
พรมแดนของโลกมาย - มิวสิกก้า คิวบานา โลกาภิวัตน์
ความสุข ความประทับใจ และความทรงจำ ของคนที่เคยดูหนังสารคดีดนตรี Buena Vista Social Club ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมายังไม่เลือนหายไป ปี 2008 คอนเสิร์ต Musica Cubana Live in Tokyo ถูกจัดขึ้นอีกครั้ง ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย วิม เวนเดอร์ คนเดิมเพียงแต่ไร้เงา
ศิลปินจากชุดที่แล้วมีเพียง Pio Lieva คนเดียวเท่านั้น ที่เหลือเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทั้งหมด สถานที่จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ น่าจะเป็นผับขนาดใหญ่สักแห่งหนึ่ง ไม่มีการจัดที่นั่งไว้สำหรับคนดู ทุกคนยืนและพร้อมสำหรับการเต้น วงดนตรีวงนี้ใหญ่ไม่แพ้วงเก่า เพียงแต่รูปแบบหน้าเวทีใหม่และใสสดกว่า แฟนเพลงรุ่นก่อนโดยเฉพาะแฟนของ
ไร คูเดอร์ คงจะคิดถึงเขาไม่น้อย แต่ไม่เป็นไร พวกเขาไม่ลืมสะกิดต่อมความถวิลหาอดีต ด้วยเพลง Chan Chan เพลงเดียวกันแต่บรรยากาศการร้องการแสดงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แฟนเพลงรุ่นเก่าหลายคนคงจะฉงนใจไม่น้อย เมื่อได้ยินเสียงร้องแหบห้าวของสาวคิวบามาดแอ็กติวิสท์ กับลีลาโยกย้ายส่ายร่างของหล่อนบนเวที “เฮ้ย นี่มันพวกฮิพฮอพนี่หว่า” จนอยากจะร้องดังๆ ว่า สังคมนิยมหรือจะพ้นมือโลกาภิวัตน์
การที่ วิม เวนเดอร์ เลือกโตเกียวเป็นจุดเปิดคอนเสิร์ตถ่ายทำหนังครั้งนี้ น่าจะมีการทำวิจัยมาก่อนว่าที่นั่นเป็นจุดขายทางวัฒนธรรม และคนญี่ปุ่นเป็นนักฟังเพลงคุณภาพไม่แพ้ใครในโลกนี้ ตรงนี้ขอให้สังเกตแค่การปรบมือประกอบจังหวะกับท่วงท่าการเต้นของพวกเขา บอกได้ว่าไร้ที่ติจริงๆ แม้จะเป็นจังหวะดนตรีที่ค่อนข้างยากก็ตาม ข้อแตกต่างที่เห็นชัดที่สุดถ้าเทียบกับรูปแบบการแสดงของคนรุ่นปู่ในครั้งก่อน เอาแค่ภาพลักษณ์ของนักร้องผิวดำทรงผม dead-lock กับท่วงท่าการร้องการเต้นของเธอและพวก ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามพวกเขาก้าวข้ามพรมแดนสังคมนิยม เข้าสู่โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมอย่างไม่อาจเลี่ยงพ้นได้
ครั้งนี้คงเหลือผู้เฒ่า Pio Lieva คนเดียวสำหรับคอเพลงรุ่นเก่า ถ้าไม่สังเกตดีๆ คงจำยาก ตอนนั้นแกยังไม่ได้เป็นนักร้องนำ แต่หนุ่มกว่าเพื่อน (ประมาณ 60 ต้นๆ) แกร้องเพลงรักโอบกอดนักร้องสาวรุ่นหลาน ร้องจบแล้วแกปราศรัยต่อ ผู้ชมร้องตามได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เพลง La Luna โดยนักร้องผิวดำคาดศีรษะด้วยผ้าเหลือง เพลงที่เล่นไม่แน่ใจว่าผู้ฟังคุ้นหูกันหรือไม่ แต่จังหวะที่ร้อนแรง ก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่น่าพึงพอใจ ขณะที่เพลงถัดมาเปลี่ยนอารมณ์ด้วยทรัมเป็ตทำนองเสนาะหู อยากบอกตรงๆ ว่าชอบนักร้องสาวฮิพฮอพกับลีลา Rap ของเธอ เสียงห้าวแต่ร้องได้หวานหูในเพลง Digan Lo que Digan สำเนียงกีตาร์กระเดียดมาทางฟิวชั่นแจ๊ส เพลง Pio Mentirosa ผู้เฒ่าร้องเพลงนี้ขนาดฟังไม่ออกยังรู้สึกสนุกตาม จนได้รับดอกไม้ คนเล่นกีตาร์ที่สวมเสื้อคลุมยาวก็เล่นได้สนุก
เพลงสุดท้ายเชิญผู้ชมขึ้นมาร่วมบนเวที สาวสวยผมยาวหุ่นดีเต้นน่ารักมาก ยังมีเด็กผู้หญิงและชายวัยกลางคนอีกคน โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า อาริกาโตะ (ขอบคุณ) เป็นภาพน่าประทับใจ การนำพาให้ผู้ชมร้องตามในภาษาของพวกเขา ต่างก็ได้รับความสุขร่วมกัน
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



