บันเทิง

สิ้นเสียงไม่สิ้นตำนาน

สิ้นเสียงไม่สิ้นตำนาน

20 ธ.ค. 2555

สิ้นเสียงไม่สิ้นตำนาน : นกไร้เงา

          พลันที่เสียงซีตาร์จากแดนชมพูทวีปสิ้นลงในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไลน์สายหนึ่งแห่งเสียงดนตรีก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ
 
          แต่ความอมตะที่เคยจารึกไว้บนอนุสาวรีย์ของโชแปงที่เขียนไว้ว่า

          “สงบชั่วนิรันดร์ วิญญาณอันงดงาม ความไม่มีวันตายได้มาสู่ท่านแล้ว” กำลังเริ่มขึ้นหลังความตายของนักซีตาร์ฝีมือฉกาจนาม ราวีร์ ชังการ์ ผู้ที่วงสี่เต่าทองบันลือโลกยกย่องให้เป็นตำนานของดนตรีแบบผสมผสานที่ยังมีลมหายใจ
คุรุซีตาร์วัย 92 ผู้นี้เกิดในช่วงยุคทองของดนตรีแจ๊สในปี 1920 ณ เมืองพาราณสี ราวีร์ ชังการ์เป็นชาวเหนือทางตอนเหนือของอินเดีย
“ชังการ์เริ่มชีวิตด้วยศิลปะการแสดงมาก่อนจะที่เขาจะถูกแรงดึงดูดไปสู่โลกของซีตาร์”

          เรียกได้ว่า มีเลือดของศิลปินอยู่เต็มตัว ชังการ์เริ่มอาชีพจากการเป็นนักแสดงเต้นรำร่วมกับพี่ชายเขาเอง ออกตระเวนแสดงไปทั่วประเทศ แล้วหลังจากนั้นเขาก็เลิกการแสดงการเต้นรำหันมาเอาจริงเอาจังทุ่มเทให้กับการเล่นซีตาร์เพียงอย่างเดียว
 
          หลายคนอาจเคยฟังเพลง come away with me เพลงสไตล์ Pop jazz หวานเศร้าฟังแล้วเย็นสบายกันมาแล้ว น่าประหลาดใจที่หลายคนกลับไม่ค่อยรู้ว่า นอร่า โจนส์ นักร้องและนักดนตรีแจ็สผู้เคยกวาดถึงห้ารางวัลจากสถาบันแกรมมี่มาแล้ว ว่าเธอเป็นลูกสาวแท้ๆ ของราวีร์ ชังการ์...

          “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น แม้ชีวิตพ่อลูกคู่นี้จะไม่ได้ใช้ชีวิตพร้อมหน้าพร้อมตากันก็ตาม”
ราวีร์ ชังการ์ ก็เคยคว้าถึงสามรางวัลแกรมมี่มาประดับทำนองสุ่มเสียงตะวันออกอันลึกลับของเขา เสียงซีตาร์ในเพลง Norwegian wood กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนญี่ปุ่นชื่อก้องโลก ฮารูกิ มูราคามิ สร้างสรรค์ผลงานนิยายโศกนาฏกรรมความรัก ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพยนตร์ในภายหลัง

          คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสุ่มเสียงที่ จอร์จ แฮร์ริสัน บรรเลงในบทเพลงที่ดูคล้ายปริศนาเพลงนี้ มีอิทธิพลต่อมูราคามิ มากเพียงใด เพราะมูราคาถึงกับเอาชื่อเพลงมาตั้งเป็นชื่อเรื่อง และไม่พักต้องพูดถึงความสัมพันธ์ของศิษย์กับอาจารย์ระหว่างราวีร์ ชังการ์และจอร์จ แฮริสัน
 
          ทั้งคู่พบกันในสหรัฐอเมริกา ราวีร์ ชังการ์ได้สอนการเล่นซีตาร์ให้ศิษย์เอกผู้นี้จนเขานำมันไปใช้เป็นสำเนียงเฉพาะตัวของวงสี่เต่าทองในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ในขณะเดียวกันชื่อเสียงของราวีร์ ชังการ์ก็เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการเป็นอาจารย์สอนซีตาร์ให้สมาชิกวงร็อกสี่เต่าทอง

          นอกจากนั้นราวีร์ ชังการ์ยังได้เคยร่วมเล่นดนตรีกับนักไวโอลินชื่อดัง เยฮูดิ เมนูฮิน นักกีตาร์อย่าง อีริค แคลปตัน เจ้าพ่อเพลงโฟล์ค บ็อบ ดีแลน และนักแซกโซโฟนแจ๊ส จอห์น โคลเทรน ในด้านชีวิตส่วนตัวของราวีร์ ชังการ์ มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงหลายคน ลูกสาวอีกคนของเขาคือ อนุชกา ชังการ์ คือลูกที่เกิดกับภรรยาอีกอีกคน เธอกลายเป็นนักเล่นซีตาร์ฝีมือดีตามรอยบิดา
 ราวีร์ ชังการ์ คือผู้ส่งเสียงจากตะออกสู่ตะวันตกอย่างแท้จริง นอกจากนั้น ดนตรีของเขายังมีความพยายามผสานเสียงของสองโลกเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยกันนำมาปรับใช้ในการเล่นครั้งต่างๆ
 
          เขายังเคยเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจากการเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง คานธี สิ่งที่ราวีร์ ชังการ์มอบไว้ให้กับประเทศอินเดีย ทำให้เขากลายเป็น “หัวใจที่คือเสียงของวัฒนธรรม”
เมื่อข่าวการเสียชีวิตของเขาแพร่ไปทั่วแดนภารตะนายกรัฐมนตรีมานโมหัน ซิงค์ได้ประกาศแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียกับเพื่อนร่วมชาติ เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อย่างไม่มีวันกลับ

          โลกจะไม่มีโอกาสได้ยินบทเพลงใหม่ๆ จากมันสมองและอารมณ์ศิลปินของเขาอีกแล้ว แต่สิ่งที่ราวีร์ ชังการ์ทิ้งไว้จะกลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้กันอย่างไม่จบสิ้น ไม่เพียงของชาวอินเดียเท่านั้น แต่ราวีร์ ชังการ์คือสมบัติของมนุษย์ทั้งโลก โลกอาจสิ้นเสียงเสียงบรรเลงใหม่ๆ จากเขา แต่บทเพลงนั้นจะยังคงบรรเลงไปอีกนานแสนนาน ราวีร์ ชังการ์แค่สิ้นลมหายใจเท่านั้น แต่เสียงตำนานเพิ่งจะเริ่มขึ้น...
.......................................
(หมายเหตุ สิ้นเสียงไม่สิ้นตำนาน : นกไร้เงา)