
ทีวีสีรุ้ง : แรงเงา...สามมิติ
แรงเงา...สามมิติ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... ณัฐวรา
จบไปแล้ว พร้อมๆกับบทสรุปของละครรสแซบอย่าง "แรงเงา" เวอร์ชั่น 2012 โดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ทางช่อง 3 ที่เพิ่งปิดฉากลง พร้อมทิ้งหลากหลายความรู้สึกให้ประทับอยู่ในใจของผู้ชม อีกสักครั้งหนึ่ง
หากจะบอกว่าอะไรคือหัวใจสำคัญ ที่ทำให้ละครดราม่าครบรส ซ่อนปมปัญหาพื้นฐานของสถาบันครอบครัว เคลือบแฝงหลักธรรมตามแรงของกฏแห่ง "กรรม" เรื่องนี้ ประสบความสำเร็จอย่างสูง คงหนีไม่พ้น "บทละคร" ที่เฉียบคม และต้องยกความดีให้ วิสุทธิชัย บุณยะกาญจน ที่สร้างให้ทุกตัวละครมีมิติ เสมือนมนุษย์ที่มีชีวิตจริงๆ โลดแล่นอยู่ในจอแก้ว
การดำเนินเรื่องน่าสนใจตั้งแต่เปิดเรื่อง กับภาพของสาวอ่อนหวาน และอ่อนแออย่าง "มุตตา" (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) ก่อนจะค่อยๆ ตัดสลับเรื่องราวเบื้องหลังของชีวิต ที่แสดงให้เห็นถึงความ "แตกต่าง" ระหว่างพี่น้องฝาแฝด มุตตา และ มุนินทร์ ซึ่งเหมือนกันเพียงรูปร่างหน้าตา แต่ความคิด จิตใจ และวิธีการแก้ปัญหา ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย
ซ้ำร้าย "ฝาแฝด" คู่นี้ยังถูก พ่อ (สมภพ เบญจาธิกุล) แม่ (ไปรมา รัชตะ) ทิ้งรอยด่างและ "ปม" ในจิตใจให้อย่างไม่รู้ตัว ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยความ "ลำเอียง" และ "เลือกที่รักมักที่ชัง"
ในด้านการแสดง เจนี่ ถือว่าสอบผ่าน กับบทบาท ฝาแฝดเหมือน ที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว ราวฟ้ากับเหว มีการตีความตามบทละคร ที่สร้างให้ มุตตา เปรียบเสมือนผ้าขาว ที่โดนจุ่มลงในถังสีสวยงาม แต่เต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา ของ ผอ. เจนภพ ( "ปิ๊บ" รวิชญ์ เทิดวงส์) ผู้ชายมากเล่ห์ ที่ลวงใจสาวบริสุทธิ์ให้แปดเปื้อน เพราะขาดความยับยั้งชั่งใจ บทสร้างมิติให้ มุตตา เวอร์ชั่นนี้ ดูเป็นคนดีที่แอบร้าย "แอ๊บแตก" อยากได้สามีชาวบ้าน แม้ใจจะรู้ว่าผิด แต่ยอมหลอกตัวเองเพราะ "รัก" คำเดียว...ซึ่งมีถมไปในสังคม
หากมองให้ดี คล้ายๆว่า "มุตตา"เวอร์ชั่นนี้ ผู้กำกับ ไม่ได้ตีความให้เป็นผ้าขาวซะทีเดียว เดาเอาว่า สีเทา จะเหมะสมกว่า
เรื่องราวทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อ มุนินทร์ กลับมาทวงความยุติธรรมให้ มุตตา ที่ฆ่าตัวตาย เพราะพ่ายแพ้ต่อ "กรรม" ที่ติดอยู่ในจิตใจ ในฐานะ "เงา" แบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับเมียหลวงร้ายกาจที่เจือความน่าสงสารอย่าง "นพนภา" ("ธัญญ่า" ธัญญาเรศ เองตระกูล)
ฉะนั้น "มหากาพย์แย่งผัวไตรภาค" จึงทวีความรุนแรง จากการแก้แค้นที่คล้ายจะไร้เหตุผลมากขึ้นทุกทีของ มุนินทร์ จน นพนภา แทบเป็นบ้าเพราะพิษรักแรงหึง แถมบุคคลรายล้อมทั้ง เนตรนภิศ (เจนสุดา ปานโต) น้องสาว และ หนูนกสองหัว ( "จอย" ชลธิชา นวมสุคนธ์) ยังหวังดีปรงสงค์ร้าย ริษยาแอบโรคจิต บทดำเนินเรื่องได้บีบคั้นอารมณ์ จิตใจจนคนดู จนแทบอยากจะกดรีโมททีวีเปลี่ยนช่องหนี
เรื่องราวดำเนินเรื่อง ไล่เรื่อย จนมาถึงที่ผู้เขียน นับว่าเป็นฉาก "ไคลแม็กซ์" อีกหนึ่งฉาก ที่แสดงให้เห็นถึง ผลของการกระทำ อันเกิดจาก "กรรม" นำพาของคนที่เกี่ยวข้องกัน เมื่อ "ต้อง" ("ชาช่า" ริต์ตา รามณรงค์) ลูกสาวสุดที่รักของเจนภพ และนพนภาตั้งท้องกับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า "เลว" ในสังคม ด้วยความเต็มใจ เพราะคำว่า "รัก" ฉากนี้สะเทือนอารมณ์ และสะท้อนให้เห็นแง่คิดอะไรหลายๆ อย่าง
ก่อนฟางเส้นสุดท้ายจะขาดสะบั้น เมื่อ เจนภพ รู้ว่าลูกชายอย่าง "ต่อ" ("ป๊อบ" พิชฌพัฒน์ ตันทา) เป็น "เกย์" จนถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายทุบตี จนพี่สาวอย่างต้อง ซึ่งไม่ค่อยจะถูกกัน เข้ามาห้ามปราบ เพราะลูกตกอยู่ในสถานะบอบช้ำทั้งกายและใจ ขณะที่พ่อแม่ยังโทษกันไปมา สุดท้าย "ต้อง" กล่าวเตือนสติคล้ายตัดพ้อกับพ่อกับแม่ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น พ่อแม่ไม่ผิดแต่เป็นสิ่งที่เกิดจาก "กรรม" ของเราเอง
และยิ่งตอกย้ำ เมื่อ "ต้อม" (ด.ญ. ชาริสา โอแฮม) ลูกสาวคนเล็ก ล้มลงกอดขาพ่อ ร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าเวทนา อ้อนวอนขอให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันต่อ เพื่อยังคงเป็นครอบครัว ที่แม้จะเป็นครอบครัวที่มีรูปร่างเว้าแหว่งก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งพ่อแม่อาจไม่ได้ตั้งใจทำ แต่ลูกจำใจรับ "เศษกรรม" ไปเต็มๆ
เชื่อขนมกินได้ว่า ทุกคนที่ได้ดูจะต้องน้ำตาซึม เพราะนักแสดงทุกคนเล่นดี ตีบทแตก จนรู้สึกสะเทือนใจ และเข้าใจถึงคำว่า "กรรม" ในหลากหลายความรู้สึก
บทสรุปส่งท้ายของ "แรงเงา" ลงเอยด้วยความสุข สมใจผู้ชม ครอบครัวของ "นพนภา" ได้รับบทเรียนอันยิ่งใหญ่ "มุนินทร์" สำนึกผิด เพราะเห็นแจ้งถึงคำว่า "เวรย่อมระงับด้วยดการไม่จองเวร" แง่คิดเกือบเชย แต่ไม่เคยล้าสมัย เพราะยุคนี้กรรมติดจรวจ เหมือน "แรงเงา" กับภาพสะท้อนแบบสามมิติ...
.......................................
(หมายเหตุ แรงเงา...สามมิติ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... ณัฐวรา)



