
โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง18
โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง18 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน
อยากดังทำไมถึงอยากดัง อยากดังทำไมถึงอยากดัง โอโอะโอโอ๊ะโอโอโอ่ โอะโอโอ๊ะโอโอโอ่ โอโอ่โอโอ๊ มนุษย์เรานี้มีอะไรแปลกๆ กลัวโลกจะแตกกลัวฟ้าจะพัง พูดถึงคนไทยนั้นมีหลายชนิด บ้างอยากพูดอังกฤษเรียนแบบฝรั่ง เสียงยูๆ ไอๆ ภาษาไทยลืมสิ้น ข้าวปลาไม่ยักกินดันไปกินขนมปัง
สำหรับตอนที่18 ผมขออนุญาตเอาเนื้อเพลงลูกทุ่งที่โด่งดังในสมัยที่ผมยังหนุ่มเฟี้ยวชื่อว่าเพลง "อยากดัง" ของศิลปินลูกทุ่งที่ผมชื่นชอบก็คือครู ศรเพชร ศรสุพรรณ มาจั่วเป็นบทนำและก็เป็นเพลงที่ใครฟังแล้วจะต้องชอบเนื่องจากมีทำนองสนุกและฟังง่ายที่สำคัญ คือเนื้อร้องที่ฟังแล้วต้องบอกว่ามันโดนใจจริงๆ แต่เอาจริงแล้วผมเองก็ไม่ทราบประวัติของเพลงนี้ก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าใครเป็นคนแต่งเพลงนี้ซึ่งคนแต่งกับคนร้องอาจจะเป็นคนละคนกันก็ได้
เพลงนี้ความจริงแล้วก็เป็นเพลงเก่าหลายสิบปีแต่เนื้อร้องนั้นสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย อย่างคำว่า "อยากดังทำไมถึงอยากดัง" ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ยุคไหนหรือโลกจะเปลี่ยนไปแบบใด ซึ่งก็ไม่เว้นว่าจะเป็นชาติไหนวงการอะไรใครๆ ก็อยากจะดังด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ เราจะเห็นกันได้ง่ายๆ ว่าคนส่วนใหญ่ที่มีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งนั้นอยากที่จะเดินไปสู่เวทีประกวดที่เป็นรูปแบบรายการทีวีกันทั้งนั้น ประกอบกับโลกในยุคปัจจุบันก็มีช่องทางหรือสื่อสนับสนุนให้คนสมัยนี้นั้นมีเวทีแจ้งเกิดกันมากกว่าคนที่เกิดในยุคสมัยเมื่อ 40 ปี ที่แล้วมา อย่างในรายการทีวีเราจะเห็นได้ว่ารายการประกวดหรือแข่งขันจะผุดมาเป็นรายการทีวีในรูปแบบต่างๆ อย่างมาก สาเหตุหลักก็คือเรื่องของธุรกิจแต่อีกสาเหตุที่ผมคิดเองก็คือคนสมัยนี้นั้น "อยากดัง" ถ้าไม่มีคนอยากดังแม้แต่คนเดียวรายการเหล่านั้นก็คงไม่มีใครให้ความร่วมมือเข้าประกวดแล้วถ้าไม่มีคนสนใจเข้าไปประกวดในรายการแล้วก็แน่นอนที่สุดรายการนั้นก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ในโลกของความเป็นจริงในยุคนี้มันตรงกันข้ามกับที่ผมเขียนและเกือบจะทุกรายการที่ต้องถ่ายทำกันตั้งแต่รอบคัดเลือกซึ่งมันเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเนื้อร้องเพลงของครูศรเพชร ศรสุพรรณ นั้นมันใช้ได้กับคนสมัยนี้ได้อย่างไม่ผิดทั้งๆ ที่แต่งมานานมากแล้ว
แต่ถ้าเรามองในมุมของคนในยุคนี้แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็จะอยากดังกันทั้งนั้นแล้วถ้าเราดัดแปลงเนื้อร้องเพลงนี้สักนิดว่า "อยากดังทำไมถึงไม่ดัง" มันก็จะโดนใจคนส่วนใหญ่เข้าไปอีกเพราะจะว่ากันจริงแล้วยังมีคนส่วนใหญ่ที่อยากดังแต่ยังไม่มีโอกาสที่จะได้แจ้งเกิดบนเวทีของรายการทีวีอีกมายยิ่งนัก ซึ่งโลกสมัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเราจะทราบกันดีว่าเจ้า ยูทูบมันสามารถทำให้คนแจ้งเกิดโด่งดังไปไกลกว่ารายการทีวีเสียอีกแต่อะไรก็แล้วแต่มันก็ยังมีคนที่ลง ยูทูบแล้วมันก็ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้อยู่อีกมากมายเหมือนกันถึงแม้ว่ามนุษย์เราจะทำให้โลกเราเปลี่ยนไปมีอะไรเกิดขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันและสามารถที่จะทำให้กลายเป็นคนดังได้โดยง่าย ซึ่งผิดกับคนยุคก่อนจะแจ้งเกิดเป็นคนดังได้นั้นต้องใช้ความสามารถก้าวไปเป็นศิลปินดารานักแสดงนักร้องเพียงอย่างเดียวหมดสิทธิ์ที่จะเป็นอย่างครูอังคณาแต่ก็ยังคงปฏิเสธไมได้ว่า คนเรานั้นมันจะเกิดยุคไหนก็ยังต้องพึ่งเรื่องของดวงเรื่องโชคลาภวาสนาและความสามารถอยู่เหมือนกันและที่สำคัญก็คือคำว่าโอกาสนั่นเอง
หมดเรื่องอยากดังไปแล้วคราวนี้ลองมาดูเนื้อร้องเพลงวรรคต่อไปอีกที่ว่า "มนุษย์เรานี้มีอะไรแปลกๆ กลัวโลกจะแตกกลัวฟ้าจะพัง" วรรคนี้มองเผินๆ แล้ว "ชนเผ่ามายา" นั้นรับไปเต็มๆ กับคำว่า "วันสิ้นโลก" ถ้าชนเผ่านี้ยังมีจริงมันก็น่าจับมายืนเรียงแถวแล้วให้คนทั่วโลกมาเขกกบาลเสียให้เข็ดโทษฐานทำให้คนทั่วโลกหวาดวิตกเสียจริต จะเห็นได้ว่ามีการเอาเรื่องนี้ไปทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง 2012 เป็นเรื่องเป็นราวแถมลงทุนกันหลายร้อยล้านราวกับว่าเรื่องนี้มันมีมูลเหตุแห่งความเป็นจริงซะอย่างงั้นแต่สุดท้ายตอนนี้คนที่เชื่อเรื่องวันสิ้นโลกก็กลายเป็น "วันสิ้นคิด" ไปโดยปริยาย แต่สำหรับเนื้อร้องเพลงนี้ความจริงแล้วถ้าย้อนไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 กว่าๆ ในตอนนั้นผมจำได้ว่าเคยมีข่าวออกมาว่าอีก 10 ปี โลกจะแตกแน่นอน หนังสือพิมพ์ในสมัยนั้นต่างก็ประโคมข่าวกันอย่างมากมาย ซึ่งคล้ายๆ กับเมื่อวันสิ้นคิด 21 ธันวาคม 2012 ที่ผ่านไปไม่กี่วันก่อนและหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปีเพลงนี้ก็ออกมาโดยมีการเสียดสีในเนื้อร้องว่าคนสมัยนั้นกลัวโลกจะแตกเหมือนคนสมัยนี้นั่นเองแต่ยังไงก็แล้ว แต่โลกเราไม่แตกแน่นอนแล้วและก็ยังคงมีวิวัฒนาการจากมนุษย์เราให้โลกนั้นเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ และอีกไม่นานเราก็คงจะได้เห็นในสิ่งแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็น แต่ที่แน่ๆ ก็คือประชาคมอาเชียนมันจะเป็นอย่างไรดนตรีไทยจะเกี่ยวกับเขาด้วยหรือเปล่าอีกสองสัปดาห์ก็คือปีหน้าฟ้าใหม่ค่อยมาอ่านกันใหม่นะครับสำหรับฉบับนี้ก็ขอลากันไปด้วยกลอนอวยพรวันปีใหม่ให้กับแฟนๆ คอลัมน์ของผมเช่นเดิมเหมือนกับ 6 ปี ที่ผ่านมานะครับ
สวัสดีปีใหม่แฟนคอลัมน์ จะขอนำด้วยคำกลอนอวยพรท่าน
จงร่มเย็นเป็นสุขสนุกสำราญ โรคภัยพาลอันตรธานผ่านพ้นไป
ยามนอนนั้นฝันสดับรับสตางค์ เมื่อตื่นนั่งทองพันชั่งได้ดั่งใจ
คิดสิ่งใดให้สมหวังทุกอย่างไป ขึ้นปีใหม่เมื่อใดนั้นบัดดลเอย
ปล.วันที่ 3 มกราคม 2556 ขอเชิญทุกท่านที่ศรัทธาดนตรีไทยร่วมพิธีไหว้ครูประจำปีที่บ้านผม
.......................................
(หมายเหตุ โลกเปลี่ยนไปดนตรีไทยก็เปลี่ยนแปลง18 : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)



