บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม : เกม-เกม-เกม

มองผ่านเลนส์คม : เกม-เกม-เกม

25 ธ.ค. 2555

เกม-เกม-เกม : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร

          หลังจากที่เคยเขียนเรื่อง Hayday ไปแล้ว และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทุกฝ่าย ไปทานข้าวกับเพื่อนก็มีน้องๆ เด็กเสิร์ฟเดินมาถามว่าเล่นถึงเลเวลไหนแล้วคะ ไปนวดหน้านวดตัว พี่ๆ ช่างนวดก็แอบขอน้ำตาลและเนยแข็ง เออนะคนเรา เอากันเข้าไป....

          ไม่น่าแปลกที่คริสต์มาสปีนี้ Wish List ของคนส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั้งหลาย เชื่อว่าคงไม่ได้ขอมาทำวิทยานิพนธ์กันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็เอาไว้คอนเนคกับเพื่อนและเล่นเกมส์นี่แหละ แน่ะ!! อย่ามาเถียง ไม่เชื่อหรอก หญิงยศนั่งดูข่าวอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นักข่าวเขาออกไปสัมภาษณ์เด็กน้อยกันค่ะว่า คริสต์มาสปีนี้อยากได้อะไร คำตอบส่วนใหญ่ที่ได้มาคือ ไอโฟน 5 !! เฮ้ย!! ยังไม่สิบขวบเลยนะที่พูดน่ะ ต้องเอาไปใช้อะรั้ย?!? แต่ใจเขาใจเรานะคะ

          หญิงยศเห็นพ่อแม่สมัยนี้เลี้ยงลูกด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกันเยอะมาก จะไปพูดอะไรมากก็ไม่ได้ ลูกเราก็ไม่ใช่เนอะ แล้วเด็กสมัยนี้นี่ชนะทุกอย่างแต่แพ้ทางของพวกนี้อย่างแรง ไม่ว่าจะกรี๊ดกร๊าด งอแง หรือวิ่งพล่าน กระโดด ชักดิ้นชักงออยู่ พอพ่อแม่ควักไอแพดหรือไอโฟนขึ้นมาเท่านั้น เด็กเหล่านั้นจะเหมือนต้องมนต์ ม่านตาดำขยาย ทุกการกระทำสงบ นิ่ง แล้วมาลงนั่งอยู่หน้าเครื่อง
          อย่างเงียบๆ ความสงบกลับคืนสู่โลกอีกครั้งสินะ อย่าว่าแต่เด็กๆ เลย ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ใช่ย่อย ว่างไม่ได้ ว่างเป็นหยิบ เดี๋ยวนี้เลยไปถึงผู้ใหญ่ ล่าสุดหญิงยศเดินเข้าบ้านคุณพ่อคุณแม่ไปแล้วนึกว่าไม่มีใครอยู่ เพราะเงียบสนิท!! จนเข้ามาเห็นพ่อแม่นั่งอยู่กันคนละมุมห้อง มีไอแพดอยู่ในมือคนละเครื่อง เกมส์ใครเกมส์มัน ถ้าลูกไม่เดินเข้าไปบ่นว่าหิว เชื่อว่าจะไม่มีใครปลดอาวุธลงอย่างแน่นอน
 
          แต่ประเด็นมันอยู่ที่เด็กๆ นี่แหละค่ะ เพราะพวกเขาเหล่านี้ยังไม่มีเกราะป้องกันอย่างแน่นหนาอย่างผู้ใหญ่ การเล่นเกมส์มากไปมันเหมือนกลายเป็นการสะกดจิตให้เสพติด เป็นผลให้สมาธิสั้น สายตาเสีย และในบางรายคือพฤติกรรมที่ก้าวร้าวค่ะ...
 
          เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีมือปืนอายุเพียงแค่ 20 ปี ใช้ปืนที่มีอยู่ในบ้านยิงแม่ของตัวเองก่อนจะลากปืนมาที่โรงเรียนแถวบ้าน แล้วฆ่าเด็กน้อยอายุ 5-8 ขวบ ตายไป 20 ศพ รวมทั้งคุณครูใหญ่และคุณครูอื่นๆ อีกหลายราย เชื่อเถอะว่า ถ้าเกิดในเมืองไทย ใครๆ ก็ต้องโทษละคร แต่ที่อเมริกาเขากลับไม่โทษละครทีวีเลยค่ะ ทั้งๆ ที่ละครบ้านเขามีฉากรุนแรงมากกว่าบ้านเราเสียอีก แต่ที่นี่เขากลับเพ่งเล็งไปที่ "เกมส์" ค่ะ เพราะเด็กสมัยนี้เล่นเกมส์ที่มีความรุนแรงเสมือนจริง มีฉากฆ่ากันตายและที่สำคัญ เมื่อเด็กเล่นเกมส์ที่ฆ่ากันแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาคือคะแนนและการเลื่อนด่านขั้นต่อไป ทุกครั้งที่กดปุ่มยิงไปนั้น เด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความรู้สึกสูญเสียหรือเสียใจใดๆ เพราะคิดแต่ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ได้เล่นด่านต่อไปก็เท่านั้นเอง ยิ่งสมัยนี้เล่นเกมส์กันออนไลน์อีกด้วย ยิ่งต้องฆ่าเพื่อแข่งกับเพื่อนว่าใครฆ่าได้มากที่สุด...
 
          ลูกใครก็ลูกมันนะคะ บ้านไหนมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีการพูดคุย มีการตั้งกฎเกณฑ์ที่รัดกุมก็โชคดีไป บ้านไหนปล่อยปละละเลยให้เกมส์เลี้ยงลูกเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัว ก็น่ากลัวอยู่ สุดท้ายพอเกิดเรื่องเศร้า เราจะไปโทษแต่เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่น่าจะได้ เพราะมือที่ไม่ถือไม้ของพ่อแม่ บางทีก็เป็นเครื่องมือทำร้ายลูกได้อย่างไม่น่าให้อภัยเช่นกัน....
.......................................
(หมายเหตุ เกม-เกม-เกม : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร)