ผมกับการตัดสินรางวัลดีไซน์ระดับโลก
ผมกับการตัดสินรางวัลดีไซน์ระดับโลก : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow
เป็นธรรมดาที่ทุกปี "กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ" จะเชิญผมร่วมเป็นกรรมการตัดสินรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมของประเทศที่ถูกตั้งชื่ออย่างเก๋ไก๋ว่า "DEmark" ซึ่งสามารถออกเสียงพ้องกับภาษาไทยเราได้ด้วยว่า "ดีมาก" แต่แท้จริงแล้วย่อมาจาก "Design Excellence Mark" หรือสัญลักษณ์การออกแบบที่เป็นเลิศ
ในทุกๆ ปี กรมส่งเสริมฯ จะได้รับความร่วมมือจาก Gmark (Good Design Mark) ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกเทียบเท่า Red Dot หรือ iF Design Awards ของเยอรมันนี โดยจะส่งกรรมการชาวญี่ปุ่นซึ่งมีบุคลิกที่เคร่งขรึม เป็นศาสตราจารย์ด้านการออกแบบจากมหาวิทยาลัยดังมาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินรางวัลให้สินค้ามีดีไซน์ในประเทศไทยด้วยเพื่อให้มาตรฐานของเราได้รับการยอมรับมากขึ้น
เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะทำงาน Gmark ของประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งตั๋วเครื่องบินชั้น Royal Silk ของการบินไทยเรามาให้ผมและคุณโอภาส ลิมปิอังคนันต์ นายกสมาคมThaiGa(r) ซึ่งเจ้าตัวเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของประเทศ เราขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าไปยังกรุงโตเกียวเพื่อเป็นกรรมการตัดสินรางวัล Gmark Award ร่วมกับคณะกรรมการผู้เคร่งขรึมชาวญี่ปุ่นและอินเดีย ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ผมก็ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่เขาเชิญมาเป็นเฉพาะเจาะจง
เมื่อไปถึงฮอลล์จัดแสดงชิ้นงานใน Tokyo Big Sight อันโอ่อ่าก็พบว่าเป็นภารกิจที่หนักมาก เนื่องจากสินค้ามีเป็นพันๆ ชิ้น ทั้งที่ออกวางจำหน่ายแล้วและยังไม่ออกวางจำหน่าย ผู้ผลิตสินค้าทั้งโลกต่างตบเท้าส่งสินค้ามายังงานประกวดนี้ซึ่งหวังจะได้สัญลักษณ์ Gmark ไปพิมพ์ประดับฝากล่องเพื่อจะทำให้สินค้าขายดีขึ้น คณะผู้จัดงานได้ทำให้การตัดสินนี้เป็นไปได้ภายใน 1 วันด้วยการ "คัดเลือก 100 Good Design" จากสินค้าเป็นพันๆ ชิ้นนั้น เพื่อให้คณะกรรมการเลือก 10 ชิ้นยอดเยี่ยมของตัวเอง ซึ่งสำหรับผมแล้วก็ยังเป็นงานยากมากอยู่ดี เนื่องจาก 100 ชิ้นที่มากองอยู่ตรงหน้าก็ต่างสุดยอดกันทั้งนั้น หากให้คะแนนได้ตามใจผมอยากจะมอบรางวัลให้ซัก 50 ชิ้น แต่นี่ต้องเลือกเพียง10ชิ้น ก็ต้องพินิจพิเคราะห์มากจนสมองเหนื่อย
ผลงานที่ส่งเข้ามามีตั้งแต่ไอที, เครื่องใช้ในบ้าน, เฟอร์นิเจอร์, งานออกแบบบรรจุภัณฑ์, รถยนต์บ้าน, รถใช้ในอุตสาหกรรม, บ้านที่ออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ-ป้องกันแผ่นดินไหว ฯลฯ หลากหลายมากขนาด แคมเปญรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมก็ยังมีคนส่งมาประกวด มีสินค้า 2 ชิ้นจากนักออกแบบชาวไทย คุณวิไลและคุณมาโนช เป็นพรมลายหินเห็นเป็นก้อนๆ 3 มิติ และโคมไฟไม้ DIY ออกแบบได้อย่างน่าสนใจมากติด 1 ใน 100 ด้วย โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมาตั้งบูธนำเสนอผลงาน DEmark ชิ้นอื่นๆ ให้แก่ชาวญี่ปุ่นด้วย
ผมกับคุณโอภาสได้แยกกันลงคะแนน แต่ก็มีช่วงเดินสวนๆกันบ้างเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ การตัดสินรางวัลลักษณะนี้เราจะดูเพียงความสวยงามอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมองไปถึงลักษณะการใช้งานและความสามารถที่ทุกคนจะใช้งานมันได้ตามหลัก Universal Design ..งานที่ผมเลือก 10 ชิ้น มีหลักๆ ที่รู้จักกันในวงการไอที ก็มี Windows8, แอพแชท LINE, โทรทัศน์ OLED ของ Samsung ที่บางแบบน่าเอาไปทำมีด, โปรเจกเตอร์ฉายแนวตั้งของ Ricoh ฯลฯ เมื่อหมดเวลารอบแรก คณะทำงานก็จะนำ 10 อันดับในดวงใจของกรรมการทั้งหมดมาแสดงแต้มบนจอใหญ่เพื่อวัดว่าชิ้นใดจะเป็น 1ใน 10 ปรากฏว่าช่วงนี้สนุกมากครับ เพราะคณะกรรมการต้องยกมือเพื่อแสดงทัศนะต่อชิ้นงานต่างๆ เป็นการดีเบตกันที่สนุกและประเทืองปัญญามาก แน่นอนว่ากรรมการผู้เคร่งขรึมชาวญี่ปุ่นต่างถกเถียงในภาษาของตัวเองครับ ณ จุดนี้เราได้ "วุ้นแปลภาษา" เป็นโอบาซัง 2 ท่าน นั่งแปลสดส่งคลื่นเสียงหาหูเราโดยตรงผ่านอุปกรณ์ เธอแปลเร็วมากเหมือนพูดสิ่งนั้นเอง ฟังปุ๊บแปลออก ปากพูดประโยคก่อนหน้า หูฟังประโยคต่อไป สมองแปลต่อเนื่อง ปากพูดออกไป! โอ้ว ผมอยากทำได้บ้างจัง ประสาทสัมผัสดีมากๆ เลย (ตอนจบงานผมเดินไปขอบคุณและชื่นชมเธอ เธออายม้วนต้วนใหญ่ :)
รอบบ่าย เราต้องเดินตัดสินอีกครั้งหลังฟังดีเบตของคณะกรรมการทุกคนแล้ว ตอนนี้มุมมองของผมเปลี่ยนไปอีกเล็กน้อย และเริ่มมองชิ้นงานที่ตอนแรกไม่ได้มองเห็นความสำคัญนัก
ชิ้นงานหนึ่งที่ได้รางวัลคือ Cloud Font Service เป็นการนำฟอนต์ภาษาญี่ปุ่นที่เป็นอัตลักษณ์ในงานสิ่งพิมพ์แต่โบราณมาพัฒนาให้ใช้ได้กับงาน New Media หลากหลายรูปแบบในปัจจุบันได้ เช่น พอร์ตออกไปเป็นระบบ Audio Text เพื่อคนพิการและเพื่ออรรถประโยชน์มากมายเพื่อทำให้โครงสร้างภาษาที่สวยงามยังดำรงอยู่ต่อไป นอกนั้นก็มี "จักรเย็บผ้า Brothers" ที่ปกป้องนิ้วมือของผู้เย็บและให้ความปลอดภัยได้สูงสุด (ถ้าแม่ผมเกิดเป็นช่างตัดเสื้อในยุคนี้ แม่คงไม่ต้องมีแผลเข็มแทงนิ้วเลยล่ะ) อีกชิ้นที่น่าสนใจคือ "Nike Fuelband" เป็นริสแบนด์อิเล็กทรอนิกส์ที่รวบเทคโนโลยีเพื่อวิทยาศาสตร์การกีฬาไว้ในข้อมือเราได้ เพื่อประมวล-วิเคราะห์ผลการออกกำลังกายเราได้อย่างซับซ้อน
Gmark มอบรางวัลระดับ Gold ให้เพียง 14 ชิ้น ชิ้นที่ 14 ดันมี 2 ชิ้นที่คะแนนเท่านั้น เลยต้องถกกันหน้าดำคร่ำเครียดเกือบชั่วโมง (ถ้าเป็นคนไทยเราก็ใจดีมอบให้ทั้ง 2 ชิ้นไปแล้วล่ะ)
หลังวันตัดสินผมได้กลับไปเข้ายังงานอีกครั้งเพื่อถ่ายทำรายการแบไต๋ไฮเทค ซึ่งจะออกอากาศในวันนี้ทางแมงโก้ทีวี,ดู๊ดทีวีและเนชั่นแชนแนลเพื่อให้ท่านชมอย่างจุใจ ผมได้เห็น "ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก" ตบเท้าเข้าสู่งานและชมสินค้าอย่างเนืองแน่น ทั้งๆ ที่งานนี้คิดค่าเข้าชม 380 บาท และไม่มีสินค้าลดราคาขาย เขามาหยิบ มาจับ มาศึกษาสินค้าที่ออกแบบดีเพื่อชีวิตของพวกเขาในอนาคต ที่น่าทึ่งคือสินค้าทุกชิ้นไม่มีโซ่ล่ามไว้ เขาให้จับใช้อย่างไม่เกรงกลัวความเสียหาย ผู้จัดบอกว่า "ผู้คนจะเข้าถึงความเป็น Good Design ได้ก็ต้องทดลองจับด้วยตัวเองเท่านั้น" ..เขามั่นใจใน "คุณภาพคน" ของเขานั่นเอง
.......................................
(หมายเหตุ ผมกับการตัดสินรางวัลดีไซน์ระดับโลก : คอลัมน์ หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์@nuishow)



