
ความหวังของพงษ์สิทธิ์
ความหวังของพงษ์สิทธิ์ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
แม้จะมีสถานะเป็นหนึ่งใน ‘ตำนานเพลงเพื่อชีวิต’ แต่ช่วงหลังเวลาพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ออกอัลบั้มก็ดูไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเราจะนึกว่าถ้าไม่ใช่อัลบั้มรวมฮิตก็คงเป็นอัลบั้มบันทึกการแสดงสด
ว่ากันตามข้อเท็จจริง พี่ปูก็ไม่ได้ออกอัลบั้มที่มีเพลงใหม่จริงๆ มาแล้วหลายปี ถ้าจำไม่ผิดอัลบั้มล่าสุดของพี่ปูคือ วันใหม่ ที่ออกมาเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ดังตูมตามและดูจะทิ้งช่วงกับงานล่าสุดนี่พอสมควร
อัลบั้มใหม่เอี่ยมของพี่ปูที่เพิ่งออกวางขายใช้ชื่อชุดว่า 25 ปี (มีหวัง) นัยว่าจะสื่อถึงการอยู่ในวงการดนตรีมาแล้ว 25 ปี ส่วนคำว่า ‘มีหวัง’ ในวงเล็บนั้นหมายถึงอะไร คงต้องลองฟังกันดู
พี่ปูก็เปิดอัลบั้มด้วยเพลงที่เป็นชื่ออัลบั้มเลย เพลงนี้ใช้เสียงไวโอลินกับฮาร์โมนิก้าช่วยกันกรีดอารมณ์มาตั้งแต่ต้นเพลง เนื้อหาเหมือนเป็นบอกความในใจของพี่ปู “เห็นบ้านเมืองเรื่องราวสะท้อนใจ ไปยังไม่ถึงไหน เวียนวนว่ายกลับ” แต่ถึงจะทอดถอนใจบ้าง ส่วนที่เป็นความหวังก็ยังมีอยู่ อย่างที่พี่ปูร้องอีกท่อนว่า “เห็นผู้คนหนุ่มสาวพอชื่อใจ นัยน์ตามีประกายแห่งความหวัง ดันหลังให้เราไปต่อ” ก่อนจะประกาศเจตนารมณ์ในอีกท่อนอย่างชัดเจนว่า “25 ปี เก้าพันกว่าวัน ไม่เคยแปรผันเส้นทางแห่งความหวัง หวังให้ทุกคนทุกข์ทนหมดไป ให้แผ่นดินไทยเต็มไปด้วยความหวัง”
คนฟังเพลงไทยอย่างผมได้ฟังแทร็กแรกแล้วก็ชื่นใจที่ยังได้เห็นศิลปินเพื่อชีวิตระดับ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ออกมาประกาศเจตนารมณ์แบบชัดๆ อีกครั้งผ่านบทเพลงใหม่นะครับ
ในอัลบั้มนี้มีเพลงทั้งหมด 10 เพลงครับ นับว่าเป็นจำนวนไม่เยอะสำหรับอัลบั้มยุคนี้ แต่ 10 เพลงนี้กลับเปี่ยมพลังทุกเพลง เสียงร้องของพี่ปูยังไม่มีตก ดนตรียังเต็มไปด้วยฝีไม้ลายมือ และเนื้อหาก็บอกเล่าอะไรมากมายจากมุมมองของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์
สำหรับศิลปินเพื่อชีวิตตัวจริงแล้ว การแสดงความเห็นและบันทึกเรื่องราวทางการเมืองเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ พี่ปูเลยมีเพลงเล่านิทานเปรียบเทียบอย่าง นครลิง ที่เล่าถึงลิงสีต่างๆ มาเป็นแทร็กเด่น พ่วงด้วย ศพสุดท้าย ที่เล่าเรื่องตรงๆ ถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองด้วยสำนวนราวบทกวี น่าจะทำให้คนคลั่งสีฟังแล้วคิดอะไรได้บ้าง แล้วก็มีเพลง ปรองดอง ที่แดกดันคำยอดฮิตคำนี้อย่างสนุกสนาน แค่ไวโอลินล้อเลียนทำนองเพลงชาติไทยและเสียงพูดเป็นโฆษกของพี่ปูตอนอินโทรก็ชวนยิ้มแล้ว
ด้านมุมมองต่อสังคม พี่ปูแต่งเพลง อยากเป็นนักศึกษา และ คิดไม่ไกล ออกมาเล่าถึงคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสในสังคม อยากเป็นนักศึกษา นั้นพูดถึงคนที่ใฝ่ดีที่มุ่งหวังจะหาการศึกษาให้ตัวเอง แม้ว่าฐานะจะยากลำบาก ขณะที่เพลงฮาร์ดร็อก คิดไม่ไกล เล่าเรื่องคนที่ไม่มีโอกาสเหมือนกัน แต่ตัดสินใจผิดจนถูกจับขังคุก
สำหรับแฟนเพลงที่ติดตามพี่ปูมาเพราะถูกใจเพลงรักสไตล์เพื่อชีวิตแบบ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ พี่ปูก็มีเพลง ฉันจะบอกให้เธอรู้ เป็นเพลงรักร้าวที่ร้องเค้นอารมณ์แบบที่แฟนๆ สายหวานหม่นต้องถูกใจ ตามด้วยเพลง รักการเมือง ที่ฝังเผินๆ ก็เป็นเพลงอกหักอีกเพลง แต่ดูชื่อเพลงแล้วก็ชวนคิดว่าอาจเป็นการเล่นล้อเลียนกับเรื่องการเมืองอีกเพลงก็เป็นได้
แต่ที่เป็น ‘ของใหม่’ และผมว่าเป็นแทร็กที่เยี่ยมมากคือเพลงอะคูสติกเพราะๆ ชื่อ เพราะรักเธอยังอยู่ ครับ เพลงนี้ฟังทีแรกก็รู้สึกว่าเป็นสไตล์แบบที่พี่ปูไม่เคยทำ คือการออกแบบไลน์กีตาร์และทางคอร์ดดูมีความโมเดิร์น ท่วงทำนองก็ไม่หม่นเศร้าเท่าไหร่ พลิกดูเครดิตแล้วเห็นชื่อคนเรียบเรียงและแต่ทำนองเป็น ชาตรี คงสุวรรณ ถึงได้เห็นแจ้งว่านี่เป็นการร่วมงานของสองผู้ยิ่งใหญ่ต่างสายทางดนตรีนั่นเอง
พี่ปูปิดทิ้งท้ายอัลบั้มด้วยเพลงชื่อ ไม่มีวันท้อ เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้อารมณ์คล้ายๆ เพลงเปิดอัลบั้มครับ แต่มีอารมณ์คลี่คลายกว่า เป็นการมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง หันไปมองมิตรภาพที่ยังเหลืออยู่ในชีวิต เป็นเพลงแบบที่เหมาะจะเอาไปร้องปิดคอนเสิร์ต หรือไม่ก็ปิดท้ายงานเลี้ยงรวมรุ่นของเพื่อนฝูง
ในเมื่อตำนานเพลงเพื่อชีวิตคนนี้ยังมีความหวัง เป็นความหวังที่ได้พลังจากแววตาของคนรุ่นใหม่ มาผสมกับความหวังที่เขาเคยมีมาเสมอตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กหนุ่มหัดเล่นดนตรีเพื่อชีวิต กระทั่งผ่านการตระเวนร้องเพลงมาทั่วประเทศ พบเจอผู้คนมากมาย เห็นเรื่องชวนสะท้อนใจมาก็เยอะ แต่เขาก็ยังมีความหวัง
ดังนั้นคนฟังเพลงอย่างเราก็ต้องมีความหวัง ทั้งความหวังต่อเพลงไทย และความหวังในบ้านเมืองครับ
.......................................
(หมายเหตุ ความหวังของพงษ์สิทธิ์ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



