
มองผ่านเลนส์คม : แล้วก็ถึงวันเก็บศพ
แล้วก็ถึงวันเก็บศพ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
หลังจากประเทศไทย มีเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียมเถื่อนเกลื่อนเมืองมานานกว่า 6-7 ปี นับแต่ต้นปี 2556 กสทช.ก็จะทำ ของเถื่อนให้เป็น "ของถูกกฎหมาย"
โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจะต้องเข้ามายื่นเอกสารแสดงความจำนงต่อ กสทช. ภายใน 60 วันหรือภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2555 นับจากวันที่ประกาศ กสทช.เกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
หลังจากผู้ประกอบการมายื่นเอกสารเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการแล้ว ทางสำนักงาน กสทช.จะใช้เวลาในการพิจารณาเอกสารเพื่อออกใบอนุญาตประกอบกิจการประมาณ 60 วัน
ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตฯ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯจ่าย 2% ของรายได้ต่อปี และจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อพัฒนากิจการโทรคมนาคม (USO) อีก 2% ต่อปี โดยพิจารณาคำขอใบอนุญาตฯ จำแนกตามลักษณะกิจการดังนี้
กิจการบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง 5,000 บาท มีอายุใบอนุญาต 15 ปี
กิจการบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่มีโครงข่าย แต่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับท้องถิ่น 5,000 บาทระยะแรกให้ใบอนุญาตประกอบกิจการ 1 ปี หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 14 ปี
กิจการบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่มีโครงข่าย แต่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับภูมิภาค 50,000 บาท มีอายุใบอนุญาต 15 ปี
และกิจการบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ที่มีโครงข่าย แต่ไม่ใช้คลื่นความถี่ระดับชาติ 250,000 บาท ระยะแรกให้ใบอนุญาตประกอบกิจการ 1 ปี หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 14 ปี
เอาไว้วันหน้าจะมาอธิบายให้ทราบถึงแต่ละประเภทกิจการ เพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะมาก แต่ดูเหมือนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมกำลังจะเป็นปัญหา เมื่อสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม(ประเทศไทย) ยื่นข้อเรียกร้อง กสทช. แก้เกณฑ์ขอรับใบอนุญาตทีวีใน 3 ประเด็น
นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้ กสทช. นำไปพิจารณาแก้ไขคือ 1.เรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและเงินสมทบกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นระบบการจัดเก็บที่ซ้ำซ้อน
2.การกำหนดเวลาการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรม ด้วย กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์ให้รายการที่แพร่ภาพผ่านระบบโทรทัศน์ดาวเทียม สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้เพียงไม่เกินชั่วโมงละ 6 นาที เท่ากับบริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิกเคเบิลทีวี
3.กสทช. รวบรัดขั้นตอนและเร่งการออกประกาศ โดยไม่ได้นำความคิดเห็นและข้อโต้แย้งที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปพิจารณาประกอบการออกประกาศอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ได้ตอบข้อเรียกร้องของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมว่า กสทช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้กฎหมายดังกล่าว
กรณีการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและเงินสมทบกองทุนนั้น กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าจะต้องจ่าย 2% จากรายได้ ซึ่งหมายถึงถ้าผู้ประกอบการมีรายได้มากก็จ่ายมาก ถ้ามีรายได้น้อยก็จ่ายน้อย กสทช.จะยึดรายได้เป็นหลัก
เฉพาะทีวีดาวเทียม ก่อนการเปิดโอกาสให้ยื่นเอกสารขอรับใบอนุญาตฯ จากข้อมูล กสทช. มีผู้ประกอบการโทรทัศน์โครงข่าย 400 ราย และช่องรายการ 300 ราย ซึ่งทุกรายต้องมาแสดงตัวตามกฎหมายกำหนด หากไม่ทำตามนี้ก็ถือว่าเป็นทีวีเถื่อน เคเบิลเถื่อน จะต้องการจัดการตามกฎหมาย
มิเพียงกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนท์ที่ต้องขอรับใบอนุญาต ในกลุ่มผู้ที่ขาย "จานดาวเทียม" หรือ "กล่องรับสัญญาณ" ก็จะต้องได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ถือเป็นหนึ่งในใบอนุญาตการให้บริการแบบโครงข่ายสำหรับกิจการโทรทัศน์
สมรภูมิทีวีดาวเทียม-เคเบิลทีวี ปี 2556 จึงเป็นปีที่จะพิสูจน์การปรับตัวของผู้ประการการ..ใครจะรอด? ใครจะร่วง? ปีหน้าเริ่มเก็บ "ศพ" กันได้เลย!
.......................................
(หมายเหตุ แล้วก็ถึงวันเก็บศพ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



