บันเทิง

 'จีน(ต่อ)'

'จีน(ต่อ)'

19 พ.ย. 2555

'จีน (ต่อ)': คอลัมน์มองโลกแบบวิกรม : โดย...วิกรม กรมดิษฐ์

              วันนี้เราจะไปกันที่ชิงเต่า (Qingdao) ชิงเต่านั้นเป็นมณฑลที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มณฑลชิงเต่าถือว่ามีชื่อเรื่องเบียร์ “เบียร์ชิงเต่า” ที่ถือว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด มีอายุร้อยกว่าปีแล้ว  ตั้งโดยคนเยอรมัน และปัจจุบันนี้เป็นบริษัทของจีนและญี่ปุ่นร่วมลงทุนด้วย เบียร์ชิงเต่านั้นผมรู้จักมานานเพราะว่าเคยไปร้านอาหารจีนที่ไหนก็มีเบียร์ชิงเต่าให้ดื่ม 

               นอกจากนี้แล้วเมืองชิงเต่ามีเรื่องที่น่าสนใจอยู่คือสะพานที่ยาวที่สุดในโลก ชื่อ “ชิงเต่า ไห่วาน" (Qingdao Haiwan) สะพานนี้เชื่อมต่อเข้าเมืองชิงเต่าจากอ่าวเจียวโจว (Jiaozhou Bay) เรียกว่าเป็นโค้งสะพานยาว 42.5 กิโลเมตร ลงทุนทั้งหมด 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 4 ปี

               หลังจากเมืองชิงเต่าผมไปที่เมืองต้าเหลียน (Dalian) ต้าเหลียนเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นเมืองพิเศษ  เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวทั้งรัสเซียและญี่ปุ่นมาเกี่ยวข้องกับจีนมาก ฉะนั้น วันนี้เนื่องจากที่นี่มีประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นว่าเคยปกครองต้าเหลียน ทำให้วันนี้มีคนญี่ปุ่นเข้ามาทำมาหากินในเมืองนี้ถึง 3 แสนกว่าคน 

               สาเหตุที่มีคนมาลงทุนในต้าเหลียนมากเพราะเรื่องของประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ เพราะต้าเหลียนนั้นอยู่ในทะเลเหลือง นับว่าเป็นเมืองต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของจีนในเรื่องการต่อเรือ เรือเดินสมุทรหรือเรือต่างๆ ในโลกนี้

               นอกจากนั้น ต้าเหลียนยังต่อหัวรถจักรที่เกี่ยวกับรถไฟกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของจีน นั่นคือด้านอุตสาหกรรม และอาจเรียกว่ารายได้ของต้าเหลียนนั้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มาจากด้านอุตสาหกรรม 
ส่วนด้านการเกษตรต้าเหลียนกลายเป็นตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ใหญ่อันดับหนึ่งของจีน ที่นี่นั้นถือว่าเป็นแหล่งซื้อขายพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ใหญ่ที่สุดของจีน ในขณะเดียวกันต้าเหลียนนั้นใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในเรื่องของตลาดการซื้อขายพืชผลทางด้านการเกษตร อันนี้มีผลมากเพราะว่าต้าเหลียนถือว่าเป็นเมืองแห่งการซื้อขาย และยังนำไปด้วยซอฟต์แวร์ ต้าเหลียนถือว่าเป็นเมืองซอฟต์แวร์ของจีนทีเดียว นั่นคือสิ่งที่พูดได้ว่า ต้าเหลียนนั้นเป็นเมืองที่เป็นเศรษฐกิจใหญ่ของจีน 

               ฉะนั้น เมื่อไปดูแล้ว ต้าเหลียนมีรายได้ต่อหัวประมาณ 12,000 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อปี มาเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้ว ตอนนี้เรามีประมาณ 5,000 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อปี เท่ากับรายได้ของคนต้าเหลียนนั้นมากกว่าคนไทยวันนี้ประมาณเท่าตัวกว่าทีเดียว นั่นจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ตอนภาคอีสานของจีนนั้นไม่ใช่ภาคอีสานแบบไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นชิงเต่าหรือต้าเหลียนนั้นล้วนแต่มีอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่ก้าวไปข้างหน้า เพราะจีนนั้นมีหลักการในการบริหารประเทศว่าทุกมณฑลต้องพัฒนาด้วยตัวเอง   

 

..............................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)

 

............................................

('จีน (ต่อ)' : คอลัมน์มองโลกแบบวิกรม  : โดย...วิกรม กรมดิษฐ์ <http://www.facebook.com/VikromKromadit>  )