บันเทิง

บทเรียนของ'ขาใหญ่'

บทเรียนของ'ขาใหญ่'

14 พ.ย. 2555

บทเรียนของ'ขาใหญ่' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร

          ขณะที่เขียนต้นฉบับ (เช้าวันจันทร์) ร่างประกาศของ กสทช. ที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ซึ่งกำหนดให้มี 7 รายการกีฬา ที่คนไทยเข้าร่วมแข่งขันต้องถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และต้องจอไม่ดำนั้น ยังไม่สะเด็ดน้ำ
 
          แต่ที่คนเม้าท์กันสนั่นเมือง ตรงที่ 1 ใน 7 รายการกีฬาระดับโลกที่ กสทช.กำหนดให้มีการถ่ายทอดสดคือ การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
 
          มันเลยกระทบถึง "อาร์เอส" ผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ลุกขึ้นมาคัดค้านในทันที
 
          พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทอาร์เอส เปิดเผยว่า หากอาร์เอสสรุปรูปแบบการถ่ายทอดสดบอลโลก 2014 ที่จะแพร่ภาพในช่องฟรีทีวี ซึ่งก็มีพันธมิตรช่อง 7 สีอยู่แล้ว 1 ช่อง ทุกแพลตฟอร์มจะสามารถรับชมได้ ไม่มีจอดำแน่นอน
 
          เพียงแต่ปัจจุบัน อาร์เอสยังไม่กำหนดรูปแบบการถ่ายทอดสดทั้ง 64 แมทช์รอบสุดท้ายว่า จะกระจายอยู่ในช่องทางใด แต่หลักเกณฑ์ใหม่ของ กสทช.กลับบังคับให้ต้องถ่ายทอดทางฟรีทีวี จึงขอให้ กสทช. ทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง
 
          ฟากคู่แข่งตลอดกาลของอาร์เอส ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ขานรับประกาศหลักเกณฑ์ Must carry และ Must have ของ กสทช. ที่ต้องเผยแพร่ภาพทางฟรีทีวี ไม่มีจอดำ
 
          "ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา เราถูกมองเป็นผู้ร้าย ที่ปล่อยให้จอดำ แต่ขอย้ำว่าได้บริหารลิขสิทธิ์ตามระเบียบของฟีฟ่าทุกประการ แต่ในการประมูลลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬาครั้งต่อไป ทั้งโอลิมปิก และบอลโลก แกรมมี่จะขอเป็นพระเอกบ้าง"
 
          อากู๋คงแค้นแน่นอกมานานหลายเดือนแล้ว เพราะช่วงศึกลูกหนังยูโร ต้องเจอแรงกระแทกจากกรณีจอดำหนักหนาสาหัส
 
          ตอนนั้น แกรมมี่ก็หวังใช้คอนเทนท์ "ฟุตบอลยูโร 2012" กระตุ้นยอดขายกล่องรับสัญญาณ "จีเอ็มเอ็มแซท" ให้ทะลุเป้า 2 ล้านกล่อง พอเจอกรณีจอดำ (บางแพลตฟอร์ม) ก็ส่งผลกระทบถึงยอดขายกล่องไม่เป็นไปตามเป้า
 
          ภายในสิ้นปีนี้ แกรมมี่คาดว่าจะขายกล่องจีเอ็มเอ็มแซทได้ 1.5 ล้านกล่อง แต่แกรมมี่ลงทุนด้านกล่องรับสัญญาณ และคอนเทนท์ไปแล้วประมาณพันล้านบาท ทำให้ผลประกอบการแกรมมี่อาจขาดทุน
 
          อย่างไรก็ตาม อากู๋เชื่อว่าภายใต้ยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจด้านบรอดแคสต์ ด้วยการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม และเจ้าของช่องทีวีดิจิตอลเอง จะส่งผลดีต่อผลดำเนินงานและรายได้ในอนาคตของแกรมมี่ให้เติบโตขึ้น
 
          อากู๋ยังสรุปสาเหตุการขาดทุนในปีนี้ เดิมทีมีแผนจะเปิดตัวกล่องจีเอ็มเอ็มรุ่นมินิ ในเดือนกรกฎาคม หลังจบการแข่งขันฟุตบอลยูโร แต่ต้องล่าช้าออกไปเพราะติดเงื่อนไขการขออนุญาตนำเข้ากล่อง ทำให้แกรมมี่เสียโอกาสในปีนี้ไป 3-4 แสนกล่อง
 
          ต่อจากนั้น ก็มาติดที่ขั้นตอนใบอนุญาตเพย์ทีวี ส่งผลให้เสียโอกาสทำรายได้จากทั้งการขายกล่อง และสมาชิกเพย์ทีวีหลายร้อยล้านบาท ซึ่ง กสทช. เพิ่งเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาต และต้องมีขั้นตอนการพิจารณาอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้จีเอ็มเอ็มแซท ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีได้ตามแผน
 
          ทั้งกฎจอดำ กสทช. ทั้งประเมินการขายกล่องที่สูงเกินไป และประเมินคู่แข่ง (คนขายจานดาวเทียม) ต่ำเกินไป ทำให้ขาใหญ่บันเทิงได้บทเรียนบทหนึ่งไปแล้วคือ "ขายกล่องไม่ง่ายเหมือนขายซีดี"
.......................................
(หมายเหตุ บทเรียนของ'ขาใหญ่' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)