
ทีวีสีรุ้ง : พ่อ
พ่อ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
5 ธันวาคมเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงของเราชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก หรือแม้แต่คนจากประเทศไหนขอให้ได้มาอยู่เมืองไทยช่วงเวลาหนึ่ง ก็จะพบว่ามีการถวายพระพรไปทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะปักธง จุดเทียนชัยถวายพระพร ร้องเพลงสรรเสริญ หรืออะไรอื่นๆ อีกมากมายเพื่อถวายความจงรักภักดี และในขณะเดียวกันวันนี้ก็เป็นโอกาสที่ลูกๆ หลายคนจะบอกรักคุณพ่อของตัวเอง กินข้าวพร้อมหน้าที่บ้าน หรือชวนกันไปฉลองนอกบ้านในบางครอบครัว
ฉบับนี้อ้อมเลยว่าจะขอ พูดถึงพ่อในทีวี สักหน่อย เพราะช่วงที่ผ่านมามีละครที่สะท้อนความเป็นครอบครัวอยู่หลายเรื่อง และมีพ่อหลากหลายแบบให้เราได้เห็น
อย่าง “บ่วงรัก” ทางช่อง 5 มีคุณพ่อที่รับบทโดยพี่หนุ่ม-สันติสุข เป็นพ่อที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อถึงคราวตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน คือติดอยู่ในบ้านที่ไฟกำลังไหม้ และหลังจากประเมินสภาพตัวเองก็รู้ว่า ถ้าไม่สละชีวิตลูกชายก็จะไม่รอดเพราะมีตัวเองเป็นตัวถ่วง เลยตัดสินใจผลักลูกให้ตกจากชั้นบนเพื่อจะได้พ้นภัยไปไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เรียกว่าแลกด้วยชีวิตเลยทีเดียว
ในขณะที่ฝั่งช่อง3 อย่าง “แรงเงา” พ่ออย่างผอ.ไม่ได้มีความเสียสละอะไรเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เริ่มเรื่องจนจะจบ แถมเป็นตัวสร้างปัญหาให้ครอบครัวอีกต่างหาก จากที่เคยสัมภาษณ์พี่ปิ๊บ-รวิชญ์ออกอากาศที่ 94 efm(ในช่วงที่อ้อมจัด) ตัวพี่ปิ๊บเองก็บอกว่า ตัวละครอย่างผอ.นี่แหละที่สร้างปัญหาตั้งแต่แรก จริงอยู่ว่าทุกคนในครอบครัวผอ.ก็ไม่ธรรมดา แต่ถ้าผอ.ไม่ทำตัวแบบนั้นเรื่องคงไม่เลยเถิดขนาดนี้ ซึ่งอ้อมเห็นด้วยนะคะว่าถ้าผอ.ไม่เจ้าชู้ ชีวิตคงไม่พังหรือถ้าจะเจ้าชู้ แต่มีความเห็นแก่ตัวน้อยกว่านี้สักนิด ลูกๆ ทั้งสามคนคงไม่เจอปัญหาชุดใหญ่ขนาดนี้
หลายครั้งที่อ้อมเห็นฉากที่ลูกสาวคนโตจะขอเวลาคุยกับพ่อ เพื่อเธอจะปรึกษาถึงปัญหาที่เธอก่อ และอ้อมเชื่อว่ากว่าคนเป็นลูกจะกล้ายอมรับว่าตัวเองผิด แล้วรวบรวมความกล้าเดินมาหาพ่อแม่ได้เนี่ย มันต้องกล้ามาก แต่สิ่งที่เธอได้รับคือ พ่อก็จะขอผลัดไปก่อนเสมอ เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอดจากเรื่องชู้สาวที่ตัวเองก่อไว้
นอกจากนี้ยังมีคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างคุณสถาพร จาก “อุบัติเหตุ” ทางช่อง 7 อีก รายนี้เป็นพ่อที่เลิกกับแม่แล้วเอาลูกไปเลี้ยงเอง รักลูกมาก แต่มีเรื่องให้เข้าใจผิดกันอยู่บ่อยๆ หลายครั้งที่ทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งก็เพราะความรักนั่นแหละ แต่การแสดงออกอาจไม่คลิกกับลูกเท่าที่ควร มันก็เลยนำมาซึ่งปัญหาได้เหมือนกัน
ละครทั้งสามเรื่องก็สะท้อนความเป็นพ่อที่แตกต่างกันออกไป อาจจะไม่ใช่ตัวอย่างของพ่อทั้งหมดในโลกนี้ พ่อที่ดีๆกับครอบครัวที่สมบูรณ์ก็คงมีแน่นอน แต่กรณีเหล่านี้คือตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเราเลือกเกิดไม่ได้ว่าจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์หรือไม่ หรือต่อให้สมบูรณ์ แต่คุณก็อาจไม่มีสิทธิ์เลือกว่าพ่อแบบไหนที่คุณอยากได้
สิทธิ์เดียวที่คุณมีคือคุณจะดีได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง
ใน “รากบุญ” เมื่อวันก่อน ลาภิณ (แสดงโดยไมค์-พิรัชต์) เล่าให้น้องชายนางเอกฟังว่า ตั้งแต่เด็กเขาโดนเปรียบเทียบกับน้าชายมาตลอดจนเสียความมั่นใจ ดูถูกตัวเอง จนชีวิตเป๋ มาคิดได้ตอนพ่อเสียไปแล้วนั่นแหละว่าไม่ควรเป็นแบบนี้อีกต่อไป เลยเตือนน้องชายนางเอกว่า ไม่มีอะไรที่ทำให้เราภูมิใจได้เท่ากับตอนที่เห็นพ่อแม่ภูมิใจในตัวเรา
อย่ามัวแต่ไปคิดโทษใครเลยค่ะว่าทำไมไม่เลี้ยงคุณให้ดี เพราะที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเรา โดยเฉพาะคนที่มีพ่ออยู่ในบ้าน คุณโชคดีกว่าคนที่มีพ่อแค่ในใจนะคะ อย่าให้ละครทำให้อารมณ์เรากระเจิดกระเจิงอย่างเดียว อย่างที่คนเขาว่ากัน เรามาทำให้ละครเป็นกระจกสะท้อนเราดีกว่าวันนี้คุณอาจจะเป็นแค่ลูก แต่ถ้าวันหนึ่งคุณต้องเป็นพ่อ อย่างน้อยตัวละครพวกนี้อาจจะเตือนคุณได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
อย่าลืมนะคะ เราเลือกพ่ออย่างที่เราอยากมีไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นลูกที่พ่อภูมิใจได้ค่ะ
.......................................
(หมายเหตุ พ่อ : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)



