือการเสียมื้อไปกับอาหารไฟลท์บังคับของทัวร์ในบางครั้ง เวลาผ่านร้านเด็ดๆ ที่เห็นปั้บเกิดกิเลสอยากทานเดี๋ยวนั้นก็จะไม่ได้ทาน อาหารของทัวร์ต้องทำใจครับเพราะเขาต้องอยู่ในเงื่อนไขไป "ร้านที่รับแต่กรุ๊ปทัวร์" ซึ่งชาวญี่ปุ่นแท้ๆ เขาไม่ได้ทานกันแบบนี้ อาหารจะดูเป็นฟอร์แมทๆหน่อย ให้เหมาะกับไลน์ผลิตครั้งละมากๆ อาทิ ผักดอง-ผักจิ้ม-ผักดูด-ชาบูๆ เบื่อๆ หน่อย

          ถ้าคุณกล้าเที่ยวเอง คุณจะพบว่าคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีทักษะการทำอาหารยอดเยี่ยมครับ ไม่ได้ใช้พรสวรรค์อย่างเดียวแต่เป็นเพราะความพยายามของพวกเขาที่ใส่ใจในรายละเอียดของการเร่งรสชาติจากวัตถุดิบ คนค่อนโลกจึงชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นและญี่ปุ่นเองยังเก่งกับการปรุงอาหารชาติอื่น เช่น อิตาเลี่ยน, ฝรั่งเศสหรือจะขนมนมเนย ญี่ปุ่นก็ทำได้เหนือใคร แค่เห็นดีสเพลย์หน้าร้านก็น้ำลายไหลแล้วครับ

          ผมแนะนำคุณๆ หากอยากจะใช้เวลาชีวิตหลังจากนี้ออกเดินทางไปเสาะแสวงหาแรงบันดาลใจในประเทศมหาอำนาจทางความคิดสร้างสรรค์นี้ ก็จงพก "สูตรการเดินทาง" นี้ไปด้วย
          1. จงเดินทางเอง : ง่าย+ถูกถ้าเตรียมตัวก่อน
          ขอขู่เบาๆ ญี่ปุ่นเป็นชาติที่แท็กซี่แพงมากครับ (อัตราค่าโดยสารน่าจะทำให้คนขับแท็กซี่ทุกคนกลายเป็นเศรษฐีได้ในเวลาไม่นาน) เหตุผลหนึ่งก็คือเขามี "ระบบรางรถไฟ" ที่สมบรูณ์แบบที่สุดในโลกแล้ว ทั้งเร็ว-ตรงเวลา-ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รถแท๊กซี่จึงเป็น Premium Service ที่ไม่ได้ง้อคนขึ้นครับ หากอยากใช้ก็ต้องจ่ายแพง (รับบัตรเครดิตได้ด้วยน่ะ คิดดู!)
แนะนำแรงๆ สำหรับนักเที่ยวที่ตั้งใจพำนักอยู่ในญี่ปุ่นทริปละไม่เกิน 7วัน/14วัน/21วัน "Japan Rail Pass" ดีที่สุดสำหรับการวางแผนเที่ยวเองหลายๆ เมือง ใช้ได้กับบริการทุกอย่างของกลุ่มบริษัท JR รถไฟ รถเมล์ (ลิเก) เรือด่วนเฟอรี่ แบบไม่จำกัดจำนวนรอบ ความคุ้มสุดๆ คือรถไฟหัวกระสุน Shinkansen นั่งข้ามเมืองไปโอซาก้า นาโงย่า ฮิโรชิม่า ฯลฯ หรือขึ้นเหนือไปได้ถึงอาโอโมริ ชาวญี่ปุ่นเองยังอิจฉาเพราะพวกเขาซื้ออย่างเราไม่ได้ (จำหน่ายจากนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น) จากโตเกียวไปนาโงย่าเที่ยวเดียวก็ 3-4พันบาทแล้ว แต่นี่เราซื้อเหมาไว้แค่ราว1หมื่นบาท (28,300เยน) นับเป็นตั๋วที่จำเป็นมากกับทริปสมบุกสมบันครอบคลุมระยะ 20,000 กิโลเมตร ทั่วทั้ง 4 เกาะของญี่ปุ่น คุณไม่ต้องเสียเวลาทำท่าเงอะๆ งะหน้าสถานี หาเหรียญหยอดซื้อตั๋ว เพียงแค่โชว์ JR RailPass ให้จนท.หน้าประตูก็ผ่านตลอดพร้อมรับการโค้งคำนับ

          แต่แน่นอนมีดีก็มีเสีย : ใช้ไม่ได้กับ Shinkansen ขบวนด่วนพิเศษ Nozomi กับ Mizuho (แนวๆ วิ่งตรงไม่มีจอดแวะ)
ทันทีที่เปิดใช้บัตรต้องใช้ติดต่อกัน จะกระโดดวันไม่ได้ ถ้าทริปการเดินทางคุณเกินระยะเวลาตั๋วควรต้องคำนวนให้ดีว่าจะเปิดบัตร
         
          ทันทีที่ถึงประเทศญี่ปุ่นหรือเก็บไว้ก่อน (ใช้ได้กับ Narita Express เชื่อมสนามบินกับตัวเมืองทั้งขาเข้า-ออก)
ดูข้อมูลภาษาอังกฤษศัพท์อธิบายง่ายๆ ที่ JapanRailPass.net/Eng

          2. จงไปที่ชอบๆ : กรุ๊ปทัวร์ราคาเบาๆจะชอบพาคุณไปวัด (เพราะมันเข้าฟรี..ฮ่า) ถ้าคิดจะเดินทางเอง จงไปในสถานที่เท่ๆ ที่ทัวร์ไม่มีวันพาไป จดไว้นะครับ แล้วหากอยากไปจริงๆ เอาชื่อเหล่านี้ไป Search หาตำแหน่งจาก Google Maps อีกที
          - Tokyo : ย่าน Shibuya จงไปนั่งจิบกาแฟร้อนๆใน Starbucks ชั้น 2 ของอาคาร "QFront" คุณจะได้เห็น 5แยกชิบูย่าที่มีผู้คนเดินสวนกันบนทางม้าลายมากที่สุดในโลก (หนึ่งในซีนจดจำของโตเกียว) ไม่ไกลจากชิบูย่านักมีสถานีทีวี NHK ที่เปิดให้ชม "Museum of Broadcasting" ที่สุดยอดมากๆ
         
          - Osaka : พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) สนุกที่สุดกับอควอเรี่ยมใหญ่ที่สุดในโลกที่มีไฮไลท์เป็น "ฉลามวาฬ" ใหญ่ยักษ์อลังการ มีเว็บไซต์เป็นภาษาไทย Kaiyukan.com/language/thai

          - Nagoya : ผังเมืองดีมากเที่ยวรอบเมืองได้ด้วยรถบัสสีเหลือง "Nagoya Sightseeing Route Bus" วิ่งวนลูบทุกจุดเที่ยว 500เยนเท่านั้น..เนียน!

          - Hiroshima : ไปดู "A-Bomb Dome" จุดที่ปรมาณูตก แล้วจงต่อด้วย "Hiroshima Peace Memorial Museum" บอกเล่าทุกสิ่งในสงคราม เป็นพิพิธภัณฑ์แรกที่ผมเดินชมแล้ว "ร้องไห้" ออกมา

          หน้ากระดาษเต็มเอาเท่านี้ก่อน ไว้หาโอกาสเล่าให้ฟังใหม่ :)
.......................................
(หมายเหตุ ตัดกรอบนี้พับใส่กระเป๋าแล้วเอาไปเที่ยวญี่ปุ่น! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ @nuishow )