บันเทิง

เล่นหูเล่นตา : ถ่ายแบบ

เล่นหูเล่นตา : ถ่ายแบบ

17 ธ.ค. 2555

ถ่ายแบบ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          9 โมงเช้าเวลาที่นัดหมายให้ โค้ช 4 คนมารวมตัวกันทำภารกิจที่ไม่ต้องนั่งเก้าอี้สีแดง แต่ใช้สถานที่เดียวกับที่ถ่ายทำรายการที่ซึ่งพวกเราทั้ง 4 คนคุ้นเคยราวกับบ้านพักตากอากาศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

          … ฉันมาถึงก็เลยเวลาไปครึ่งชั่วโมง เพราะมัวแต่ไปหาของกินมาตุนไว้ในช่วงเวลาร่วม 6 ชั่วโมงที่จะต้องมาถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารชั้นนำเล่มหนึ่งของเมืองไทย ไม่สวยจริง ไม่หล่อจริง หรือไม่ดังจริงอย่าหวังว่าจะได้ขึ้น ที่ได้ขึ้นปกเนี่ยไม่ใช่ตัวฉันดังนะ แต่ได้อานิสงส์ความดังจากรายการต่างหาก พวกโค้ชผู้ชายพายเรือ 3 คน ก้อง โจอี้ และแสตมป์ไปรวมตัวกันอยู่ห้องแต่งตัวรวม ส่วนฉันแยกเดี่ยว (รอดูอาการ) สวยมาก … หรือน่ากลัวลากไม่แน่ใจ เขาให้แยกก็แยก พี่โจ (ยศวีร์ สุขเกษม) ช่างผม กับอาจารย์เอก (วีรภพ ดำทองสุก) ช่างผม นั่งรออยู่ (ข้าวตูติดไหว้พระอยู่พม่า) ฉันหยิบกาแฟเย็นดื่มอั่กๆ ไปครึ่งแก้ว เพราะนอนมา 4 ชั่วโมงเกรงว่าจะเงกหลับระหว่างแต่งหน้า ต่างก็ประเคนทุกสิ่งอันที่พึงมีพึงใช้ใส่หน้าฉันจนแน่น อ.เอกยีผมแล้วหวีกลับลงมาเป็นลอนอย่างสวยงามหลังจากม้วนแกนไฟฟ้าทิ้งไว้จนกว่าจะแต่งหน้าเสร็จ … เป๊ะ! พี่เล้ง (อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์) เจ้าของร้าน ห้องเสื้อ Zenithorial ชั้น 2 เกษรพลาซ่า เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับฉันมาพร้อมกับพี่หนุ่ม (อภิวัฒน์ ยศประพันธ์) สไตลิสต์ประจำ “แพรว” เอาชุดเสื้อผ้าที่แขวนไว้ 10 กว่าชุดมาให้ลองถ่ายเซตแรก

          ฉันสวมเสื้อคอเต่าสีดำกับกางเกงขาเต่อสีเดียวกันสวมแจ็กเก็ตหนังสีดำทับอีกที ชุดเรียบๆ แต่เป็นยี่ห้อไฮโซที่ปกติฉันคงไม่มีโอกาสใส่ อันนี้ก็ว่าหรูแล้วสำหรับนักร้องเจ๊กอย่างฉัน แต่ที่สวมแล้ว “สะพรึง” (ศัพท์ของอ.เอก แปลว่าล้ำค่า ดูดีมีราคา) ก็คือตุ้มหูและสร้อยคอมรกตรูปหยดน้ำมูลค่า 10 ล้าน ใส่เบาๆ

          อ.เอกบอกว่ารวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องสุรุ่ยสุร่ายด้วย ถึงจะมีปัญญาใส่ แหม … อยากจะสุรุ่ยสุร่ายจัง เสียดายไม่มีผัวเป็นเจ้าสัวไม่งั้นคงใส่มรกตกับชุดนอนเข้านอนทุกวัน (เฮ้อ! วาสนามันผิดกัน!) พวกผู้ชายก็สวมสูทบ้าง แจ็กก็ตบ้าง เก๋ไก๋กันตามที่พี่หนุ่มวาดภาพไว้ แยกกันไปถ่ายเดี่ยว ของฉันถ่ายออกมาเหมือนเมียเจ้าพ่อมาเฟียจีนยังไงยังงั้น ดูรวยแต่ผัวไม่รัก พราะมาเฟียจะมีเมียหลายคน

          เสร็จแล้วก็ถ่ายเป็นคู่กับลูกทีมคนสุดท้ายในทีมของตัวเอง ก้องกับนนท์ โจอี้กับเก่ง แสตมป์กับคิง และฉันกับต๊ะ ตอนเขาถ่ายคู่อื่นฉันไม่รู้ ไม่มีโอกาสได้ดู เพราะต้องกลับเข้าห้องไปแต่งตัวใหม่ พี่หนุ่มกับพี่เล้งจับต๊ะแต่งตัวสวมสูทตัวเล็กดูเป็นลูกคนรวย (ที่เขาอุปถัมภ์มาจากกันดารแถบภาคอีสาน) ยืนยิ้มทำหน้าเจี๊ยมเจี๋ยมอยู่ข้างๆ ฉัน ส่วนฉันแต่งชุดกระโปรงเรียบหรู สวมเครื่องเพชร ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ราวกับพาลูกไปฝากเรียนที่โรงเรียนเอกชนเมืองนอก นึกตามแล้วก็ขำ แม่หน้าเป็นเจ๊ก ลูกหน้าเป็นลาว เฮ้อ … สงสารทีมงานที่เอาเรา 2 คนมาถ่ายรวมกันจริงๆ

          ถ่ายเสร็จทีมงานก็มาตามให้เข้าไปถ่ายรูปหมู่รวมกับโค้ชผู้ชายทั้ง 3 โจอี้ชวนก้องกับแสตมป์คุยกันยังกับไม่เคยเจอกันมาหลายปี ทั้งๆ ที่เจอกันทุกอาทิตย์ ทุกครั้งที่ช่างภาพถ่ายแต่ละช็อต เขาจะหยุดเช็กาพจากคอมพ์ปด้วย ช่วงนั้นโจอี้ก็จะคุยเรื่องที่ค้างไว้อย่างเมามันและต่อติด พอเขาสั่งโพส โจอี้ก็แทบจะหยุดคุยไม่ได้ อะไรมันจะติดพันขนาดนั้น! ดูสับสนอลหม่านบ้านทรายทอง เขาแยกกองถ่ายรูปเป็น 2 กอง ถ่ายปกกับถ่ายด้านในคนละทีมกัน ไหนจะต้องวิ่งสลับสัมภาษณ์กันไประหว่างนั้น ฉันแทบจะไม่มีเวลาจะอั้นจะอี้นอกจากฉี่

          พอเสร็จเซตนั้นก็เป็นเซตรวมปก แยกถ่ายเป็นคู่ๆ ระหว่างฉันกับโจอี้ ก้องกับแสตมป์ ก้องน่ะหล่อเป็นปกติ โจอี้ก็เฟี้ยวเป็นปกติ แต่แสตมป์เนี่ยสิ หล่อขึ้นมาเฉยๆ (หล่อมากด้วย) จากการถูกจับแต่งตัวที่ไม่เป็นตัวของเขาที่พวกเราชินตา ความสูง 180 ม. กับชุดสูทเก๋ๆ แต่งหน้าทำผมปัดคิ้วเข้มๆ ให้ขึ้นรูป มันหล่อจริงๆ ด้วยแหละ ทั้งๆ ที่นั่งเป็นอาแปะมาตลอด ฉันก็เห็นแค่ภาพหนุ่มหน้าตี๋ๆ ตาหยีๆ คนหนึ่ง อือ … ทีมงานมืออาชีพ เขาทำให้คนดูดีดูหล่อขึ้นมาได้อย่างนี้เชียวหรือ? … โค้ชทั้ง 4 ที่แต่งตัวกันมาอีกชุดราวกับมาร่วมงานพรมแดงอะไรสักงาน ตัวฉันเองก็ไม่เคยดูดีขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต อะไรในตัวมันดูแพงไปหมด โดยเฉพาะสร้อยเพชรกับตุ้มหูที่ก็ไม่รู้ว่ากี่ล้านอีกนั่นแหละ สวมทับด้วยขนมิ้งค์แท้ๆ สีขาวยืนนิ่งๆ เหมือนหมาพุดเดิ้ลอ้วนๆ ตัวหนึ่งที่หลงกับเจ้าของ พี่หนุ่มเลยสั่งให้คล้องไหล่ไว้เฉยๆ พอผู้ชายทั้ง 3 คนนี้มารวมกัน ก็เหมือนเดิมโจอี้เป็นหัวโจกชวนคุยตลอดเวลา ผู้ชายเขาคุยกันฉันก็ยืนโง่และง่วงอยู่ในนั้น โจอี้จะหุบปากก็ตอนช่างภาพสั่งให้โพสนั่นแหละ …
 
          “พี่ๆ เดี๋ยวตอนไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างจังหวัดด้วยกัน ผมจะพาเที่ยว ที่นั่นผมเชี่ยว” โจอี้ชวนก้อง
 
          “อย่าไปเชื่อมัน! เห็นมันชวนใครไปเที่ยวไปดื่มทีไร ตัวมันจะแยกออกไปนั่งเงียบๆ เหมือนพระเอกเอ็มวีอกหักอยู่คนเดียวหน้าร้านทุกที ฉันเจอมากับตัวแล้ว … ” ฉันดักคอโจอี้
 
          “พวกแกสนุกกันแล้วฉันล่ะ” ฉันถามโจอี้
 
          “ถ้าพี่ไม่สนุก ผมกับพี่ก้องจะจัดให้สักดอก” โจอี้ตอบกวนๆ คนในกองฮากันทั้งกอง ส่วนฉันทำหน้าไม่ถูกเพราะรู้ว่าโจอี้มันดีแต่พูดหลอกฉัน! มันไม่ทำจริงหรอกนี่แหละที่เสียอารมณ์ พี่หนุ่มสั่งให้ทุกคนยืนชิดๆ กัน ฉันยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแสตมป์กับก้อง “ชิดๆ กันหน่อย แสตมป์เบียดเข้าไปอีก พี่คิ้มไม่ว่าหรอก” เสียงพี่หนุ่มสั่งอีกครั้ง แสตมป์ทำหน้าเกรงใจแบบอายๆ แล้วตอบว่า “ นี่ก็เบียดจนจะไปโดนเขาแล้ว ” ฉันตอบไปเบาๆ ว่า “ ไม่เป็นไรแสตมป์ อย่าคิดมาก ที่โดนน่ะไม่ใช่นม แต่เป็นพุงพี่! ส่วนฝั่ง ก้อง สหรัถ ก็ถูกสั่งให้เบียดเข้ามาอีก ฉันน่ะเขิน (แต่ชอบ) ก้องกลับทำหน้าเฉยๆ เพิ่งนึกได้ว่า เขาเคยบอกว่าเวลาที่เขาเล่นบทเลิฟซีนเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ นางเอก เขามองไม่เห็นอะไรเลย เพราะสายตายาวมาก เลยไม่รู้สึกอะไรเลยเหมือนกัน … ฮึ่ย! รมณ์เสีย! (ฉันคิดในใจ) นี่ก้องหรืออาต้อย เศรษฐา เนี่ย เป็นการถ่ายแบบที่ทรมานมากกว่าจะได้ภาพสวยๆ ออกมา เพิ่งรู้ว่านางแบบมักจะได้แฟนรวย แฟนหล่อ ก็เพราะท่ายากๆ นางได้หลายท่านี่เอง! (ฉันหมายถึงโพสท่าถ่ายรูปนะ) ส่วนฉันท่าเดียวก็แย่แล้ว แถมไม่เป็นท่าอีก มิน่าถึงไม่มีผัวอย่างใครเขา กลับไปร้องเพลงเหมือนเดิมดีกว่า หอนเข้าไป จะทำหน้าเบี้ยวหรือยืนกางขาก็ไม่มีใครว่า แต่ถ่ายแบบเนี่ยทั้ง แขม่วนม แขม่วพุง หุบแก้ม หุบก้น … อีกนิดเดียวก็จะขาดใจตายแล้ว แต่เรื่องสวย … สู้ตาย! รอดูภาพสวยๆ ของโค้ชทั้ง 4 ได้ใน “ แพรว ” ฉบับหลังปีใหม่นะคะ
.......................................
(หมายเหตุ ถ่ายแบบ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)