บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม : ทางรอดของ'คนขายจาน'

มองผ่านเลนส์คม : ทางรอดของ'คนขายจาน'

05 ธ.ค. 2555

ทางรอดของ "คนขายจาน" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร

          ข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจทีวีดาวเทียมเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ "เจ้าพ่อจานดาวเทียม" จับมือกับผู้ผลิตคอนเทนท์ชื่อดังตั้งบริษัทร่วมกันก้าวสู่ยุทธศาสตร์ "เพย์ทีวี"  
 
          ว่ากันว่า นี่คือจุดปรับตัวของ "คอนเทนท์ โปรวายเดอร์" ผู้ผลิตรายการทีวีกับ "แพลตฟอร์ม โอเปอเรเตอร์" คนขายจานขายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม
 
          ที่สำคัญ มันเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจฮาร์ดแวร์ในวงการทีวีดาวเทียม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้กำไรจากการขายจานดาวเทียมและขายกล่องรับสัญญาณ อาจไม่ยั่งยืนและนำพาธุรกิจให้อยู่รอดได้
 
          เมื่อ บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมลงทุนกับ บริษัท เวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) จัดตั้ง บริษัท ฟรีไซซ์ บรอดแคสติ้ง จำกัด
 
          "ฟรีไซซ์" ถือเป็นยุทธศาสตร์ร่วมกันในการต่อยอดและเติบโตไปด้วยกัน ทั้งคอนเทนท์และแพลตฟอร์ม พูดง่ายๆ ผู้เล่นในสนามทีวีดาวเทียม ใครจะก้าวไปสู่การประกอบกิจการแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือเพย์ทีวีในอนาคต สิ่งสำคัญคือ คอนเทนท์ต้องเยี่ยมและเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนได้
 
          ด้วยเหตุนี้ พีเอสไอจึงจับคู่กับเวิร์กพอยท์ทำทีมใหม่ "ฟรีไซซ์" ลงเล่นในสงครามธุรกิจเพย์ทีวี แข่งขันกับแกรมมี่ อาร์เอส ทรูวิชั่นส์ และซีทีเอช 
 
          คนทั่วบ้านทั่วเมืองทราบดีว่า พีเอสไอเป็นเจ้าพ่อจานดาวเทียม มีความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์ม มีผู้ใช้บริการในปัจจุบันกว่า 10 ล้านครัวเรือน แต่วันนี้มันใกล้ถึงจุดอิ่มตัว เฉพาะพีเอสไอในปีนี้ มียอดขาย 3 ล้านชุด และตั้งเป้าปีหน้าอีก 3.5 ล้านชุด
          
          เหนืออื่นใด กำไรลดลงจากการแข่งขันแพลตฟอร์มของผู้เล่นรายใหม่อย่างแกรมมี่และอาร์เอส จึงคาดว่าในอนาคต อาจมีราคาต่ำสุดๆ ถึงขั้นแจกฟรีเลยก็ได้
 
          ปัจจุบันผู้ประกอบการด้านฮาร์ดแวร์ได้กำไรจากการขายกล่องรับสัญญาณเพียง 10 บาท/กล่องเท่านั้น เนื่องจากมีต้นทุนสูงขึ้นจากกฎเกณฑ์ของ กสทช. ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนำเข้า 10 บาท/กล่อง ค่าคำขอพิจารณาใบอนุญาตอีก 500,000 บาท
 
          หากต้องการให้บริษัทอยู่รอดจะต้องขายกล่องได้ปีละกว่า 1 ล้านกล่อง ถือเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มต้องหาทางออก ด้วยการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวี ไม่งั้นก็ต้องล้มหายตายจากไป
 
          ไม่เพียงแต่พีเอสไอ ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมในกลุ่ม "บิ๊กโฟร์" ประกอบด้วย ไดน่าแซท ไทยแซท ลีโอเทค และ อินโฟแซท ซึ่งมีผู้ใช้บริการอยู่ 2 ล้านครัวเรือน ได้ร่วมทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในการจัดตั้งบริษัทเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบจัดเรียงช่อง หรือ OTA ตามเกณฑ์การขอใบอนุญาตโครงข่ายแบบไม่ใช้คลื่นความถี่ที่ กสทช. กำหนด ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการเสียค่าธรรมเนียมรายปี เพื่อส่งเข้ากองทุนวิจัยสื่อฯ 2%
 
          นอกจากนี้ อินโฟแซทวางแผนให้บริการช่องรายการเพย์ทีวี ในช่วง มกราคมปีหน้า โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านคอนเทนท์รายหนึ่ง โดยค่าบริการจะเป็นลักษณะ "พรีเพด" อาจเสียค่าใช้จ่ายปีละ 500 บาท โดยมั่นใจว่าคอนเทนท์จะมีความน่าสนใจ
 
          ผู้บริหารแพลตฟอร์มรายหนึ่งบอกว่า แม้ธุรกิจกล่องรับสัญญาณยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่อยู่ในภาวะการเติบโตที่ทรงตัวที่ปีละ 20% และท้ายสุดคาดว่าจะเหลือผู้ประกอบการฮาร์ดแวร์ไม่เกิน 5 ราย จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 10 ราย
 
          สรุปว่า เพย์ทีวีคือทางรอดของคนขายจาน ขายกล่องรับสัญญาณ ฉะนั้นผู้บริโภคที่เคย "ดูฟรีไม่มีรายเดือน" ก็คงต้องทนดู "ทีวีขยะ" ต่อไป
 
          คอนเทนท์ดีๆ มีค่ามีราคา จะถูกเข้ารหัส หากอยากดูก็ต้องจ่ายรายเดือน คำว่าดูฟรีตลอดชาติ ก็คงเป็นคำโฆษณาที่จืดจางลงไปเหมือนน้ำแห้งคลองในหน้าแล้ง
.......................................
(หมายเหตุ ทางรอดของ "คนขายจาน" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)