บันเทิง

'บอย'ดีใจเห็นคนไทยรับเสด็จ'ในหลวง'

'บอย'ดีใจเห็นคนไทยรับเสด็จ'ในหลวง'

05 ธ.ค. 2555

'บอย-กถลเกียรติ'ดีใจที่เห็นคนไทยมารอรับ-ส่งเสด็จ 'ในหลวง' ด้าน'ปชช.'แซ่ซ้องยิ้มทั้งน้ำตา แห่รอรับเสด็จในหลวง

             5 ธ.ค.55 นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้จัดรายการโทรทัศน์ชื่อดังที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวที่บริเวณเเยกวัดเบญจบพิตร กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจเเละมีความสุขที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ตนมารับเสด็จ4-5 ปี เเล้วโดยประทับใจทุกครั้งที่เห็นคนไทยมาร่วมรับเสด็จเเละถวายพระพร ทำให้ตนได้เห็นอะไรบางอย่าง คือ ตนไม่ลืมสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชกรณียกิจต่างๆ เเละตนอยากให้คนไทยรักกัน

               นางภาสพล วิมลสุทธิ์ ชาวกทม.อายุ 55 ปี กล่าวว่า ตนมารอรับเสด็จตั้งเเต่เวลา 05.50 น.ที่เเยกวัดเบญจมบพิตรฯ ตนมารับเสด็จครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่เเล้ว ขณะที่ขบวนเสด็จของพระองค์ท่านได้เสด็จผ่านผ่านไปนั้น ตนภูมิใจเเละปลาบปลื้มที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ตนซาบซึ้่งโครงการในพระราชดำริของพระองค์ท่านเเละขอฝากคนไทยทุกคนว่า ควรรักกัน ไม่เเบ่งสี เเบ่งฝ่ายที่อาจทำให้ในหลวงทรงคิดมาก คนไทยควรรักในหลวงเยอะๆ เพราะตนยังเป็นห่วงสุขภาพของในหลวง อยากให้ในหลวงทรงมีสุขภาพเเข็งเเรงเเละเป็นมิ่งขวัญคนไทยยั่งยืนนาน

               ผู้สื่อข่าวรายงานจากเเยกวัดเบญจมบพิตรฯ ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงพยาบาลศิริราชนั้น ประชาชนที่รอรับส่งเสด็จได้ส่งเสียงร้องทรงพระเจริญเเละเรารักในหลวงดังกึกก้อง มีการโบกธงชาติเเละธงสีเหลืองที่มีพระปรมาภิไธยภปร.กันอย่างมากมาย เเละบางคนร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้ม เเละเมื่อขบวนเสด็จได้ผ่านช่วงนี้ไป ประชาชนทยอยกลับทันที บางส่วนรออยู่ริมถนนเพื่อรอรถบัสมารับกลับต่างจังหวัด บางส่วนเดินถ่ายภาพเป็นที่ระลึกโดยไม่มีเหตุใดๆเกิดขึ้น เเละตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเส้นทางจราจรเเล้ว

 

ประชาชนแซ่ซ้องยิ้มทั้งน้ำตา!!! แห่รอรับเสด็จในหลวง

              ประชาชนชาวไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง ถือธงพระปรมาภิไธย ธงเฉลิมพระเกียรติ ธงชาติ ธงรักในหลวง นำพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน และทำป้ายรักในหลวง เดินทางมารอรับเสด็จ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความจงรักภักดี ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ กันอย่างเนืองแน่น

               ยายบังอร เหรียญทอง อายุ 79 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ได้เดินทางมารอรับเสด็จและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บริเวณหน้าศธ. โดยเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะเดินไปให้ถึงบริเวณหน้าพระบรมรูปทรงม้า แต่ด้วยจำนวนประชาชนที่ร่วมเสด็จมีจำนวนมาก และอายุมากเล้วเดินไม่ค่อยสะดวกจึงเดินทางไม่ถึงหน้าพระบรมรูป แต่อย่างไรก็ตาม รู้สึกดีใจ และภูมิใจอย่างมาก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาร่วมถวายพระพร พระองค์ท่าน โดยไม่ต้องผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมที่บ้าน ดังนั้น ในฐานะที่เป็นคนโบราณ เป็นราษฏรใต้พระบรมโพธิสมภารอยากให้คนรุ่นใหม่ คนดีที่ทำดีอยู่แล้วจงทำดีต่อไป ส่วนใครที่ทำไม่ดี ทำชั่ว อยากให้กลับตัวเป็นคนดี ทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน

               ด้านน.ส.ซาเกียะ ตีลี อายุ 33 ปี ชาวจ.ยะลา ที่เดินทางมารับเสด็จบริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นคนไทยทุกคนมีความรัก สามัคคี และเป็นหนึ่งใจเดียวกันในการถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่าน โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา เพราะจริงๆแล้วเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานคร หรือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศ วันนี้ (5ธันวาคม) เป็นอีกหนึ่งวันที่ทำให้เห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังเป็นพี่น้อง เพื่อนร่วมประเทศกัน ไม่ได้เป็นศัตรูกัน และอยากให้วันมหามงคลนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการแสดงความรักของคนไทย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมิตรไมตรีต่อกัน เพราะต่อให้เป็นคนชาติไหน ศาสนาใด แต่เมื่อมาอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ล้วนเป็นคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ท่านเองก็ทรงดูแลราษฏรของพระองค์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อยากขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อพ่อหลวงของเรา และขอให้พระองค์ท่านทรงมีพลานามัยที่สมบูรณ์ และอยู่เป็นร่มโพธ์ร่มไทรแก่ประชาชนชาวไทยตลอดกาล

               น.ส.ศกลวรรณ สิริจันโท นักศึกษาชั้นปี1 คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยมหิดล รอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่าพอได้ยินเสียงประชาชนที่มาเข้าเฝ้าตะโกนว่า ในหลวงเสด็จแล้ว รู้สึกตื่นเต้นมาก และพยายามชะโงกหน้าออกไป เพื่อให้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่าน ซึ่งก็ได้เห็นสมอย่างที่ตั้งใจไว้ ตอนที่เห็นนั้นน้ำตาไหล ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจมาก ซึ่งไม่ได้มีแค่ตนคนเดียวที่ร้องไห้ ทุกคนที่เห็นพระพักตร์พระองค์ท่านต่างรู้สึกปลื้มปิติอย่างมาก

               “เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ครั้งหนึ่งได้เห็นพระพักตร์พระองค์ท่าน ซึ่งในปีหน้า หามีโอกาสจะมาร่วมถวายพระพรแก่พระองค์อีก อยากให้เด็กไทยทุกคนประพฤติตนเป็นคนดี และทำสิ่งดีๆ ตอบแทนประเทศให้สมกับความโชคดีที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย มีพระมหากษัตรย์ที่ยิ่งใหญ่ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ” น.ส.ศกลวรรณ กล่าว

               นางขนิตร์นันท์ ลิ้มภูติวัฒน์ อายุ 53 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสงครามกับญาติ ตั้งแต่เที่ยงคืน และมานอนเฝ้ารอรับเสด็จพรองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเมื่อมาถึงรู้สึกดีใจมากที่คนไทยร่วมมือร่วมใจกันมาถวายพระพร แสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ยิ่งตอนที่ในหลวงเสด็จผ่าน เห็นท่านมองลงตรงที่ประชาชน น้ำตาไหลทันที ปลื้มใจที่สุด นี้ก็ตั้งใจว่า จะรอรับท่านทั้งช่วงเสด็จไปและเสด็จกลับ