บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง : ชีวิตที่คุณเลือกได้

ทีวีสีรุ้ง : ชีวิตที่คุณเลือกได้

19 ธ.ค. 2555

ชีวิตที่คุณเลือกได้ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์

          วัน “แรงเงาแห่งชาติ” ได้ผ่านพ้นไปแล้วและ “คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก” ก็เพิ่งเริ่ม ส่วน “กี่เพ้า” ที่จบไป อ้อมเองก็ไม่ได้ดูหรอกนะคะ แต่บังเอิญมีคุณผู้ฟังมาสปอยล์ไว้นานแล้ว  (ว่าตอนจบเพกาจะรู้ตัวฆาตกรว่าเป็นพี่แหม่ม...) เลยไม่ค่อยเดือดร้อนทั้ง “แรงเงา” ทั้ง “กี่เพ้า” ก็สอนให้เราเห็นค่ะว่า “ใครทำอะไรใครก็ได้อย่างนั้น” เป็นการ “ได้” ที่ง่ายที่สุดคือ ได้ความสบายใจ หรือไม่ก็ความทุกข์ใจ อยู่ที่คุณทำอะไร คุณย่อมรู้อยู่แก่ใจ ลองนึกสิคะ แค่จ้องจะเห็นคนอื่นไม่มีความสุข คุณนั่นแหละที่ไม่มีความสุขก่อนคนอื่นไปแล้ว
 
          พูดถึงความสุข อ้อมว่ามันหาได้ไม่ยากเลยนะคะ ขอแค่เราเลือกมองมัน ไม่เอาแต่มองความทุกข์ที่ผ่านไปแล้ว หรือทุกข์ที่มันยังมาไม่ถึง อย่างเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว อ้อมไม่ได้ดูกี่เพ้าตอนอวสาน หรือไม่ได้อยู่หน้าจอเพื่อเป็นสักขีพยานในนาทีที่น้องนนท์ได้เป็นผู้ชนะใน The Voice อ้อมก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยไปหาดูเอาก็ได้ เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอ้อม มันให้ยิ่งกว่าความสุขอีกค่ะ
 
          มันเป็นช่วงเวลา 3 วันที่อ้อมอิ่มใจจากการได้ไปอยู่ และเรียนรู้วิถีชีวิตของ “ชาวปกากะญอ” ที่อ.ลี้ จ.ลำพูน ชนกลุ่มน้อยที่มีชีวิตอยู่ด้วยความศรัทธาในบุคคล 2 ท่านที่มอบชีวิตที่ดี และวิถีการดำรงชีพอย่างมีความสุขแก่พวกเขา ความสุขของชาวปกากะญอช่างเรียบง่ายจนทำให้เราต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่า ทุกวันนี้ไอ้ที่เราทำๆ กันอยู่ เราทำไปเพื่ออะไรและเพื่อใคร ถ้ามีโอกาสก็อยากฝากให้ดูนะคะกับรายการ “เมืองเรืองแสง” ทางช่องไทยพีบีเอสค่ะ
 
          พูดถึงการทำอะไรเพื่ออะไรหรือเพื่อใครแล้ว บ่ายสองโมงกว่าๆ ในวันอาทิตย์ อ้อมได้มีโอกาสดูทีวีช่อง9 เขาเสนอหนังสั้นชุด “โตไปไม่โกง”เนื้อหาเกี่ยวกับการโกง หรือคอรัปชั่นในหลากหลายรูปแบบ
 
          เรื่องที่อ้อมได้ดูเป็นเรื่องของผู้กำกับ MV ขั้นเทพที่เอางานมาโชว์ในห้องประชุม และขอให้ที่ประชุมติชมงานของเขาได้เต็มที่ ปรากฏผลที่ได้คือมีเด็กฝึกงานคนหนึ่งโชว์ MV ออริจินัลเพลงหนึ่งขึ้นมา พร้อมถามเขาว่า “ก๊อบปี้หรือเปล่า” ในขณะที่ผู้กำกับขั้นเทพอึกอัก คนรอบข้างต่างก็พยายามปกป้อง บ้างว่ามันเป็นแค่แรงบันดาลใจ บ้างว่าให้น้องนักศึกษาเอาเวลาไปหาความรู้ดีกว่ามานั่งจับผิดคนอื่นจนสุดท้ายผู้กำกับก็ยอมรับว่าเขาก๊อบปี้มันจริงๆ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือก่อนจบเขายิงคำถามทิ้งท้ายเอาไว้ว่า แล้วในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของน้องฝึกงานน่ะใช้ window ของแท้หรือเปล่า….
 
          ตอนจบของหนังมีท่านว.วชิรเมธี มาให้ธรรมะเป็นข้อคิดว่า คนเรามักมองว่าการก๊อบปี้เป็นสิ่งเลวร้าย แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือทัศนคติที่ว่า “มันเป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆ ก็ทำ” ต่างหาก

          หนังอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันเป็นเรื่องของนักศึกษาปี 4 สองคน คนหนึ่งมุ่งหวังเกียรตินิยม ในขณะที่อีกคนขอแค่เรียนจบ ทั้งคู่ลงทะเบียนเรียนวิชาว่าด้วยเรื่องมนุษยสัมพันธ์เพราะเหตุผลว่ามันน่าจะได้ A ง่ายดี ปรากฏว่าวันหนึ่งมีการเก็บคะแนนสอบย่อย สาวเรียนดีลงชื่อเข้าเรียนตามปกติ แต่เพื่อนสาวมาไม่ทัน ด้วยความห่วงเพื่อน สาวเรียนดีเลยทำข้อสอบเผื่อให้อีกชุด (ไม่รู้เรียนได้เกียรตินิยมได้ไง ไม่สงสัยหรือว่าไม่ได้เซ็นชื่อเข้าเรียน แต่ดันมีกระดาษคำตอบเนี่ยนะ) ทีนี้พออาจารย์จับได้ เพื่อนสาวขอให้ไปรับผิดกับอาจารย์ด้วยกัน นางกลับอ้างความหวังดีที่ทำข้อสอบแทนให้ แล้วหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมไปรับผิดกับอาจารย์ เพราะโทษของความผิดนั้นคือถูกหักคะแนนนางกลัวเกียรตินิยมจะหลุดมือเพื่อนสาวก็เลยต้องยอมรับผิดไปคนเดียว สุดท้ายนางก็ได้เกียรตินิยมสมใจ แต่เพื่อนสนิทหายไปเลยหนึ่งคน

          สำหรับเรื่องนี้ท่านว.ให้ข้อคิดว่า คนเรามักจะอยากได้ความสำเร็จแบบเห็นแก่ตัว แต่ไม่เห็นหัวคนอื่นซึ่งอ้อมก็ว่าถูกทีเดียว สองเรื่องนี้เป็นแค่ตัวอย่างที่ยกมา จริงๆ แล้วในชีวิตจริงของเราก็มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นตลอดนั่นแหละค่ะ อยู่ที่ว่า เราให้ความใส่ใจกับมันแค่ไหนก็ขอให้โปรเจคท์ “โตไปไม่โกง” นี้มีส่วนปลูกฝังเยาวชนคนไทยให้เป็นคนดีมีคุณภาพต่อไปในอนาคตนะคะ
 
          ฝากฝังเด็กๆ รุ่นนี้ด้วยเพราะรุ่นพี่นี่หวังไม่ค่อยจะได้ละ
.......................................
(หมายเหตุ ชีวิตที่คุณเลือกได้ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)