บันเทิง

หนังของคริสต์มาส,ไฟของเทศกาลความรู้สึกของ'ถนนและหนทาง'

หนังของคริสต์มาส,ไฟของเทศกาลความรู้สึกของ'ถนนและหนทาง'

21 ธ.ค. 2555

หนังของคริสต์มาส,ไฟของเทศกาลความรู้สึกของ'ถนนและหนทาง' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          ยิ่งวันเดือนปี คืนคลานเข้าสู่คริสต์มาส ใกล้เข้าไปทุกนาทีแค่ไหน ดูเหมือน “ไฟของเทศกาล” ก็จะส่องแสงเป็นสีสันแต่งแต้มให้กับถนนและหนทาง มากเท่านั้น

          ไม่ใช่แค่กรุงเทพ แต่เป็นทุกเมืองใหญ่ มิใช่แค่บ้านเรา แต่เป็นกันทั้งโลกใบนี้

          ผมชอบ “ทุกวัน” ของเดือนนี้ และยิ่งชอบเมื่อเข้าสู่ 10 วันสุดท้ายของธันวา เรื่องเล็กๆ ที่มักจะทำในยามค่ำคืนก็คือขับรถดูไฟไปตามที่ต่างๆ ขับไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีสคริปต์ว่าไปไหน เพราะดูเหมือนว่าถนนทุกสายจะมีต้นคริสต์มาส มีการทำไฟของเทศกาล

          รวมทั้งหัวถนนสาทรที่มีต้นคริสต์มาสในแบบของตัวเองอยู่ทุกๆ ปี

          คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมขับรถพาแม่ไปดูไฟและต้นคริสต์มาสแถวๆ นั้น ระหว่างยืนมองต้นไม้สูงใหญ่ของเทศกาลก็คิดไปถึงเพลง first of may ของ The Bee Gees หรือถ้าเป็นหนังในช่วงเวลาแบบนี้ เรื่องหนึ่งที่ต้องคิดถึงเสมอเกือบๆ 10 ปีแล้ว ก็คือ Love Actually

          Love actually ไม่ได้อ่อนหวานแบบ notting hill และไม่ได้ฟันฝ่า เอาตายแบบ the road home ทั้งยังไม่ต้องมาเล่า ว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร เนื่องเพราะถ้าใครยังไม่ได้ดู ก็ล้อได้ว่าเชย แต่ถ้าเอามาเล่าแบบ 1 ถึง 10 ก็จะนับว่าเชยยิ่งกว่า

          เวลาถึงเดือนนี้ทีไร คำถามอย่างหนึ่งที่ผมจะได้รับก็คือ ดูหนังอะไรในช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ และคำตอบจะบอกออกไปกี่เรื่อง ก็ต้องมี love actually เป็นพระเอกและ “ตัวเด่น” หนังเรื่องนี้ในปี 2003 ไม่ใช่เป็น anthology film ที่เป็นหนังสั้นๆ ลายเรื่องอยู่ในภาพยนตร์เดียวกัน (เช่น Paris, I love You)

          แต่หลายเรื่องราวและหลายเรื่องรักที่ม้วนตัว ร้อยรัดอยู่ใน love actually นั้น เป็นภาพสะท้อนความสุขและโศก จากการพานพบและพลัดพราก โดยมีช่วงเวลาไทมิ่งนี้เข้ามาเกี่ยวพันอย่างแนบแน่นและชิดใกล้ ระดับที่ดูกันครั้งแรกในรอบสื่อที่เซ็นทรัลพระราม 3 เมื่อ 9 ปีที่แล้ว หลายคนออกมาจากโรงด้วยความแช่มชื่น ใบหน้าระรื่น เปี่ยมสุข
เพราะมันถูกที่ถูกทาง ทั้งคนกำลังมีรักและอกหัก

          เรียกว่าถ้าใครเพิ่งพบรัก หนังเรื่องนี้ทำให้หัวใจพองโต และในทางตรงกันข้าม หากใครเพิ่งผ่านแผลสดมาไม่นาน บาดแผลนั้น เหมือนจะถูกเปิดให้กว้าง ดูไปเจ็บไป ดูไปเหงาไป และต้องเดินเดี่ยวเยียวยาตัวเอง

          เราจำอะไรได้บ้างหนอ กับหนังเมื่อ 9 ปีเรื่องนี้ ...นายกรัฐมนตรีหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานเป็นวันแรก เกิดตกหลุมรักเลขาสาวจอมเปิ่นที่เพิ่งเข้าทำงานเป็นวันแรกเหมือนกัน, นักเขียนหนุ่มผู้เพิ่งจะพบว่าภรรยาเป็นชู้กับน้องชายของตน จึงหลบไปรักษาแผลใจที่บ้านพักริมทะเลสาบ และพบรักกับหญิงสาวคนทำงานบ้านซึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้,

          หญิงสาวที่แต่งงานแลวอย่างคาเรน ผู้ซึ่งกำลังสงสัยว่าสามีของเธอกำลังปันใจให้กับเลขาฯ หน้าห้องทำงาน หรือกระทั่งความรักของเด็กชายผู้ซึ่งกำลังพบรักครั้งแรกกับเด็กหญิงเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ไม่เคยแม้แต่จะคุยกัน และพ่อม่ายที่ประสบปัญหาการเข้าถึงลูกชายผู้เพิ่งจะสูญเสียแม่ไป หรือ บิลลี่ แม็ค อดีตร็อกสตาร์ตกยุคที่กำลังดันทุรังจะกลับมาดังอีกครั้ง และมีรักกับเพศเดียวกัน

          เราคงจำเรื่องราวเหล่านั้น ได้คนละมากบ้าง น้อยบ้าง เหมือนที่เรายังคงไม่ลืมรักเก่าในวันก่อนของตัวเองนั่นแหละ “รักเก่าในวันก่อน” นี่ดีนะ เพราะมันหวานขึ้นหรือขมมาก มันก็ยังเป็นความทรงจำให้ยิ้มได้ เมื่อเก็บไว้นานๆ และเปิดกล่องมาดู
แต่เรื่องที่ผมและหลายคนน่าจะจำได้มากกว่าทุกตอน เห็นจะเป็น เจ้าสาวจูเลียต ที่มีเพื่อนเจ้าบ่าวมาหลงรัก อาการหลงรักของผู้ชายคนนั้น มากพอที่จะมองเห็นเธอมีความสุขไปกับคนอื่น และมากพอที่เสนอตัวทำอะไรให้ในงานแต่งงาน ถ้ารักอยู่น้อย ก็คงเจ็บอยู่มาก กับการทำอะไรแบบนี้

          แต่เพราะรักมาก่อนแค้น และปรารถนาดีมีมากกว่าชัง เขาจึงต้องปล่อยเธอไป ด้วยการทำอะไรสักอย่างที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากการเงียบงันนั้นด้วย

          ฉากที่เขาเขียนคำลงบนแผ่นกระดาษ และแอบไปเคาะประตูบ้านในคืนคริสต์มาส เพื่อบอกเธอทีละอย่าง ทีละความรู้สึก จึงกลายเป็นหนึ่งในฉากรักที่ดีที่สุด ที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าในหนึ่งชั่วอายุคน มันจำไม่ถูกลืม

          แต่ไม่แนะให้ทำอะไรแบบนี้นะครับ เพราะถ้าเป็นสังคมไทย โอกาสที่โดนยิงตายหน้าบ้าน โดยสามีมีสูงมาก

          ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าเอาฉากเคาะประตูบ้านใน love actually ไปประกบสู้กับฉาก แอนนา(จูเลีย โรเบิร์ต) ยืนสารภาพรักในท้ายเรื่องของ notting hill แล้ว ซีนไหนชนะ

          มีหลายฉากอะไรแบบนี้ ที่ผมจำได้ดี ตั้งแต่เบาๆ อย่าง แอนนา เรียกให้ วิลเลี่ยม ก้าวข้ามรั้วไม้ริมทาง มานั่งคุยกับเธอในค่ำคืนหนึ่ง หรือใน NY, I love you ผู้ชายที่ตั้งใจจะถอดถอนความรัก แต่เมื่อพบว่าภรรยาเป็นโรคร้ายใกล้ตาย เขาก็เลิกแผนการนั้น ทั้งยังนั่งอ่าน sputnik sweetheart ของ มูราคามิ ให้เมียรักฟัง จนวันสุดท้าย

          เราต่างดูและมองเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยหัวใจที่พองโตและเบ่งบาน เพราะหวังว่าจะเกิดกับตัวเองสักครั้ง และมันจะพิเศษ เมื่อมาอยู่ในชายคาของเดือนสุดท้าย

          หนังรักดีๆ ก็เหมือนการจูบที่ดี และมีหลายครั้ง และเพราะหลายเหตุผล
.......................................
(หมายเหตุ หนังของคริสต์มาส,ไฟของเทศกาลความรู้สึกของ'ถนนและหนทาง' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)