บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:คนค้างคืน

เล่นหูเล่นตา:คนค้างคืน

19 พ.ย. 2555

คนค้างคืน : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

               อย่างที่บอก … ช่วงนี้ไม่ว่าจะหายใจเข้าหรือออก ก็นึกถึงแต่รายการ “เก้าอี้สีแดง” ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเอาเวลาในชีวิตของฉันไปได้มากมายขนาดนี้ ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน ไม่ได้เจอกับใครแม้แต่พ่อแม่พี่น้อง ! ยิ่งเป็นรอบไลฟ์แล้ว สิ่งที่ฉันคิดถึงที่สุดคือ… หมา 2 ตัวแม่ลูกที่บ้าน “เกี้ยมอี๋กับหมี” เวลาที่คิดถึงแม่กับเตี่ยยังโทรศัพท์ไปคุยด้วยได้ แต่คิดถึงหมาเนี่ย โทรหาไม่ได้ ! เพราะมันคงไม่เข้าใจวิธีการสื่อสารของมนุษย์ผ่านเครื่องมือแบบนั้น ปกติฉันเป็นคนไม่เที่ยวไม่ดื่ม (ไม่มีใครคบด้วยตะหาก) เวลาที่ว่างจึงหมดไปกับการดูหนังแผ่น เขียนและอ่านหนังสือ กิน นอน แต่ระยะหลัง 3 วัน รวมกันยังนอนไม่ได้ถึง 10 ชั่วโมง จนบางวันก็น็อกหลับไปซะอย่างนั้น ตอนตื่นก็ไม่อยากจะตื่น อาการเหมือนสมัยเรียนประถมที่กลิ้งไปมาบนที่นอนตอนเช้าไม่อยากตื่นไปโรงเรียนอย่างไรอย่างนั้น แต่เมื่อสร่างขี้ตา สมองเริ่มรวบรวมเรื่องราวที่ค้างคาได้ ฉันก็ดีดตัวขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ไปจัดการฝึกซ้อมลูกทีมของตัวเองที่เหลือน้อยลงทุกที…

                “คุณพี่… เขาจะให้ไปออกรายการฉันไปค้างคืนกับซุปตาร์ คุณพี่จะไปมั้ย?” สีเกดถาม

                โหย…แต่ละซุปตาร์ที่ไปล้วนแต่ลำบากลำบนกันทุกคน แล้วฉันจะเจอกับอะไรเนี่ย ไปกับใครก็ยังไม่รู้

                “ไปกับโค้ชเดอะวอยซ์ทั้งหมดนั่นแหละ”

                ว้าย! ฉันจะได้ไปค้างคืนกับผู้ชายตั้ง 3 คน โดยเฉพาะ ก้อง สหรัถ จะให้ขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน อิฉันก็ยินดีเจ้าค่า… อารมณ์บ้าดาราขึ้นมาเฉยๆ ทั้งๆ ที่รู้จักกันมาก็หลายปี ทำงานกันมาก็หลายครั้ง ทีแรกก็เฉยๆ เพราะเป็นผู้ร่วมงานคนหนึ่งก็แค่นั้น แต่พอเห็นสาวๆ กรี๊ดกร๊าดเขาขึ้นมาก็บ้าตามกันไปซะงั้น อย่างนี้คงเรียกได้ว่า… อุปทานหมู่! บ้าดารามันเสียหายตรงไหนล่ะ คนรุ่นฉันใครๆ ก็บ้าก้อง สหรัถ กันทั้งนั้น จะให้บ้าก้อง ปิยะ รึยังไงล่ะ!

                แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเช้ากว่าปกติ สะลึมสะลือสุดฤทธิ์ วิญญาณกับร่างมันไม่ประสานกันเอาเสียเลย แต่พอนึกว่าจะได้เม้าท์กับเหล่าโค้ช นั่งรถด้วยกันนานๆ ก็ตื่นเต้นขึ้นมาซะงั้น ตอนทำงานในรายการด้วยกันต่างคนก็ต่างเดินไปโน่นไปนี่ไม่มีเวลาจะคุยกันจริงจังเท่าไหร่ คราวนี้ต้องนั่งรถไปไกลๆ หนีไปไหนไม่ได้ คงมีอะไรคุยกันเยอะแยะ แค่คิดก็สนุกแล้ว

                “สีเกด ผู้จัดการของฉันขับรถพามาถึงออฟฟิศโพลีพลัสตั้งแต่เช้าหลังจากฉันแต่งหน้าทำผมที่ร้านคุณนายวาส (ร้านประจำใกล้บ้าน) หน้าผมนมพร้อมมาเรียบร้อยแล้ว ข้าวก็กินอิ่มถึงคอมาแล้วด้วย พร้อมอย่างน่าเกลียด (พร้อมที่สุด) เลยทีเดียว ถึงไหนถึงกันวันนี้… เดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เจอกาละแมร์ กับ หนูแหม่ม โจอี้บอย และแสตมป์ โก๊ะตี๋เดินมากอดทักทายอีกคน อือ… สหรัถคงยังมาไม่ถึง สักพักทีมงานเรียกรวมพลขึ้นรถตู้ มีพิธีกร 3 คน ช่างกล้องและคนขับอีก 2 โค้ชอีก 3 อ้าว! หายไปไหนคนหนึ่งล่ะ ทีมงานบอกว่า “พี่ก้องไม่ว่างค่ะ ติดคิวอื่น… เราเลยไปกันแค่ 3 คน นี่ล่ะค่ะ” โหย! แม่สายบัวแต่งตัวเก้อมันเป็นเช่นนี้นี่เอง ว้าเหว่มาก…ก อะ! เป็นว่าก้อง สหรัถ ไม่มา หันไปมองหน้าเหมือนเป็นแฟนคลับไปรอพบศิลปินแล้วเขาไม่มา แสตมป์ กับ โจอี้บอย เฮ้อ! รวมกัน 2 คน ยังหล่อไม่ได้ครึ่งใบหูก้อง สหรัถ เลย! ต้องรีบตัดใจเดี๋ยวอารมณ์ส่วนตัวเกินไป แค่นี้ก็แค่นี้วะ! … รถตู้หลายคันแล่นตามกันเป็นกองคาราวานย่อมๆ ไปถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง เด็กนักเรียนชายหญิงผมสั้นหัวเกรียนเป็นร้อย กลิ่นสาบเหม็นเปรี้ยวๆ ตอนเด็กเลิกโรงเรียนโชยมาแตะจมูก นึกถึงตัวเองตอนยังละอ่อน แทบจะนึกไม่ออกเพราะนานมาก ภาพที่นึกได้เป็นขาวดำสีซีดจางเสียเหลือเกิน รู้แต่ว่ากลิ่นเดียวกันนี่แหละ พอแสตมป์เดินผ่านเข้าห้องเก็บตัว เด็กๆ พากันกรี๊ดลั่น วิ่งตามแสตมป์เหมือนมดแดงแตกรัง อือ… “ปรากฏการณ์แสตมป์” มันเกิดขึ้นทุกที่ทุกเวลาจริงๆ แต่แสตมป์บอกกับฉันว่า รู้สึกไม่ค่อยชอบคำนี้สักเท่าไหร่ มันทำให้เขาอึดอัดทำตัวไม่ถูก เพราะปกติจะเป็นคนสบายๆ ไม่ต้องระวังตัวอะไรนัก แต่จะให้ว่าอย่างไรได้ล่ะ ก็คนมันดังนี่นา! ตามมาด้วย โจอี้บอย เด็กก็กรี๊ดแล้วเดินตาม ส่วนฉันทำหน้าเหมือนผู้ปกครองมารับลูกตอนเลิกเรียน เด็กๆ ก็เลยไม่กล้าเข้าใกล้…

                ระหว่างรอถ่ายทำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าทำผม ฉันกับสีเกดเกิดหิว เดินไปหาของกินในร้านสวัสดิการอาจารย์ เหมือนร้านสะดวกซื้อทั่วไปที่มีของกินมากมาย มีไส้กรอกอันละ 8 บาทขาย รสชาติเหมือนแป้งต้มผสมสีและกลิ่นที่กินตอนประถม ดมกลิ่นไส้กรอกแล้วน้ำตาจะไหลนึกถึงอดีต แต่ตอนเด็กของฉันไส้กรอกมันอร่อยกว่านี้แยะ แล้วก็ทอดขายใหม่ๆ รวมกับลูกชิ้นปลาระเบิดสีขาวสีแดง (ส้ม) ลูกกลม ลูกรีเหมือนรักบี้ ของกินที่ขายหน้าโรงเรียนสมัยนั้น มันมีทั้งลูกชิ้นทอด ก๋วยเตี๋ยวหลอดราดซีอิ๊วโรยกากหมู ขนมจุ๋ยก้วย (ขนมถ้วยเล็กๆ ที่กินกับไชโป๊ว เจียวกระเทียมราดซีอิ๊ว) เปาะเปี๊ยะสด ทอดมัน ขนมโป้งเหน่ง แป้งกลมๆ ที่หุ้มไส้กรอกอันกระจิ๋วหลิวแล้วเอาไปทอด ทุกวันนี้หากินยากเสียเหลือเกิน ฉันกับสีเกดกินมาม่าหมูสับแบบถ้วยกันพอประทังหิว ความจริงแล้วกินให้ได้อารมณ์นอกสถานที่มากกว่า ไม่รู้เป็นอะไรเปลี่ยนสถานที่แปลกๆ ทีไรนึกอยากกินมาม่าขึ้นมาทุกที แล้วแต่ว่าจะรสไหนที่เข้ากับอารมณ์เวลานั้น อิ่มเอมเปรมปริ่มกับอดีตไม่นาน ก็ต้องย้ายไปที่งานวัดพระสมุทรเจดีย์ ทันทีที่ลงจากรถตู้ มีขบวนอปพร.นับสิบสวมเครื่องแบบเหน็บไม้กระบองคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้ราวกับพวกเราเป็นซุปตาร์ ทั้งๆ ที่เดินเฉยๆ ก็คงไม่มีใครมาทักมาทึ้งหรอก ยิ่งฉันไม่แต่งหน้า ยิ่งกลมกลืนกับชาวบ้านร้านตลาดแลดูเป็นพสกนิกรทั่วไป ฝ่าฝูงชนเข้าไปนั่งข้างเวทีเตี้ยๆ ที่ทำไว้สำหรับแสดงดนตรีลูกทุ่ง แค่เห็นไฟแสงสีกับเครื่องเสียงอู้ๆ ได้อารมณ์งานวัดสุดๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด โก๊ะตี๋ซื้อแมลงทอดต่างๆ ทั้งตั๊กแตน หนอนไหม จิ้งหรีด หอมกลิ่นใบเตย พริกไทยและซอส โก๊ะตี๋เปิดก่อนคนแรก ตามด้วยฉันและโจอี้ เคี้ยวกันกรุบกรับ อร่อยสุดๆ นิ้วมือและซอกเล็บเต็มไปด้วยพริกไทยและกลิ่นซอส ข้างๆ แมลงทอดมีปลาหมึกปิ้งเป็นสิบๆ ไม้ที่โก๊ะตี๋ซื้อมาเลี้ยงพวกเรา โก๊ะน่ารักและมีน้ำใจเสมอ ฉันรักมันก็ตรงนี้แหละ

                ยกขบวนขึ้นไปเถิดเทิงบนเวทีจนเวทีแทบถล่ม เสียงชาวบ้านกรี๊ดกร๊าดอย่างสนุกสนาน บ้างก็เอาของกินมาให้หน้าเวที ทั้งขนมและลูกชิ้นลูกโตเท่ากำปั้น กาละแมร์ หนูแหม่ม และโก๊ะตี๋ สนุกและเฮฮาสุดๆ ฉันมองดูพวกเขาด้วยความชื่นชมในความตั้งใจในการทำงาน การเข้าถึงชาวบ้านและการปรับตัวในทุกสถานที่ มืออาชีพมันเป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าเล่าพวกเขาถึงเป็นพิธีกรขวัญใจมหาชนตัวจริง ส่วนฉันเถิดเทิงไปกับบรรยากาศรอบตัว สักพักทีมงานก็ต้อนพวกเราขึ้นรถไปที่ที่หนึ่ง เพื่อค้างคืน… ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในวัยเรียน วัยก่อนทำงาน ที่ออกไปทัศนาจรกับเพื่อนๆ อย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดอะไร ทิ้งภาระทางกายและใจไว้ข้างหลัง… ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ชั่วคืน ฉันก็สนุกและมีความสุขมากมาย ไม่ใช่เพราะได้เป็นซุปตาร์ แต่เพราะได้เป็นคนธรรมดา

               .........................................
(คนค้างคืน : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม)