บันเทิง

ส่งท้าย2012 ...สิ่งที่หายไป

ส่งท้าย2012 ...สิ่งที่หายไป

28 ธ.ค. 2555

ส่งท้าย2012 ...สิ่งที่หายไป : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์

          ปิดเรื่องนี้ล่วงหน้าตามคำสั่งของกองบก.ก็เลยต้องนั่งคิดว่าปลายปีแบบนี้ควรส่งท้ายปีเก่าด้วยเรื่องอะไรถ้าเป็นสกู๊ปทั่วไปมักจะสรุป “ประเด็นร้อนในปีที่ผ่านมา” และ “เทรนด์” ที่กำลังจะมาเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับปีใหม่แต่เนิ่นๆ

          แต่ที่แว่บเข้ามาในหัวเลยคือปลายปีแบบนี้ ...มีอย่างหนึ่งที่หายไป…กับลมหนาวของกรุงเทพฯ นั่นคือบรรดาโฆษณาต้อนรับเทศกาลหรือ “เสียงแห่งความสุข” ของหลายๆ ผลิตภัณฑ์ที่หายไปไม่นับความรู้สึกที่เฉยๆ ไม่ตื่นเต้นกับปีใหม่ที่กำลังมาถึง

          เสียงแรกๆ ที่นึกถึง โฆษณา ความสุข และความบันเทิง ที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลลานเบียร์ ซึ่งปกติจะเริ่มโหมโรงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แจ้งการมีพื้นที่ในทุกย่านโดยเฉพาะห้างฯหรือคอมมิวนิตี้มอลล์ย้ำด้วยการเชิญชวนถึงตัวผ่านทุกช่องทางสื่อด้วยตารางคอนเสิร์ต

          โดยเม็ดเงินที่ลงในลานเบียร์นั้นเคยมีผู้วิเคราะห์ว่าอยู่ประมาณ 500 ล้านบาททั้งค่าสถานที่ตกแต่งและดนตรีซึ่งปีนี้รายใหญ่ที่แผ่วไปคือ “ไฮเนเก้น” เจ้าของสัญลักษณ์ “ดาวแดง” ที่เคยใช้พื้นที่ชั้น 18-20 เซ็นทรัลเวิลด์และคอมมิวนิตี้ชั้นนำในการจัด Green Space ก็เหลือเพียงลานหน้าเอสพลานาดให้เหล่าสาวกได้ละเมียด

          เหตุของการยกเลิกพื้นที่สำคัญน่าจะมาจากการหันไปให้น้ำหนักทำตลาดร่วมกับคอนเสิร์ตและภาพยนตร์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเซนเซชั่นที่เชิญชวนให้เหล่าสาวกแต่งชุดขาวเป็นฟองคลื่นหรืองานCrack the Ultimate case  ที่เพิ่งจัดไปไม่นาน

          อย่างไรก็ตามค่ายแบรนด์ไทยอย่างช้างและสิงห์ยังคงใช้ลานเบียร์รุกย้ำแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Experience Marketing และวัดกระแสนิยมโดยเฉพาะปีนี้เบียร์ช้างน่าจะเป็นรายที่ใช้เม็ดเงินกับกลยุทธ์นี้สูงสุดเพราะยังทุ่มเงินในอีก 2 พื้นที่คือเมกะบางนาและเอเชียทีค

          ส่วนเบียร์สิงห์ นอกจากปักธงที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์อย่างเคย ก็ใช้ไลฟ์สไตล์มอลล์ อย่าง ซีดีซี และลานซูซูกิ พาร์ค รัชโยธินอเวนิว

          หากที่น่าสนใจ คือการรุกของไทเกอร์ที่เร่งสร้างแบรนด์ในขณะที่ยังอยู่ระหว่างการชิงเป็นผู้ผลิตของ ไฮเนเก้น เจ้าของเดิม กับ ช้าง โดยไทเกอร์ทุ่มเม็ดเงินเจาะกลุ่มผู้บริโภคผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก และเว็บ "โกดัง"

          ส่วนเสียงอื่นที่หายไป ก็คือการออกโฆษณาส่งมอบความสุขของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มักจะออกเป็นชุดพิเศษ เหลือไว้ก็เพียง เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ โดยปีนี้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้โฆษณาชุดเดิม งดการผลิตโฆษณาประจำเทศกาล ว่ากันว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก "รถคันแรก” โดยสมาคมผู้ค้าปลีกวิเคราะห์ว่า กำลังซื้อช่วงปีใหม่ซบเซา เพราะมนุษย์เงินเดือนที่เป็นกลุ่มสร้างยอดนั้นใช้เงินก้อนใหญ่ไปเสียแล้ว

          จะว่าไปแล้วสิ่งที่หายไปก็พาให้บรรยากาศซบเซา เกิดอารมณ์เซ็ง อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกกันว่า Butterfly Effect
ที่เหลือที่ได้ยิน พอให้กระชุ่ม กระชวย เรียกยิ้มได้บ้าง เห็นจะเป็นเสียงเล็กๆ จากโฆษณาที่ใช้ “เด็ก” เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งช่วงนี้ที่มาแรงก็ของธนาคารกรุงเทพ กับ ปตท. ที่ชวนออมเงิน กับ ออมพลังงาน เพื่ออนาคต

          สุขสันต์ปีใหม่ ปีหน้าขอให้สดใส งดเซ็งทั่วหน้า
.......................................
(หมายเหตุ ส่งท้าย2012 ...สิ่งที่หายไป : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์)