
'ซาร์แห่งโลกไซเบอร์กับโลกหลังสตีฟ จ็อบส์'
'ซาร์แห่งโลกไซเบอร์กับโลกหลังสตีฟ จ็อบส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร
นักคิดตะวันตกชื่ออันโตนิโอ กรัมชี่ได้เสนอแนวคิดเรื่อง hegemony หรือการครองอำนาจนำ สรุปเรื่องยาวให้สั้นคือ อำนาจที่มั่นคงยืนยาวนั้น ไม่ใช่เพียงได้มาจาก การใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทรงอำนาจเข้ายึดครองเท่านั้น
กรัมชี่แสดงให้เห็นว่า “การเอาชนะทางวัฒนธรรมต่างหากคือที่มาของการครองอำนาจอย่างแท้จริงในสังคม” เริ่มจากส่วนเล็กๆ ที่สุดคือครอบครัว เราก็มีจิตสำนึกที่ถูกปลูกฝังเอาไว้ให้นับถือพ่อแม่ ปูย่า ตายาย ฯลฯ โดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาก่อกบฏกับคนในบ้าน ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราจะพูดถึงมันในแง่ของอำนาจที่ถูกปลูกฝังไว้ จนสั่งสมเป็นความคิด ความเชื่อ ตกตะกอนแน่นอยู่ในจิตสำนึกของเรา โดยค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นวิถีชีวิต
ในสังคมไทยของเรามีสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจนำ” ซ่อนอยู่ในทุกระดับของสังคม...
จากครอบครัวสู่หมู่บ้าน จากตำบลสู่อำเภอ จากจังหวัดถึงระดับประเทศ จนไปถึงระดับโลกแบบรัฐสู่รัฐ แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสังคมออนไลน์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เราจะเห็นได้ทุกที่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ของโลกในศตวรรษนี้ต่างเข้าถึง หรือไม่ก็มีส่วนได้รับผลกระทบจากนวัตกรรมสื่อไซเบอร์ทั้งหลาย ไม่ว่า ไอโฟน ไอแพด ฯลฯ ต่างแทรกซึมเข้าไปสู่วิถีชีวิตโดยแทบจะไร้เสียงต่อต้านและการขัดขืน
แน่นอน มีคนบางกลุ่มตั้งคำถามกับนวัตกรรมต่างๆ และโซเชียลเน็ตเวิร์กที่กลายเป็นพลังทางสังคมรูปแบบใหม่เหล่านี้ แต่คนที่ตั้งคำถามก็มักจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่ดี เป็นผู้ใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสิ่งที่กลายมาเป็น “ซาร์แห่งโลกไซเบอร์”
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น... ในอดีตการที่ผู้นำสักคนจะสร้างอำนาจนำขึ้นมาได้นั้น ช่างแสนอยากลำบาก อำนาจนำสร้างยาก แต่ก็ลบล้างยากเช่นกัน นโปเลียน พิชิตยุโรปได้ด้วยกำลังทหาร แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดชาตินิยมของประเทศต่างๆ ได้ จักรวรรดิของพระองค์จึงไม่สามารถอยู่ยั้งยืนยงได้ชั่วกาล เพราะการยึดครองด้วยกำลังทหารไม่อาจเทียบเท่าการยึดครองด้วยวิถีชีวิต และความเชื่อนั่นเอง
สตีฟ จ็อบส์ ทำสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร อาจไม่ใช่เขาคนเดียวที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ แต่เขาคือตัวเอกอย่างไม่ต้องสงสัย มนุษย์ค่อนโลกรับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ที่เขามอบให้ และสิ่งนี้จะคงอยู่ต่อไปจนกว่ามนุษย์จะหมดปัญญาผลิตกระแสไฟฟ้า “อำนาจนำ” ที่สตีฟ จ็อบส์สร้างขึ้นมีสิ่งที่ นิคโคโล มาเคียเวลลี บิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่เรียกว่า “ความรักและความกลัว” อยู่ในตัวของมันเอง โดยไม่ต้องมีกฎหมายสักมาตราเดียวกำกับ
คำแถลงการณ์อาจเป็นถ้อยคำที่ไร้ความหมาย หากมันไม่สามารถชักจูงให้ผู้คนปฏิบัติตามได้อย่างแท้จริง แต่พลังแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่เป็นอย่างนั้น มันจะยังคงเดินหน้าต่อไป
ชีวิตมนุษย์นอกจากการกิน นอน ขับถ่าย มีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตามธรรมชาติแล้ว ผลิตผลอื่นๆ ที่เราเรียกมันว่าวัฒนธรรม อุดมการณ์ ความเชื่อหรืออะไรก็ตาม ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อสนองอำนาจทางสังคมด้านใดด้านหนึ่งทั้งนั้น เราควรเท่าทันสิ่งเหล่านี้ “โลกไซเบอร์” อาจกลายเป็นเพียงร่างทรงของอุดมการณ์บางชนิด แต่จะไม่มีอุดมการณ์ชนิดไหนยืนยาวถาวร เพราะมันเป็น “อำนาจนำ” ที่มีการครอบงำแบบกดขี่ต่างจาก “อำนาจนำของโลกไซเบอร์” ที่ทุกคนพร้อมที่จะถวายตัวให้ความเชื่อนั้น...
.......................................
(หมายเหตุ 'ซาร์แห่งโลกไซเบอร์กับโลกหลังสตีฟ จ็อบส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... จ๋า ยศสินี ณ นคร)



