
มองผ่านเลนส์คม : ร่วมมือกันบ้างดีไหม....
ร่วมมือกันบ้างดีไหม.... : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร
ขณะที่นั่งเขียนต้นฉบับนี้หญิงยศมาวิ่งเล่นอยู่อีกฟากของโลกค่ะ หลังจากไปทำงานที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้วและมาพักผ่อนส่วนตัวเดือนนี้ที่อเมริกาค่ะ ตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะเขียนเกี่ยวกับความเร็วของเน็ตสามจี สี่จีที่ชาวบ้านเขามีใช้กันทั่วโลกแล้ว... ยกเว้นเรา หลังจากเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจนถึงมหานครนิวยอร์ก พอหย่อนร่างลงนั่งพร้อมพิมพ์ต้นฉบับ ฉบับตัดพ้อท่านๆ ทั้งหลายแล้ว ก็ปรากฏข่าวด่วนขึ้นมาค่ะ เป็นเรื่องเก่าที่ไม่ควรโดนเล่าใหม่แต่ไม่รู้ยังไง... มันกลับมาฉายซ้ำเสียหลายทีเหลือเกิน เรื่องราวของคนคนหนึ่งที่ตัดสินใจลากอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน แล้วจัดการยิงกราดไปในห้องเรียนของเด็กๆ ก่อนจะตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองตายตามไปด้วย คราวนี้เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายอายุยี่สิบที่ตัดสินใจฆ่าแม่ตัวเองก่อนจะลากปืนเข้าไปที่โรงเรียนที่แม่ตัวเองสอนอยู่ พร้อมกระชับปืนสองกระบอกในมือแล้วยิงกราดเข้าไปในชั้นเรียนที่เต็มไปด้วยเด็กน้อย อายุระหว่างห้าถึงสิบขวบเท่านั้น หนำซ้ำยังเป็นเด็กนักเรียนในความดูแลของแม่ตัวเองอีกต่างหาก สุดท้ายสรุปจำนวนของผู้เสียชีวิตได้ยี่สิบกว่าศพ เป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องราวเสียยี่สิบคน
ทันทีที่เรื่องนี้เกิดขึ้น มีการแสดงความเสียใจและส่งไปทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างล้นหลามและรวดเร็ว หลายเสียงถามถึงการแก้ไขกฎหมายการออกใบอนุญาตให้ครอบครองอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ จนสุดท้ายท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ถึงกับกล่าวออกมาว่าอาจถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ไขกฎหมายข้อนี้เสียที โดยท่านพูดเป็นนัยๆ ว่าขอให้วางเรื่องเกี่ยวกับการเมืองไว้เบื้องหลังก่อนแล้วเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างตรงประเด็น ฟังแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาว่าไม่นานพวกเขาคงพบแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันเร็วๆ นี้
แล้วใจก็เลยหวนไปคิดถึงเรื่องการก่อการร้ายในโรงเรียนของประเทศเราบ้าง เห็นจากข่าวว่าถี่กว่าของเขามากมาย เรื่องของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชีวิตครูและทหารมากมายต้องมาสังเวยกับการกระทำอันเลวร้ายเหล่านี้ เรื่องโพสต์ก่นด่าการกระทำของคนกลุ่มนี้ในโลกไซเบอร์ก็มีไม่น้อย แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อนานไปแล้วคนไทยก็ลืม ทำให้ผลกระทบจากความเห็นของประชาชนไม่เคยสะท้อนไปถึง "ท่านๆ" ทั้งหลาย ไม่ว่าจะฝ่ายไหนสีไหนก็ตาม แล้วเรื่องก็เงียบหายไป จนกว่าจะเกิดเรื่องใหม่ขึ้นมา
ยิ่งคิดยิ่งใจหายนะคะ ชีวิตเด็กตัวเล็กตัวน้อยหลายสิบคนตื่นเช้ามาเพื่อไปโรงเรียน สถานที่ที่พวกเขาเชื่อว่าปลอดภัยไม่แพ้บ้านของตัวเอง พ่อแม่ที่ส่งลูกเล็กไปแล้วก็รีบไปทำงานเพื่อจะหาเงินมาวางรากฐานการศึกษาและชีวิตที่ดีให้ลูก ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าจะไม่มีวันได้กลับมากอดลูกอีกต่อไปแล้ว หญิงยศขอส่งแรงใจและกำลังใจไปถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่รุนแรงเหล่านี้ให้เดินหน้ากับชีวิตต่อไปได้ แม้ว่าส่วนหนึ่งของหัวใจและร่างกายคงไม่มีวันกลับหายมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป...
และขออธิษฐานจิตตั้งใจให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายในบ้านเรามองเห็นการละซึ่งหัวโขนในบางคราวแล้วหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติให้ลุล่วงในบางโอกาสของประเทศอื่นเขาแล้ว ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลจิตใจให้อยากเอาแบบอย่างเขาบ้าง เผื่อว่าปัญหาบางอย่างของเราจะได้หมดไป แล้วอาจได้สามจี สี่จีติดไม้ติดมือมาเป็นของแถมให้ประเทศไทยได้มีใช้กับเขาบ้าง....
เฮ่อ... คิดไปก็เท่านั้น คงเป็นไปได้ยาก หรือคงเป็นไปไม่ได้เลยดีกว่า ว่าแล้วก็ขอเดินจากไปขอยืมสัญญาณเก๋ๆ ของประเทศเพื่อนบ้านมาเล่นมั่งดีกว่า ทว่าจะเป็นไปได้ง่ายกว่ากันเยอะ....
.......................................
(หมายเหตุ ร่วมมือกันบ้างดีไหม.... : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร)



