บันเทิง

5หนัง(โรง)ยอดเยี่ยมแห่งปี

5หนัง(โรง)ยอดเยี่ยมแห่งปี

28 ธ.ค. 2555

5หนัง(โรง)ยอดเยี่ยมแห่งปี : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          หลายๆ ครั้ง เรื่องอย่างหนึ่งมักนำพาเอาอีกเรื่องหนึ่งให้นึกถึงมาด้วย วันคริสต์มาสอีฟปีนี้ ชักชวนลมหนาวมาถึงกรุงเทพฯ พอดี เหมือนความรักของคน ที่ชอบหอบเอาคำสัญญาและความหวังมาคู่กัน ฉะนั้นเวลาถึงห้วงยามนี้ เราตึงต่างนึกถึงแต่ละอย่างแตกต่างกันไป

          มีคนรักก็คงอุ่นๆ แต่ถ้าอกหักมา ก็บาดเจ็บ เดียวดาย รักษาตัวเองกันไป
 
          มีหนังหลายเรื่องในช่วงคริสต์มาส ที่พูดถึงแง่มุมแบบนี้ แต่เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน เราก็ผ่านพ้น 2012 ด้วยกัน นาทีนี้จึงน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการทบทวนและมองย้อนถึงหนังแสนดี ใน 12 เดือนที่ผ่านมา
 
          ทั้งนี้และทั้งนั้น เรามีเงื่อนไขว่า ขอเลือกหนังที่เข้าโรง “บ้านเรา” ของ 1 ปีที่ผ่านมา
 
          เลือกหนังไม่บาดเจ็บนะ แต่ถ้านึกถึง “ความหลัง” ใครหลายคนอาจปวดร้าว เจ็บลึก

1.a seperation
          มีหนังอยู่ไม่กี่เรื่องที่เข้าฉายอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในบ้านเรา แต่อยู่ในความทรงจำนึกคิด ไปตลอดทั้งปี เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นักดูหนังหลายคนจะบอกว่า ”จำได้ดี” พวกเขาจำได้แม่นเพราะหนังมีความสมบูรณ์เกือบทุกส่วน ทั้งการดีไซน์พล็อต, วิธีเล่าเรื่องแบบเล่นกับความคิดคนดู, การแสดงอันยอดเยี่ยม และที่สำคัญการดึงเอา “พระเจ้า” ลงมาเล่นในหนังด้วยผ่านสัญญะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อของมนุษย์, คำพูดของศรัทธา และที่สุดการท้าทายผู้ชมว่า คุณจะเลือกอย่างไร หากว่าเป็นคุณเอง
 
          นี่คือหนังชนะเลิศ ดีที่สุด ที่เข้าโรงบ้านเราปี 2012 ในความรู้สึกของผม

2.the descendants
          ไม่ว่าอเล็กซานเดอร์ เพย์น ทำเรื่องอะไร โครงสร้างและวิธีการเล่นงานคนดูของเขา มักมีรูปรอยที่ซ้ำและคล้ายอยู่อย่างชัดเจน the descendants ก็ไม่ได้ต่างมากกับ sideway ในปี 2004 แต่สิ่งที่มันจูงมือมาด้วยก็คือ จังหวะของหนังที่ลงตัวในการเข้าออก ภาษาที่สละสลวย และเนื้อหาที่พาเราเดินทางไกลในความคิด (แม้แต่ “ผ้าห่ม” ก็มีความลึกซ่อนอยู่หลายอย่าง)
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมยิ่งมั่นใจสิ่งหนึ่งที่เคยเขียน นั่นคือ คนจะเข้าใจชีวิต ไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเสมอไป การดูหนังดีๆ และอ่านหนังสือ ก็ไปถึงจุดนั้นได้

3.we need to talk about kevin
          หนังแสนท้าทายสติปัญญาเรื่องนี้ อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ “คุ้น” กับสินค้าจากโรงงานฮอลลีวู้ด รวมทั้งชอบอะไรแบบเวรี่ ดราม่าอย่าง “แรงเงา” เพราะมันไม่ตามใจคนดู ไม่เล่าเรื่องตามขนบ และไม่สร้างตัวละครให้เป็นพวก type character ที่ดาดๆ เดาได้ง่าย และเป็นสูตรสำเร็จ

          จากต้นเรื่องไปถึงปลายเรื่อง เราจะค่อยๆ เปลี่ยนความคิดจากตัวละครอย่าง เควิน ไปที่แม่ของเขา บทหนังดีมาก เขาทำให้คนในโรงไม่รู้สึกไว้วางใจแม่ของเควิน เท่าๆ ที่กับที่คนในสังคมไม่ชอบ เควิน แต่ที่พองตัว ใหญ่โตมากขึ้นคือ คำถามว่า แล้วใครล่ะทำให้ เควิน เป็นไปได้ขนาดนั้น พวกเราทุกคนหรือเปล่า ?

4.the master
          การเยียวยาทางจิตใจ หรือแม้แต่การ “ประคับประคองทางจิตวิญญาณ” นั้น บางครั้งก็เป็นอย่างที่หนังเรื่องนี้บอก มันต้องเป็นคนที่โดนกันจริงๆ และเมื่อ “คนนอก” สองคนถูกวางเอาไว้สุดขั้วแบบ “คนละขอบทาง” ของสังคมและการใช้ชีวิต มันก็น่าสนใจว่า เขาจะจูนกันติดอย่างไร ในเมื่อโลกไม่อนุญาตให้คนแบบหนึ่ง ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาจะเป็น
 
          the master เป็นเหมือนคำสอน วรรณกรรมลุ่มลึกและการถามไถ่แห่งชีวิต แถมยังเป็นการดวลกันระหว่างการแสดงที่ดีที่สุดของสองคนอย่าง ฟิลิป์ ซีมัวร์ และ วาคิน ฟินิกซ์ ซึ่งขอทายว่าคนหลังจะได้รางวัลบ้าง ไม่มากก็น้อย

5.life of pi
          กลายเป็น “พระเอก” ของหนังในเดือนธันวาคม เรียกว่ากลบความเด่น โกยความชื่นชมทุกสารทิศ (แม้ว่าหนังตัวอย่างจะทำออกมาได้แย่ก็ตาม) life of pi เหมือนหนังสือที่พาเราไปพานพบกับคำถามใหญ่โตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันในชีวิต
 
          เป็นทอม แฮงค์ใน cast away ที่ว่าซวย เพราะเครื่องบินตกต้องอยู่ในเกาะร้างคนเดียวแล้ว แต่เป็น พาย พาเทล ดูจะโหดเหี้ยมกว่า เพราะพื้นที่ก็ถูกจำกัด แถมยังต้องใช้ชีวิตบนเรือกับเสือหนึ่งตัวในเกือบ 1 ปี ทว่า มันคือการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงตัวตน ผ่านตัวเสือ ในระดับจะดูเอา “ขำขื่น” หรือดูเอา “เคร่งขรึม” ก็ได้ทั้งนั้น
.......................................
(หมายเหตุ 5หนัง(โรง)ยอดเยี่ยมแห่งปี : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)