
แบ่งปันความสุขของการลดความอ้วนสำเร็จ!
แบ่งปันความสุขของการลดความอ้วนสำเร็จ! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
สัปดาห์นี้เจอใครๆ ก็ทักครับ (ตามแบบฉบับคนไทยชนชาติที่ชื่นชอบการทักทายด้วยรูปประโยคที่ว่าอ้วนขึ้น-ผอมลง?) แต่หุ่นของผมตอนนี้มันทะลวงสายตาคนรู้จักมักจี่ยิ่งไปกว่าการจะโดนคำถามว่า "ผอมลงรึปล่าวน้า?" ..ผมโดนคำถามรุกหนักกว่านั้นครับ "โอ้...หนุ่ยผอมลงมากเลย...ทำได้อย่างไร?" ฮั่นแน่! แน่นอนครับว่าผมผอมลงกว่าครั้งแรกๆ ที่มาพบปะกับท่านผู้อ่านบนหน้ากระดาษคมชัดลึกนี้ สิริรวมผอมลงมากกว่าเดิม 10 กิโลกรัม! คนเราไม่ว่าจะน้ำหนักเดิมเท่าไหร่ หากลดลงได้ 10'โล "หน้าเปลี่ยน" ทุกคนครับ เพราะน้ำหนักที่หายไปมันคือ "ไขมันส่วนท้อง, แขน, ขา และไขมันที่เคยเกาะใบหน้า หน้าก็เล็กเรียวลงอย่างอัศจรรย์ใจ! ไม่ต้องง้อศัลยกรรมปรับแต่งรูปหน้า
แรงบันดาลใจในการลดความอ้วนของผมก็ไม่ได้มีอะไรนอกไปจากเหตุผล "อยากมีชีวิตที่ยืนยาว" แบบทุกๆ คนบนโลก เมื่อมีลูกแล้วก็อยากอยู่กับลูกไปนานๆ ภรรยาก็ขู่ว่าถ้าเธอชิงตายก่อนฉัน ฉันขายบ้านเลยนะ เพราะผ่อนต่อไม่ไหว (ฮา) หน้าที่ของผมคือต้องทำให้พวกเขามีความสุข ผมจึงต้องมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรง
อีกเหตุผลก็เป็นด้านการถนอมสายตาท่านผู้ชมที่เฝ้ามองการเจริญเติบโตของพุงผมมาหลายปี จนมันทำท่าเป็นคนดูไม่ดีแล้ว (ถึงแม้ผมจะเคยถูกสัมภาษณ์ในรายการสุดฮิตบนอินเทอร์เน็ตอย่าง VRZO ที่ถูกเรียกว่าเป็น '100 คนที่ดูดี' ก็ตาม อิอิ)
โดยธรรมชาติหากอยากผอม มนุษย์เมืองอย่างเราจะคิดถึงฟิตเนสหรือการสมัครสมาชิกสปอร์ตคลับใกล้บ้าน ผมเองก็เป็นสมาชิกฟิตเนสมาหลายปีครับ แต่สุดท้ายโศกนาฏกรรมของการสมัครสมาชิกก็คือ "ไปอาบน้ำ-แล้วก็กลับ!" อาจมีเซานาบ้างย้อกๆ แย้กๆ ให้เหงื่อรุ่มๆ แล้วก็ออกมาอาบน้ำ หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าฟิตเนสแล้ว คนอ้วนๆ พุงหนาๆ อย่างเราเห็นเครื่องไม้เครื่องมือก็ท้อแล้วครับ เหตุผลหนึ่งที่ผมวิเคราะห์ได้ก็คือ "มันนิ่งอยู่กับที่" คุณตุ๊กภรรยาผมเคยยืนอยู่ข้างผมตอนวิ่งบนสายพาน...เธอพูดว่า "อี๊~เหมือนหนูถีบจักรเลย" เหมือนดั่งต้องคำสาปหลังคำพูดของเธอครับ ทุกครั้งที่ผมขึ้นไปวิ่งบนสายพานผมจะได้ยินเสียงนี้ก้องอยู่ในโสตประสาท ทำให้ผมวิ่งได้ไม่นาน พยายามหาทางแก้ไขภาพหลอนนี้ด้วยหลายวิธี เอา iPod มาฟัง, เอา iPad มาเปิดภาพวิดีโอที่ชอบ (เพราะทีวีที่ฝังอยู่ในเครื่องวิ่งดันมีแต่รายการที่ไม่ชอบ) ก็พอเลาๆ ไปได้บ้าง ผมมีเพลงปลุกใจการวิ่งบนสายพานอยู่หลายเพลงจากอัลบั้มซาวนด์แทร็ก Rocky เช่น Heart On Fire!, Gonna Fly Now ฯลฯ ฟังแล้ววิ่งฮึกเหิมขึ้นครับ แต่ก็ตามนาทีเพลงล่ะครับ หมดเพลงก็ต๊อแต๊เหมือนเดิม!
ครูฝึกท่านหนึ่งเคยบอกสัจธรรมแก่ผมว่า "มนุษย์ไม่ชอบทำให้ตัวเองเจ็บ...แต่การออกกำลังกายให้ได้ผล ร่างกายจำเป็นต้องผ่านการเจ็บปวดซะก่อน จึงจำเป็นอย่างยิ่ง (เข้าช่วงขายของ) ที่คุณจะต้องจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว เพื่อบรรลุความสำเร็จ" ฮ่าๆ ..ผมมันก็ประเภทหลวมตัวง่ายครับ อยากลองให้เขาเฆี่ยนตีจึงซื้อแพ็กเกจเสริมกับเทรนเนอร์ไว้ 2 คอร์ส คอร์สแรกผ่านไปด้วยดีครับ น้ำหนักลงไปพอควร (ช่วงขึ้นรายการแบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์ เมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา) แต่พอครูฝึกลาออกไป แล้วได้คนใหม่ มันไม่คลิกครับ จังหวะการเฆี่ยนมันต่างกัน ออกกำลังกายแล้วไม่เอ็นจอยเหมือนเดิมไม่อยากกลับไปอีก ..และไม่นานนักไขมันทุกประการก็ดีดกลับเข้ามาอยู่ในร่าง! และใช้พุงทำร้ายสายตาผู้ชมต่อไป!
จนกระทั่ง 3 เดือนที่ผ่านมา...ศิลปินเพลงท่านหนึ่งซึ่งมีผลงานกล่อมเกลาจิตใจเรามาตั้งแต่เด็กก็โทรมาด้วยน้ำเสียงอันเป็นอัตลักษณ์ "หนุ่ยชีโร่.. มาซื้อจักรดึง (วิธีเรียก'รถจักรยาน'ของเขา) กับพี่" ..หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่า "ผมเจอกีฬาที่ชอบ" ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือกีฬาที่เคยชื่นชอบแต่เด็ก (ยุค BMX เฟื่องฟู) แต่ผมดันทิ้งมันไป รอบนี้ผมได้จักรยานประเภท Road Bike หรือเสือหมอบซึ่งชอบมาก ผมโปรดปรานกับการปั่น ทั้งปั่นเป็นหมู่คณะและปั่นเดี่ยว
ในช่วงเวลาเดียวกันผมได้พบกับศิลปินเพลงรุ่นใหม่อีกคนที่ทำงานเป็นแพทย์บังหน้าอาชีพที่เขาใฝ่ฝัน เขาเป็น Serious Doctor ตามคำที่เขาจั่วหัวไว้ใน Info ของทวิตเตอร์ @Oak_Smith ของเขา เขาสูบเลือดของผมออกไป 4หลอดและตรวจอย่างละเอียด .."ผมเฉียดเบาหวาน" แล้วครับ หมอโอ๊คแนะนำผมอย่างจริงใจให้ผม "ตัดแป้ง" ออกจากเมนูอาหารและเลือกรับ "คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน" จากผัก-ผลไม้แทน ใน 1 วันกิน 3 มื้อหลักเหมือนเดิม แต่ให้มองจานข้าวเป็นตรารถเบนซ์ ให้โปรตีนเป็น 1ส่วน และอีก 2 ส่วนเป็นผักและผลไม้ ...ได้ผลครับน้ำหนักลงอย่างต่อเนื่องโดยที่ท้องไม่หิวโหย เพราะเรากินอาหารเหมือนเดิมเพียงแต่ "เลือกกิน" และกินให้พอเพียงต่อการดำรงชีวิต อิ่มแล้วก็จบ กินอีกทีที่ท้องหิวครั้งต่อไป
วันก่อนเจอพี่ติ๊กชีโร่ บิดาแห่งจักรยานยุคใหม่ของผม หลังจบคอนเสิร์ต STING ผมทักทายแก แต่แกทำหน้างงทำเป็นคนไม่รู้จัก .. "หนุ่ยชีโร่ที่ผมรู้จักมันต้องอ้วนไม่ใช่หรือครับ!? ฮิ ฮี่ ฮี่" ผมขอขอบคุณพี่ติ๊ก มนัสวิน นันทเสน ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้ครับ เขาคือแมวเก้าชีวิตตัวจริงของวงการ ด้วยการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอพร้อมการใช้ชีวิตรื่นรมย์กับสรรพสิ่งรอบตัวเหมือนเด็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาคือบุรุษที่บัตรประชาชนระบุเกิดปี พ.ศ. 2504
เพื่อนสาวคนสนิทผมคนหนึ่งชอบนิยาม "Life Is Too Short" อยากกินอะไรก็กินไปเถิด...เดี๋ยวก็ตายแล้ว ก็ถูกของเธอครับแต่นับเป็นนิยามอันตรายที่ทำตามแล้วความตายมันมาเยือนเร็วกว่าเดิม การมีชีวิตแบบสุขนิยมก็ดูมีความสุขดีนะครับแต่เป็นความสุขระยะสั้น เมื่อสุขนิยมแล้วก็มักทำตามใจตัวเอง ตัวเองยังไม่ดูแล แล้วเราจะไปดูแลใครได้ล่ะ? ผมตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็น "ชีวิตสุข(ภาพ)นิยม" เพียงหา "กีฬาที่ใช่" ซึ่งเป็นอะไรก็ได้ที่ทำแล้วคุณเอ็นจอย-สนุกที่จะทำมัน เล่นแล้วอยากกลับไปเล่นอีกทุกๆ วัน จักรยานคือสิ่งที่ใช่ของผม เพราะผมปั่นมันออกไปดูโลกนอกจอ (แล้วถ่ายภาพอัพรูปขึ้นสู่จอโซเชียลฯ) และยังได้มิตรภาพจากสังคมจักรยานที่งดงาม เหมือนนักธุรกิจชวนเพื่อนออกรอบกอล์ฟนั่นแหละครับ ผมเชื่อว่าคุณเองก็หากีฬาที่ใช่ได้ และผนวกกับการ "พิจารณาอาหารก่อนเอาเข้าปาก"
พี่เบิร์ด ธงไชยเคยพูดกับผมสั้นๆ ในสมัยที่ผมได้สัมภาษณ์พี่เขาเพียง 1 ครั้งในชีวิต จำได้แม่น "You Are What You Eat อยากสวยงาม-สดชื่นก็ต้องกินผัก! เพราะกินหมูหน้าตาก็ฉึ่งแบบหมู" จริงอย่างไม่ต้องสงสัยครับ เพราะพูดมาโดยคนอายุ 54 ปีที่ "อายุ 25 ตลอดกาล" ...และผมก็จะต้องเป็นอย่างนั้นบ้าง :) #BringBack25
.......................................
(หมายเหตุ แบ่งปันความสุขของการลดความอ้วนสำเร็จ! : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



