
คิดสนุกๆกับ'The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง'
คิดสนุกๆกับ'The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected]
ผ่านพ้นไปอย่างชื่นมื่นพอสมควร สำหรับ ‘The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง’ ฤดูกาลแรก ที่ต้องบอกว่า โดยภาพรวมทั้งหมดถือว่า ประสบความสำเร็จด้วยด้วยคะแนนสอบผ่านในระดับเกรด B+ ก็ว่าได้
แน่นอน ผลรางวัลชนะเลิศก็อาจจะถูกใจ ไม่ถูกใจบ้าง ก็เป็นเรื่องนานาจิตตัง ลางเนื้อชอบลางยา และโดยกฎกติกาของการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขัน 4 คนที่มาดวลเพลงใหม่กันแบบเพลงต่อเพลง เพื่อให้ผู้ชมทั้งในสตูดิโอและทางบ้านกดโหวตหรือซื้อซิงเกิ้ลเพลงใหม่ของนักร้องที่อยู่บนเวที ก็นำมานับเป็นคะแนนเพื่อใช้ในการตัดสิน
เมื่อกติกาเป็นเช่นนี้ก็ต้องยอมรับกันว่า เสียงที่ใช้ตัดสินคือ เสียงจากการโหวตและซื้อซิงเกิ้ลของคนส่วนใหญ่ที่ได้คะแนนมากสุด เป็นผู้ชนะ (เหมือนระบบประชาธิปไตยลงคะแนนเสียงมากที่สุด 15 ล้านเสียงเลยทีเดียว) เรียกว่า คุณภาพเสียงร้อง ความเยี่ยมยอดของเพลง การร้องและการแสดงบนเวที กลายเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ส่วนหลักในการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ
เสียงเด็ดขาดคือ เสียงที่เสียเงินเข้ามาโหวตและซื้อเพลงผ่านการดาวน์โหลด ซึ่งนั่นคือวัดกันที่ความเป็นยอดนิยมหรือในเชิงปริมาณ โดยลดน้ำหนักเรื่องคุณค่า ความสามารถ และคุณภาพให้มีความสำคัญน้อยลงไป
แต่ก็อย่างที่ว่า ในรอบก่อนหน้านี้ วิธีการวัดความสามารถในการร้องและการแสดง รวมถึงความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันกับโค้ช ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้เข้าประกวดแต่ละคนในการพัฒนาตัวเองในการร้องและการทำงานแบบมืออาชีพ
จุดนี้ว่าไปแล้วก็เหมือนกับดาบสองคมอยู่เหมือนกัน เพราะความสนุกของ ‘The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง’ ซึ่งถูกบอกกล่าวกันปากต่อปาก และยิ่งโหมทวีแชร์ความคิดและแบ่งปันวิดีโอส่งต่อกันยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในโซเชียล เน็ตเวิร์ก ก็คือในตอนเริ่มแรก รอบ The Blind Auditions เพราะผู้เข้าประกวดแต่ละคนมาด้วยพลังของการขับร้อง เสียงที่ขับเน้นว่า มีพรสวรรค์และทักษะในการร้องเพลง รวมถึงไอเดียต่างๆ ที่นำมาใช้กับเสียงร้องให้ดูไพเราะ เปี่ยมคุณภาพ และน่าทึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความสดและคาดเดาไม่ได้เลย
นี่ความสนุกที่คนดูไม่ได้คาดหวังและได้เต็มอิ่มเสียจนชื่นชอบ
ที่สำคัญมีการสร้างกระแสอย่างเหมาะสมและไม่เลยเถิด ก็คือการมีนักร้องในระดับอาชีพซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว เรียกว่าเป็น Somebody ในวงการเพลง เข้ามาร่วมประกวดและสร้างสีสันเพิ่มเข้ามาอีก และได้รับผลสะท้อนกลับในด้านบวกมากกว่าด้านลบ เพราะวิน-วินด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย นักร้องที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วที่เข้ามาประกวด (อาจจะมาเองหรือเตี๊ยมก็แล้วแต่) ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะหากถูกคัดออกก็เสียชื่อ แต่สิ่งที่ได้แน่นอนก็คือ ได้โผล่ออกรายการทีวีในช่วงที่คนดูมากที่สุดของประเทศ
พอมาถึงรอบ Battle Rounds ก็ยิ่งสนุกขึ้นมาอีก เพราะในรอบแรก ผู้ประกวดต่างคนต่างปล่อยของที่คิดว่าเต็มที่ที่สุดในความเข้าใจของตัวเองในแบบมือสมัครเล่น แต่พอรอบนี้ก็เริ่มมีกรอบจากโค้ชร้องเพลงทั้ง 4 คนที่ตัวเองสังกัด โค้ชคิ้ม-เจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, โค้ชโจอี้ บอย และโค้ชแสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ทำให้มีการอุดช่องว่างที่เป็นจุดด้อย และเพิ่มเติมศักยภาพในจุดเด่นของแต่ละคนให้ปล่อยของในระดับมาตรฐานการร้องที่จริงจังมากขึ้น รวมถึงยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติของผู้เข้าประกวดไว้ได้ ทำให้รายการยิ่งสนุกตื่นเต้น
รอบต่อมา เสน่ห์ทุกอย่างก็เริ่มลดลงๆ เนื่องจากเข้าสู่โหมดการประกวดแบบจริงจัง และมีโค้ชร้องเพลงเข้ามาเทรนมากขึ้น มีการวางกรอบกว้างๆ ให้กับบรรดาผู้เข้าประกวดตามประสบการณ์และภูมิหลังของโค้ชแต่ละคน ทำให้ทุกอย่างดูเกร็งเล็งแต่ผลแพ้ชนะกันมากขึ้น เพื่อดันตัวเองและให้โค้ชผลักสู่รอบ 4 คนสุดท้ายให้ได้
พอมาถึงรอบสุดท้าย ชิงชนะเลิศ ก็กลายเป็นเหมือนการประกวดร้องเพลงแบบธรรมดา ยิ่งมาขับร้องด้วยเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นให้แต่ละคน ก็ยิ่งฉายจุดด้อยในการร้องเพลงที่ไม่สามารถสลัดหลุดถึงอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากนักร้องที่มาก่อนและแนวทางความถนัดของโค้ชที่เข้ามาครอบงำ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์และความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม พรสวรรค์ในการร้องเพลงที่ปรับแนวทางใหม่สู่การประกวดเพื่อเอาชนะให้ได้อย่างเดียว
ยิ่งมาใช้วิธีการโหวตและซื้อซิงเกิ้ลด้วยเม็ดเงิน ทำให้การประกวดที่เรียกว่า ‘เสียงจริง ตัวจริง’ ถูกทำลายจิตวิญาณของการร้องเพลงและการใช้เสียงอันมหัศจรรย์ของมนุษย์ที่เปี่ยมด้วยศิลปะและการแสดงออกของการแสดงลงไปอย่างสิ้นเชิง
อาจจะนิยามแบบสนุกๆ ‘The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง’ ฤดูกาลแรกได้ว่า ‘ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา’ แต่ยังโชคดีที่ไม่หลุดออกมาเป็น ‘บ้องกัญชา’ (555)
........................................
(หมายเหตุ คิดสนุกๆกับ'The Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... พรเทพ เฮง [email protected])



