บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล (1)
กับการปักธงบนแผนที่โลก

กวนเพลงให้น้ำใส - หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล (1) กับการปักธงบนแผนที่โลก

28 พ.ค. 2552

งานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหินเมื่อวันก่อน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น เมื่อผู้มีความปรารถนาดีต่อวงการดนตรี ทั้งผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน สื่อมวลชน และศิลปิน ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

  ในวันนั้น คำกล่าวสั้นๆ ของผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบนเวที บ่งบอกว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาร่วมงานบ้างแล้ว โดยกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

 ใครก็ตามที่ไปร่วมงานแถลงข่าว โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปเยือนเทศกาลดนตรีที่ว่า คงอดเคลิบเคลิ้มกับการมองโลกในแง่ดีไม่ได้ เพราะด้วยคำบอกเล่าด้านบวก น้ำเสียงเชิญชวนให้ไปสัมผัสงาน ผนวกกับเสียงดนตรีอันไพเราะของศิลปินไทยชั้นนำที่นำมาเรียกน้ำย่อยในงาน กระตุ้นให้เกิดความสนใจได้ไม่ยาก

 แต่สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ไปเยือนงานนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา อาจไม่ได้คล้อยตามไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่สนใจในเนื้องานดนตรี และมองการไปร่วมเทศกาลดนตรีก็เพื่อเสพฟังดนตรีมากกว่าอะไรอื่น เทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหินอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม หากไม่มีการวางแผนแก้ไขในระยะยาว

 เหตุผลชัดเจนที่สุด คือ “คุณภาพของผู้ชม” ซึ่งอาจทำให้เทศกาลนี้ได้ชื่อว่าเป็นเทศกาลที่มีผู้ชมมานั่งคุยกันเสียงดังที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ชมจำนวนไม่น้อย แค่ต้องการเปลี่ยนสถานที่พบปะสังสรรค์กันเท่านั้น โดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติริมทะเลและเสียงดนตรีเป็นแบ็กกราวนด์ สำหรับคนกลุ่มนี้ ดนตรีจึงกลายเป็นเรื่องรองไปโดยปริยาย

 เหตุและปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากลักษณะของการจัดงานแบบ “เข้าชมฟรี” ทำให้ผู้จัดงานไม่สามารถคัดกรองผู้เข้าชมงาน ปริมาณผู้คนจึงล้นทะลักบนชายหาดที่มีลักษณะแคบ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเวทีในพื้นที่อื่นนอกจากชายหาด ความแออัดยัดเยียดจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 เมื่อพฤติกรรมของผู้ชมจำนวนไม่น้อยเป็นเช่นนี้ และได้กระจายปะปนอยู่ทั่วไปภายในงาน จึงส่งผลกระทบต่อผู้ชมที่มีคุณภาพบางส่วน ซึ่งมีความสนใจ (Attention) มาฟังดนตรีโดยตรง ต้องพลอยเดือดร้อนรำคาญกับสิ่งเร้าหรือสิ่งรบกวนที่มิได้มุ่งหวังนี้ด้วย

 ในอนาคต การสูญเสียผู้ชมที่มีคุณภาพกลุ่มนี้ไป โดยได้ผู้ชมที่มีพฤติกรรมพบปะสังสรรค์มาแทนที่ ในด้านหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพโดยภาพรวมของเทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน ไม่มากก็น้อย เนื่องจากบรรยากาศที่มีเสน่ห์ของเทศกาลดนตรี ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมยามเสพฟังดนตรีนั่นเอง

 ยิ่งจินตนาการตามข้อมูลของผู้บริหาร ททท. ที่ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจมาร่วมงานด้วยแล้ว ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า ความประทับใจในงานนี้  แบบบอกต่อ ”ปากต่อปาก” จะเป็นเช่นใด

 เรื่องนี้ ปีเตอร์ กัน นักวิชาการที่สนใจด้านการจัดการวัฒนธรรม ให้ความเห็นว่าด้วยความรู้ด้านการจัดการทางวัฒนธรรม สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาระหว่าง “ผู้ชมที่มีความสนใจมาก” กับ ”ผู้ชมที่มีความสนใจน้อย” ต่อการแสดงหนึ่งๆ ได้ โดยอาจจัดให้เกิดเวทีย่อยมากขึ้น เพื่อกระจายความสนใจให้สอดคล้องกับผู้ชมกลุ่มนั้นๆ  นอกจากนี้ยังควรจัดให้มีโซนอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อแยกกลุ่มที่ต้องการเพียงแค่การพบปะสังสรรค์ออกไป ซึ่งอาจจะรวมถึงโซนสันทนาการอื่นๆ

 นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ในปีนี้ ทางผู้จัดงานเลือกให้มีเวที “โผน กิ่งเพชร” ขึ้นเป็นทางเลือกสำหรับผู้ชมดนตรี นอกจาก “เวทีชายหาด” เพื่อเป็นการกระจายความหนาแน่นออกไปยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าในหัวหิน ยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งสามารถรองรับได้

 อย่าลืมว่า แม้กระทั่งเทศกาลแจ๊สที่นิวออร์ลีนส์ ก็มิได้จัดติดทะเล เช่นเดียวกันกับ เทศกาลแจ๊สนอร์ธซี ก็มิได้ตั้งอยู่ริมชายหาดเช่นกัน

 ปีที่ 8 ของเทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของทิศทางการจัดการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และมีโนว์ฮาวมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เวียดนามจะแซงหน้าเราไป หลังจากที่ “จาวา แจ๊ส เฟสติวัล” แห่งอินโดนีเชียได้ก้าวไปไกลหลายเท่าแล้ว

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"
www.oknation.net/blog/rakmusic