
มองผ่านเลนส์คม : เหตุเกิดที่ช่อง11
เหตุเกิดที่ช่อง 11 : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
เช้าวันรัฐธรรมนูญ นสพ.หลายฉบับพาดหัวตัวเป้งด้วยข่าว "ถ่ายสดทักษิณออกจอช่อง 11" และตลอดคืนวันอาทิตย์ในโลกออนไลน์ ก็กระหน่ำเรื่องอดีตนายกฯทักษิณ โผล่หน้าจอทีวีกันสนั่นลั่นเน็ต
สืบเนื่องจากการแข่งขันศึกมวยไทยวอริเออร์ส เมื่อค่ำวันที่ 9 ธันวาคม ที่โรงแรมมาเก๊า ฟิชเแมน วูฟ เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 11 (เอ็นบีที) และช่องเอเชียอัพเดท ซึ่งรายการนี้ มี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ประธานสหพันธ์มวยไทยอาชีพโลก เป็นแม่งานใหญ่
ก่อนเริ่มชกคู่แรก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานกล่าวในพิธีเปิด และนำกล่าวถวายพระพร พร้อมทั้งจุดเทียนชัย ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีไทยทั้ง 2 ดังกล่าว
ลำพังภาพ "อดีตนายกฯทักษิณ" ปรากฏที่หน้าจอเอเชียอัพเดท ก็คงไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่พอเป็นช่อง 11 ทีวีของรัฐ มันก็กลายเป็นเรื่อง อุณหภูมิของฝ่ายตรงข้ามร้อนฉ่าขึ้นมาโดยพลัน
ฉะนั้นหลังช่อง 11 ถ่ายทอดสดศึกมวยไทยวอริเออร์สไปสักพัก "สารวัตรต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เลขาฯคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จึงออกมานั่งชี้ว่า ตนเป็นคนเชิญพ.ต.ท.ทักษิณมาเอง โดยยกเลิกงานอื่นทั้งหมด เพื่อมาร่วมการเทิดพระเกียรติ
"ผมต้องกราบขอโทษข้าราชการสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธทุกคน เพราะสิ่งที่ทำวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้"
สารวัตรต้นพูดอย่างนี้ก็เหมือนตัดตอนไม่ให้ถึงข้าราชการ เพราะรู้แล้วว่างานนี้ช่อง 11 โดนเล่นหนักแน่ ทั้งกระแสสังคม และประเด็นข้อกฎหมาย
ทางฝ่ายอดีตนายกฯทักษิณ ก็รู้ดีว่าจะต้องเกิดปัญหาผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ แต่ก็กล้าทำราวกับจะท้าทายฝ่ายตรงข้ามว่าเห็นไหมในประเทศนี้ "คนแดนไกลสั่งได้ทุกอย่าง"
ยิ่งฟังสารวัตรต้นในคำชี้แจงตอนท้าย ดูจะภาคภูมิใจสุดๆ ที่ได้นำอดีตนายกฯทักษิณ มาออกทีวีของรัฐ โดยไม่สนใจเสียด้วยซ้ำไปว่าคืนนั้นมีการถ่ายทอดทางเอเชียอัพเดทอีกช่องหนึ่ง
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พยายามอธิบายเพิ่มเติมว่า ช่อง 11 ได้ให้เอกชนเช่าช่องสัญญานไว้ล่วงหน้า เหมือนกับการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาทั่วไป ไม่มีคนในรัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทยเข้าไปแทรกแซง
"พร้อมพงศ์" พูดเหมือนสารวัตรต้นว่า การปรากฎตัวครั้งนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นความบังเอิญ ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่เดินทางไปร่วมประชุมงานเสวนาเศรษฐกิจตามที่ภาคเอกชนได้เชิญเข้าร่วมที่ฮ่องกง
ในสังคมต่างขั้วสุดขีด คำอธิบายแบบนี้ไม่มีใครเชื่อแน่นอน เพราะ "ลัทธิกระบอกเสียง" ได้ครอบงำสังคมไทยมานานกว่า 6 ปี และยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลงไป ด้วยความรู้ความเข้าใจถึง "แก่น" มากกว่าเปลือก
ดังนั้นเช้าวันจันทร์ ในรายการข่าวของช่องตรงข้ามฝ่ายนายกฯทักษิณ จึงต่อสายถึง พล.อ.บุญเลิศ เเก้วประสิทธิ์ เเกนนำองค์การพิทักษ์สยาม เพื่อให้แสดงความคิดเห็นกรณี พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวหาว่า พล.อ.บุญเลิศ ตัดต่อ
คลิปเสียงว่าไม่จงรักภักดี โดย "เสธ.อ้าย" ยืนยันว่าไม่มีการตัดต่อ แถมฉบับเต็มร้ายแรงกว่านี้ คนไทยได้ฟังคงทนไม่ไหว
นี่คือสถานการณ์ "สงครามสื่อ" ที่ไม่เคยเปลี่ยน และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อแต่ละฝักฝ่ายต่างเลือกที่จะเสพข่าวสารจาก "สื่อของฉัน" และปฏิเสธที่จะรับฟัง "สื่อของพวกมัน"
อย่างเมื่องาน 5 ธันวามหาราช ก็มีทีวีดาวเทียมการเมืองช่องหนึ่ง นำคลิปเสียงประชาชนกลุ่มหนึ่งโห่ไล่นายกฯยิ่งลักษณ์ไปเผยแพร่อย่างจงใจ โดยไม่คำนึงถึงกาลเทศะ จึงทำให้ทีวีดาวเทียมอีกช่องหนึ่งก็โต้กลับอย่างหนัก
จะอย่างไรก็ตาม ช่อง 11 ทีวีของรัฐที่สร้างขึ้นมาจากเงินภาษีอากรประชาชน จะต้องให้คำตอบสังคมที่คลางแจงใจว่า เหตุเกิดที่มาเก๊า มันประจวบเหมาะหรือมีการวางแผนล่วงหน้า?
.......................................
(หมายเหตุ เหตุเกิดที่ช่อง 11 : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



