
แด่พิงลำพระเพลิงผู้กล้าหาญเหยียบจมูกโต
แด่พิงลำพระเพลิงผู้กล้าหาญเหยียบจมูกโต : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
คำโปรยหลังแผ่น DVD บันทึกการแสดงสด "เหยียบจมูก" ของคุณพิง ลำพระเพลิงที่เพิ่งออกวางแผงในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขียนไว้ดังนี้ครับ ..."ฉันเพิ่งสบตากับความกลัวของนักแสดงสดมา รอบค่ำวันเสาร์คนดูน้อยมาก ฉันรู้ชะตากรรมของตัวเองตั้งแต่เห็นยอดจำหน่ายบัตรแล้ว เพื่อนแนะนำให้ใส่เฝือกบอกเจ็บแล้วคืนเงินไปซะ จะได้ไม่อายสื่อ ไม่ต้องออกไปแสดงความพ่ายแพ้ให้ใครรู้ ฉันยิ้มตอบเพื่อน เหมือนกับที่ฉันบอกใครอยู่เสมอ 'ถึงกูจะแพ้ ก็ขอแพ้ในท่าที่กูชนะ' ฉันเดินออกไปกลางเวทีเพื่อจะชนะ"
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอต่อต่อมสั่งการเปิดกระเป๋าหยิบแบงค์ร้อยสองใบได้เงินทอนกลับมาเล็กน้อยและน้อมนำดีวีดีแผ่นนี้ไปเปิดชมทันทีที่ถึงบ้าน
ผมรู้จักกับคุณพิง ลำพระเพลิงครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สนิทสนมกันมากในระดับกระเถิบเข้าไปอยู่ในชีวิตส่วนตัวของเขา แต่ก็เรียกได้ว่าหลายปีมานี้เราพบเจอกันบ่อยครั้งในแวดวงการงาน พี่พิงเคยมาชมแบไต๋ไฮเทคนัดพิเศษของผม 1ครั้ง ซึ่งแกสารภาพว่าไม่ได้รู้จักรายการนักหรอกแต่เห็นว่าเทปนั้นเราเลี้ยงหนังผู้ชมรายการฟรีเลยแวะมา อีกครั้งหนึ่งก็งานวันเด็ก Thailand Game Show 2012 ที่แกแสดงน้ำใจมาแสดงแพนโทไมม์ให้ฟรีๆที่หน้างาน
สายตาผมเคยผ่านผลงานของแกมาหลายชิ้น ไม่ว่าจะหนังใหญ่, หนังสือ, สัมภาษณ์, ทีวี หูเคยได้ยินเพลงที่แกร้อง(ซึ่งร้องได้ดีมากด้วย) แต่สำหรับ "เดี่ยวไมโครโฟน" หรือที่แกพยายามเรียกให้ไม่ซ้ำใครว่า "One Man Show" ผมเพิ่งได้ชม
ผมก็ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดอุดมแต้พานิชเพื่อนรักของแกถึงมีอิทธิพลกับแกมากขนาดนี้
วิจารณ์ตรงๆก็คือ "พิงเหมือนเงาของอุดม ..แต่อุดมนั้นเป็นพระอาทิตย์ที่ไม่เคยมีเงาใดทาบผ่าน"
ผมเชื่อว่าแกเองก็ต้องรู้เรื่องนี้ และแน่ล่ะที่น่าจะมีคนบอกสิ่งนี้กับแกแล้ว เพียงแต่ "แกอาจจงใจและอยากที่จะเป็นเช่นนั้น" เอง
บุคลิกท่าทาง-การทอดเสียง เรียกว่าโขกกันมาจากเบ้าหลอมเดียวกันคือศิษย์สะดือ ..2สิ่งเท่านั้นที่ไม่เหมือนกันคือแกมี SixPack กับมุมเศร้าที่เจ็บปวดกว่าอุดม300เท่าก็ไม่ปาน
ประวัติคร่าวๆ ที่ผมรู้จากการเล่าของแกก็คือ แกกับอุดมโตมาด้วยกัน อยู่ห้องเช่าเดียวกัน ลำบากมาด้วยกัน ..เข้าวงการมาด้วยกัน วันหนึ่งเมื่อโน้สอุดมดังมากๆ เขาก็ดังในแบบของเขาคือเป็นคนเขียนบทละครทีวีที่เก่ง มีงานเขียนมากมาย แต่ก็เหมือนมีหนามบางๆยอกอกเขาอยู่ว่าทำไมฉันไม่ดังในเบื้องหน้าแบบนายอุดมมั่ง?
ถ้าจำได้ พิงลำพระเพลิงเป็นคนที่ออกตัวชัดเจนต่อหน้าสื่อว่า"อยากดัง" ซึ่งท่าทีการพูดทีเล่นทีจริงสไตล์คอมเมอเดี้ยนเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่น่าเกลียดเท่าไหร่นัก แต่ดูก็รู้ว่าพูดจริงแหละ
หลายคนได้ดู DVD แผ่นนี้แล้วบอกว่า "ตลกมาก-ซึ้งมาก"
ผมเห็นด้วย แต่ก็มีมุมมองพิเศษอีกมุมในฐานะคนเคยตกอยู่ในอิทธิพลคู่เทียบเหมือนพี่เขา
จุดดี-ด้อย
- บทพูดเป็นภาษาหนังสือที่สวย : พี่พิงแกตั้งใจกับบทมากแต่ก็ทำให้แกเกร็งบ้างกับการจดจำบทพูดนั้น ส่งผลให้บางคำติดขัดเปล่งเสียงออกได้ไม่เต็มที่ตั้งใจไว้
- โชว์ยำใหญ่รวมความสามารถ : พี่พิงเปิดการแสดงด้วยแพนโทไมม์ ซึ่งแปลกใหม่ไม่ซ้ำโน้ส อุดม แต่ความที่นานเกินไปและทำในสิ่งที่คนดูไม่ได้คาดหวังไว้จากการตีตั๋วชมโชว์นี้ สร้างความเหนื่อยล้าให้ช่วงการพูดด้วย (แต่แกสู้นะ)
- ช่วงที่ดีที่สุดและเจ็บแสบที่สุดคือเขาแสดงเป็นโน้ส อุดม : เขาเล่นเป็นอุดมได้ดีกว่าช่วงที่เล่นเป็นตัวเองซะอีก! อิทธิพลที่ทาบผ่านกายพิงลำพระเพลิงคือเงาก้อนใหญ่ที่ทำให้เขาถูกบดบังและไม่อาจพอใจในชีวิตซะที (คุณจะเห็นได้ชัดครับว่าเขาน้อยใจอุดมมาก จุดนี้ผมเข้าใจว่าก็คือการน้อยใจชีวิตตัวเขาเอง)
คุณพิงแกเล่าว่าในอดีตแกกับโน้สมีทีวีเล็กแฟมิลี่จอ7นิ้วในห้องเช่า ในวันนี้แกเลยใช้ทีวีใหญ่ 60นิ้วในบ้าน นี่แหละครับปัญหา! .. ทีวียิ่งขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็เห็นคนในนั้นตัวใหญ่มากเกินขนาดตัวเองกลายเป็นพลังลบที่บั่นทอนพลังของตัวเองที่ต้องทนเห็นคู่แข่งออกทีวีอยู่อย่างสม่ำเสมอ!
ผมเองหัวอกเดียวกันครับเคยโดนอาการนี้อยู่พักหนึ่ง... ในวัย 16ปี ผมเข้าประกวดรายการตัวต่อตัว ของบริษัทเจเอสแอล ทางททบ.5 เป็นรายการประกวดการแสดง ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็อาจเรียกว่าเป็น 'AFแบบไม่ต้องนอนค้างบ้าน'ก็ได้ ครั้งนั้นมีคู่แข่งที่ผมจับตามากคนหนึ่งชื่อ "เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์" ในใบสมัครเขาระบุเกิด 9มีนาคม2521 คือ "เกิดก่อนผมเพียง1วัน" ปีเดียวกันเด๊ะๆ .. ภาพของเจมส์ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าเขาดีกว่าผมทุกด้าน สูงกว่า หล่อกว่า บุคลิกดีกว่าหมด.. ผมสูงแค่ 165ซม. แต่เจมส์ที่เกิดก่อนผม1วันปาไป 183! ทำไมๆๆๆ
เราต่างแข่งขันจนฝ่าด่านเข้าไปพบกันในรอบสุดท้ายของการแข่งขันได้ เงินรางวัลเดิมพันครั้งนั้นสูงถึง 1ล้านบาท (ค่าเงิน ณ ปี 2538 ลองคิดดู) สรุปรวบรัดตัดความ ผมชนะเลิศการแข่งขันครั้งนั้นครับ! เจมส์คว้าที่3 (ชนะฮ่าๆ)... จากนั้น 1ปี เจมส์ได้ออกเทปกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ผมฝันไว้ ส่วนผมเองมีผลงานไม่มากได้เล่นละครเวทีที่ไม่ค่อยครึกโครมนัก1เรื่อง-หนังใหญ่อีก1เรื่องซึ่งทั้งสองเรื่องผมเล่นแค่เป็นตัวประกอบ ทุกครั้งที่ผมเห็นเจมส์ในทีวี,หนังสือพิมพ์หรือเพลงที่ลอยมากับสายลม ผมจะเจ็บหน้าอกแปล๊บๆ มองเขาด้วยตาชี้ขี้อิจฉาและน้อยเนื้อต่ำใจตัวเอง ..เจมส์ดังขึ้นๆเรื่อยๆ ยอดเทปทะลุล้านตลับในอัลบั้มที่ 2 มีเพลงฮิตในระดับที่ทำคนฆ่าตัวตายได้! ..และจู่ๆเขาก็เป็นข่าวดังมากๆพาดหัวหนังสือพิมพ์ยาวต่อเนื่องเป็นเดือนนั่นคือ "ตกเครื่องบินแล้วไม่ตาย" ช็อตนั้นผมจำได้ว่าผมนอนดูทีวีช่อง9ภาคดึกอยู่ มีข่าวด่วนตัดฉับเข้ามา ผู้บรรยายข่าวยังไม่มีข้อมูลด้วยซ้ำว่าใครอยู่บนเครื่องบินลำนั้นบ้าง กล้องแพนไปจับภาพผู้บาดเจ็บที่ถูกลำเลียงขึ้นมาจากน้ำ ..พลันปรากฏร่างเจมส์เรืองศักดิ์เดินกระเผลกๆออกมา ผมตกใจวาบและยืนขึ้นปรบมือให้เขาต่อหน้าโทรทัศน์ที่บ้าน!
เจมส์เข้าเรียนมศว คณะเดียวกันกับผม สิ่งที่ผมเห็นมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงสอบเข้าคือ สาวกรี๊ด มีกลุ่มคนเดินตามขอลายเซ็นต์เขาเดินผ่านหน้าผมไป.. ผมมองตัวเองในกระจกห้องน้ำมหาลัย..ไม่มีอะไรที่ผมจะสู้เขาได้เลย แต่ทุกครั้งที่เจมส์เจอผม เจมส์จะน่ารักอย่างคือ'ถ่อมตัว' ครั้งหนึ่งในลิฟท์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มีผมกับเขาอยู่เพียง 2 คน ท่ามกลางเสียงหึ่งๆของลิฟท์ผมได้เริ่มพูดกับเขาเพื่อทำลายเสียงเงียบว่า "นายดังมากเลยนะ" เจมส์ตอบว่า "ดังเดิง..อะไรเล่า?" แล้วเดินออกจากลิฟท์ไป
อีกครั้งหลังเวทีคอนเสิร์ตของคณะที่เจมส์ขึ้นเล่น ผมได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกรบนเวที ผมพูดเปิดตัวเขาอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงผ่านพ้นไปด้วยดี หลังเวทีคืนนั้นผมได้คุยกับเขา โดยสารภาพว่าผมอิจฉาเขาตลอดมา เขาจับมือเชคแฮนด์ผมแล้วบอกว่า "เพื่อน" ...หมายถึงเป็นเพื่อนกันนะ
วินาทีนั้นเขาทำผมเข้าใจโลก มองเขาเป็นเพื่อนดีกว่ามองเป็นคู่แข่งที่ไม่มีวันตามทัน หลังจากนั้นผมเลิกคิดที่จะแข่งขันชีวิตกับเขาและเริ่มทำชีวิตของตัวเองให้ดีในแบบของตัวเอง อาการเจ็บอกแปล๊บๆหายไปด้วย
ผมว่านาทีนี้คนที่ช่วยเยียวยาใจพิงลำพระเพลิงได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่ผมซึ่งกำลังทำหน้าที่ผ่านบทความนี้ แต่ควรเป็น "อุดม แต้พานิช" คู่แข่งในชีวิตที่ต้องหันไปโอบกอดพี่พิงแน่นๆแล้วพูดว่า "เพื่อน" ...รับพิงเป็นเพื่อนแบบเดียวกับที่รับคุณตันเป็นเพื่อนนะครับ
ปล. รักพิง ลำพระเพลิง อย่าลืมอุดหนุน DVD แผ่นนี้นะ
.......................................
(หมายเหตุ แด่พิงลำพระเพลิงผู้กล้าหาญเหยียบจมูกโต : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



